คอลัมน์: PetCare ดูแลสัตว์เลี้ยง: ไข้หัดสุนัข: ชื่อโรคดูเหมือนไม่มีอะไร แต่อันตรายถึงชีวิต

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 00:00:21 น.
by หมอโอห์ม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้คุยกันถึง "โรคลำไส้ติดต่อจากเชื้อไวรัส" ที่สามารถเป็นสาเหตุให้สุนัขที่เลี้ยงรวมกัน ค่อยๆ ทยอยตายไปทีละตัวได้ไปแล้ว สัปดาห์นี้ เราจะมาคุยกันอีกโรคหนึ่งที่มีอันตรายถึงชีวิต ไม่แพ้กัน นั่นคือ "ไข้หัดสุนัข" ซึ่งมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดธรรมดา มีขี้มูกขี้ตาแฉะ แต่มีอันตรายกว่าไข้หวัดมากมาย เนื่องจากมีอาการ อีกหลายระบบร่วมกัน ทำให้สุนัขไม่กินอาหาร อ่อนแรง เดินโซเซไปมา ชักกระตุก และตายในที่สุด โรคนี้เป็นแล้วมีโอกาส "ตาย" สูงมาก วันนี้เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันครับ

ไข้หัดสุนัข หรือ Canine Distemper สาเหตุของโรคโรคไข้หัดสุนัขนี้ เป็นโรคติดต่อจากไวรัสที่มีชื่อว่า "Canine Distemper Virus " ซึ่ง "ร้ายแรงมาก" ในสุนัข และสัตว์ป่าในตระกูลสุนัขหลายชนิด เช่น หมาป่า และหมาจิ้งจอก

การติดต่อโรคนี้พบได้ใน "ทุกช่วงอายุ" โดยเฉพาะสุนัขตัวที่ "ไม่เคย" ได้รับ วัคซีนป้องกันโรคมาก่อน  จะมีผลอย่างมากในลูกสุนัขเล็กๆ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 2-6 เดือน

สุนัขจะรับเชื้อจาก "การสัมผัสโดยตรง" จากการสัมผัสสาร คัดหลั่งของสัตว์ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ หรือปัสสาวะ โดย "การกิน"  หรือ "การหายใจ" สูดเอาละอองเชื้อไวรัสเข้าไป แหล่งแพร่เชื้อส่วนใหญ่ มักได้รับเชื้อมาจากแหล่งซื้อขายสุนัขที่ไม่สะอาด ที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น ที่ชามน้ำ  ชามอาหาร ของเล่น กรงและอุปกรณ์รองนอนต่างๆ รวมถึงติดต่อผ่านการสัมผัสจากผู้เลี้ยง ซึ่งเรียนว่าผู้เลี้ยงเป็นพาหะนำเชื้อที่สำคัญโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย การจับสัตว์ป่วยแล้วไปจับสัตว์เลี้ยงของเรา จึงเป็นการนำโรคไปยังสุนัขของเราโดยตรง

นอกจากนี้ ในแม่สุนัขตั้งท้อง ก็สามารถแพร่ไปยังลูกผ่านทางรกได้อีกด้วย ซึ่งต่อไปจะส่งผลให้เกิดการแท้ง ลูกตายแรกเกิด หรือคลอดออกมาได้แต่อ่อนแอ และเสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วย

เมื่อสุนัขได้รับเชื้อแล้ว ไวรัสไข้หัดสุนัขจะไปเพิ่มจำนวนที่ต่อมน้ำเหลือง ก่อนที่จะแพร่ไปทั่วร่างกาย ดังนั้นจึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกัน ถูกกด จึงเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปโรคนี้มีระยะฟักตัวเฉลี่ยประมาณ 1-2 สัปดาห์ ภายหลังการติดเชื้อและเริ่มแสดงอาการป่วย

อาการ สุนัขป่วยด้วยไข้หัดสุนัขมักจะมีอาการเหมือนสุนัขป่วยทั่วไป  คือ มีไข้ ซึม เบื่ออาหาร แต่จะแสดงอาการหลักๆ 4 ระบบของร่างกาย คือ

