'สุริยะ'พร้อมเจรจาคิงส์เกตหวังยุติคดีฟ้องค่าเสียหายไทย

ข่าวเศรษฐกิจ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผย ความคืบหน้ากรณีบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย (บริษัทแม่ของบมจ.อัครา รีซอร์สเซส) ฟ้องร้องรัฐบาลไทย หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งปิดเหมืองแร่ทองคำ จ.พิจิตร จนทำให้ไทยเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการว่า ยินดีให้ผู้บริหาร บมจ.อัครา รีซอร์สเซส เข้ามาหารือ หาก ได้รับการติดต่อเข้ามา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก คสช.ใช้อำนาจ ม.44 สั่งระงับการทำเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ เพื่อ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เหมืองแร่ทองคำชาตรี จ.พิจิตร ของบมจ.อัครา รีซอร์สเซส ต้องยกเลิกการทำเหมืองดังกล่าวไป โดยทาง บมจ.อัคราฯ มองว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากไม่มีข้อพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากการ ทำเหมืองทอง

"เรื่องนี้ตนมองว่า หากเจรจาร่วมกันได้ ก็ควรเจรจากัน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน" นายสุริยะ กล่าว

โดยที่ผ่านมานายเกร็ก ฟาวลิส ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ในขณะนั้น ได้เดินทาง มาไทยเพื่อขอพบนางอรรชกา ศรีบุญเรือง สมัยเป็น รมว.อุตสาหกรรม แต่ได้มอบหมายให้นายสมชาย หาญหิรัญ ซึ่งขณะนั้นเป็นปลัดกระทรวงอุตฯเข้าพบแทน ต่อมาในช่วงนายอุตตม สาวนายน เป็น รมว.อุตสาหกรรมขอเข้าพบแต่ก็ไม่ได้เข้าพบเช่นกัน สุดท้ายจึงทำให้ คิงส์เกตฯ ตัดสินใจฟ้องรัฐบาลไทย ภายใต้ข้อตกลง การค้าเสรีระหว่างประเทศไทย-ออสเตรเลีย (ทาฟต้า)

รายงานข่าวจากผู้ประกอบการเหมือง กล่าวว่า ประเมินตัวเลขการเสียโอกาสของเหมืองอัครา โดยวัดจากปริมาณสำรองแร่ทอง 8.9 แสนออนซ์ คิดเป็นวงเงินปริมาณ 37,020 ล้านบาท และเงิน 8.3 ล้านออนซ์ คิดเป็นวงเงินประมาณ 3,984 ล้านบาท ซึ่งสามารถผลิตได้ในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า รวมมูลค่า 41,004 ล้านบาท


เราใช้ cookies เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น การใช้เว็บ ryt9.com ต่อหมายถึงคุณได้ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการของเราแล้ว