กรมชลฯลุยแก้ภัยแล้ง ระดมสูบน้ำช่วยเกษตรกร

ข่าวการเมือง 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

กรมชลประทานระดมเครื่องจักร-เครื่องมือ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรขาดแคลนน้ำ ทั้งเชียงราย-บุรีรัมย์-อุตรดิตถ์ หาแหล่งน้ำดิบส่งเข้าอ่างเก็บน้ำ ผันน้ำจากคลองใช้สังกะสีขวางลำน้ำ หวังช่วยพื้นที่เกษตร

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ จากสถานการณ์ฝนที่ตกน้อยกว่าค่าปกติตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมา ส่งผล ให้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบไปตามๆกัน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกไปแล้วกำลังประสบปัญหาการขาดน้ำเพื่อการเกษตร กรมชลประทาน มีความห่วงใย พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งดังกล่าว จึงได้ระดมเครื่องจักร เครื่องมือและเครื่องสูบน้ำ เข้าไปช่วยเหลือ อาทิ ที่จังหวัดเชียงราย สำนักงานชลประทานที่ 2 ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง เพื่อทำการสูบน้ำช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปีกว่า 2,000 ไร่ ในพื้นที่ ตำบลเวียงชัย อำเภอ เวียงชัย อีกทั้งยังขุดลอกหนองกู่แก้วหนองแดง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรอีกกว่า 200 ไร่

ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ โครงการชลประทานบุรีรัมย์ ยังคงเดินหน้าผันน้ำจากเหมืองหินของโรงโม่หินบุรีรัมย์-รัชดา โรงโม่หินอึ่งทงกี่และโรงโม่หินบุรีรัมย์ เพื่อส่งน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดและอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ทั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากกองกำลังทหาร จิตอาสา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ บุรีรัมย์ ร่วมกันบรรจุกระสอบทรายวางตามแนวคลองและขุดลอกคลอง LMC พร้อมติดตั้งเครื่อง สูบน้ำ บริเวณห้วยตะขาบ เพื่อช่วยยกระดับน้ำส่งเข้าคลอง จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำดิบ สำหรับการผลิตประปาในพื้นที่เมืองบุรีรัมย์ได้มากพอสมควร

นอกจากนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรอง ยังได้ทำการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำจังหันไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก วันละประมาณ 65,000 ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันปริมาณน้ำยังคงไหลถึงท่อลอดบริเวณ กม.16+700 บ้านบ่อโพธิ์ ตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ และจนถึงขณะนี้มีการส่งสะสมไปแล้วประมาณ 1,625,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมกันนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการชี้แจงและสร้างความเข้าใจให้กับ ชาวบ้านในพื้นที่ที่นำสังกะสีมากั้นขวางลำน้ำแล้ว

ขณะที่ จ.อุตรดิตถ์ สำนักงานชลประทานที่ 3 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 1 เครื่องและเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่คำมัน อำเภอลับแล ทำการสูบน้ำจากบึงมาย เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่กำลังได้รับความเสียหายกว่า 2,000 ไร่

ทั้งนี้ หากมีปริมาณฝนตกชุกลงมาอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ภัยแล้งดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามขอให้ ประชาชนและเกษตรกรร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด และใช้น้ำตาม รอบเวรตนเองอย่างเคร่งครัด และหากพบว่าพื้นที่ใดประสบกับปัญหาเรื่องน้ำในการอุปโภคบริโภค และการเกษตร สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่โครงการชลประทาน ใกล้บ้านได้ตลอดเวลา หรือ โทร. สายด่วนกรมชลประทาน 1460

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เลย ว่า บริเวณท่าล่องแพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้าน ห้วยกระทิง ต.กกทอง อ.เมือง จ.เลย ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง หรืออ่างเก็บน้ำหมานตอนบน เป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดิน มีขนาดบรรจุ 26 ล้าน ลบ.ม.ครอบคลุมพื้นที่ 1,500 ไร่ สันเขื่อนยาว 800 เมตร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมระดับต้นๆ ของ จ.เลย ที่นักท่องเที่ยวนิยมการ ล่องแพ พร้อมทานอาหารท่ามกลาง วิวทิวทัศน์ บรรยากาศที่สวยงาม น้ำในอ่างได้แห้งสนิท แพขนาดใหญ่ ที่ใช้บริการนักท่องเที่ยวจอดเกยตื้น อยู่ริมฝั่ง ผู้ประกอบการร้านค้า ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะ ไร้นักท่องเที่ยว ต้องปิดกิจการมากว่า 1 เดือน

เจ้าของแพรายหนึ่ง กล่าวว่า ตั้งแต่มีการกักเก็บน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นมาได้ 32 ปี ปีนี้ถือว่า แล้งที่สุด ปกติทุกปีน้ำแห้งเฉพาะ หน้าแล้งเท่านั้นและทุกปีไม่เคยแห้ง เท่าปีนี้ ปีนี้น้ำในอ่างเริ่มแห้งช่วงสงกรานต์ น้ำได้ลดลงตลอด แม้ตอนนี้เข้าฤดูฝนแล้ว แต่ยังไม่มี ฝนตกมาเลย ตอนนี้น้ำแห้งขอดจนแพไม่สามารถล่องออกไปได้เลย แพต่างเกยตื้นหมดต้องปิดร้าน ไร้นักท่องเที่ยวมาเป็นเดือนแล้ว ไม่มีเงินเข้าร้านเลยต้องเอาเงิน เก่ามาใช้จนเกือบหมดแล้ว ห้วยกระทิงมีจุดขายคือล่องแพ พร้อมกับมาทานอาหารบนแพ ขณะล่องตามน้ำ เมื่อไม่มีสามารถ ล่องแพได้ นักท่องเที่ยวก็พากัน กลับ ก่อนหน้าพอมีมาเที่ยวบ้างไม่ถึง 10% แต่ตอนนี้ไม่มีมาเที่ยวอีกเลย และตั้งแต่น้ำลดลงยังไม่เห็นหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือเลย ขณะนี้ ชาวบ้านได้แต่ขอวิงวอนต่อเทวดาช่วยทำให้ฝนตกเท่านั้น


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