1.ระบบทางเดินหายใจ คือ มีขี้มูกขี้ตาเกรอะกรัง เยื่อบุตาอักเสบ มีอาการปอดติดเชื้อแทรกซ้อน
2.ระบบทางเดินอาหาร หลายราย มีอาการอาเจียน และท้องเสีย ร่วมด้วย
3.ระบบปกคลุมร่างกาย พบตุ่มหนองใต้ท้อง (คล้ายคนที่เป็นอีสุกอีใส) และเกิดการหนาตัวของฝ่าเท้า และจมูก

4.ระบบประสาท เมื่อเชื้อไวรัสไข้หัดกระจายเข้าสู่สมองแล้ว สุนัขจะแสดงอาการทางประสาท เช่น ชัก กระตุก มีอาการคล้ายการเคี้ยวหมากฝรั่ง (น้ำลายจะเป็นฟอง) ตะกุยหรือร้องคราง หากสุนัขแสดงอาการทางระบบประสาทแล้ว โดยส่วนใหญ่มักเสียชีวิต

สิ่งที่สำคัญ ไข้หัดสุนัขนี้ยัง "กด" ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคต่ำลง จึงมีการติดเชื้อแทรกซ้อนทำให้อาการเลวร้ายมากขึ้ นส่วนในรายที่มีการติดเชื้อไข้หัด สุนัขแล้วรอดชีวิต จะพบว่าสุนัขตัวนั้นจะยังคงมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย และสามารถแพร่เชื้อต่อได้นานหลายเดือนหลังจากหายป่วยแล้ว

การรักษา

เนื่องจากไข้หัดสุนัขเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่มียาที่รักษาโดยเฉพาะ การรักษาที่ให้มักเป็นการป้องกันโรคแทรกซ้อนโดยการให้ยาปฏิชีวนะ  การรักษาตามอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การให้ยาลดน้ำมูก ลดไข้ ลดอาเจียน ท้องเสีย รวมถึงให้ยาระงับการชัก การให้ยาเพื่อบำรุงร่างกาย เช่น ให้ยาบำรุงประสาท การให้สารน้ำและ สารอาหารรวมถึงวิตามินต่างๆ ตลอดจนการใช้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน สารต้านไวรัส และ interferon เพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพื่อช่วย ยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อไวรัสไม่ให้กระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย

การป้องกัน

ไข้หัดสุนัขจะเป็นโรคที่น่ากลัว โอกาสตายสูง ไม่มีวิธีรักษาเฉพาะ  สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันโรค ซึ่งผู้เลี้ยงสุนัขควรให้ความสำคัญนั่นคือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข เพราะให้ผลในการป้องกันโรค ได้ค่อนข้างดี เราสามารถเริ่มทำวัคซีนครั้งแรกเมื่อลูกสุนัขอายุ 6-8 สัปดาห์ขึ้นไป

ส่วนในกรณีเพิ่งรับลูกสุนัขใหม่เข้ามา ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย คุณหมออาจยังไม่ฉีดวัคซีนให้ทันที เนื่องจากลูกสุนัขที่เปลี่ยนสถานที่อยู่ใหม่ อาจมีความเครียด ซึ่งจะทำให้ระดับภูมิคุ้มกันตกลง และไวต่อการติดโรค คุณหมอมักจะแนะนำให้แยกเลี้ยงออกจากสุนัข ตัวเดิมในบ้าน และให้กินวิตามินบำรุงร่างกาย และเพื่อสังเกตอาการก่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หากแข็งแรงดีแล้ว จึงค่อยเริ่มทำวัคซีนป้องกันโรคนี้กันครับ

อย่าลืมนะครับ ไข้หัดสุนัขเป็นโรคที่อันตราย แต่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้ ด้วยการฉีดวัคซีนเป็นประจำ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร ฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง