ข่าวอินโฟเควสท์
07:34 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดพุ่ง $29.1 นลท.แห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังดาวโจนส์ร่วง,วิตกสงครามการค้า   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 2…
07:01 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.18 เหตุวิตกสงครามการค้ากดดันตลาด   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (23 …
06:24 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 623.34 จุด เหตุนลท.วิตกความตึงเครียดด้านการค้า   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (23 ส.…
01:07 เฟดนิวยอร์กหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 3 หลังยอดขายบ้านใหม่ทรุด   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจส…
00:59 "เบเกอร์ ฮิวจ์"เผยแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวนต่ำสุดรอบกว่า 1 ปี   เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุ…

'ฟิทช์'ยันเศรษฐกิจแกร่ง ทบทวนแนวโน้มเครดิตไทยสู่'เชิงบวก'

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562 00:00:02 น.

กระทรวงการคลัง รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดย บริษัทฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings-Fitch) ว่า เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 Fitch ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในการออกตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศและสกุลเงินบาทระยะยาวจากระดับ"มีเสถียรภาพ (Stable outlook)" เป็น "เชิงบวก (Positive outlook)"

พร้อมกันนี้ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในการออกตราสารหนี้สกุลเงินตรา ต่างประเทศ และสกุลเงินบาทระยะยาวที่ระดับ BBB+ ตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศและสกุลเงินบาทระยะสั้นที่ระดับ F1 และเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Country Ceiling) ที่ระดับ -

โดยเป็นผลมาจาก Fitch มีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นว่าความเสี่ยงทางการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบันจะไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารเศรษฐกิจมหภาค โดยสะท้อนจากความเข้มแข็งทางการเงิน ภาคต่างประเทศ (External Finance) และภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance) ใน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ประเทศไม่อ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเงิน ขณะที่ปัญหาทางการเมืองที่สำคัญได้รับการแก้ไขภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ระดับความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงมีอยู่ โดยขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาลผสม

ความเข้มแข็งทางการเงินภาคต่างประเทศของไทยเป็นจุดแข็งหลักต่อความน่าเชื่อถือของประเทศสะท้อนได้จากการที่สกุลเงินบาทไทยแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยปี 2562 ค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าร้อยละ 4.5 เนื่องจากการไหลเข้าของเงินทุนและการลงทุนในตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน 2562

นอกจากนี้ รัฐบาลบริหารทางการคลังได้อย่างเข้มแข็งภายใต้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 Fitch คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้ภาครัฐบาลต่อ GDP (General Government Debt to GDP) จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 36.3 ในปีงบประมาณ 2561 เป็นร้อยละ 40.7 ในปีงบประมาณ 2566 เนื่องจากรัฐบาลเร่ง การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

พร้อมคาดการณ์ว่าการขาดดุลงบประมาณจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 0.4 ของ GDP เนื่องจากรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้แก่โครงการเพื่อผู้มีรายได้น้อยและโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นช่วยคลี่คลายความไม่แน่นอนทางการเมืองและ มีส่วนช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของนโยบายที่ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม Fitch จะติดตามสถานการณ์สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของไทย ได้แก่ ระดับหนี้ครัวเรือน ของไทย การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย และการพัฒนาทุนมนุษย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง