กรมชลฯเฝ้าระวังภัยแล้ง22จว. เน้นจัดเวรส่งน้ำรับมือฝนทิ้งช่วง

ข่าวทั่วไป 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงความพร้อมรับมือ ภาวะฝนน้อยปีนี้ว่า กรมจะบริหารจัดการโดยใช้น้ำจากน้ำท่าให้มากที่สุด และเก็บกักน้ำไว้ในเขื่อนเป็นหลัก ขณะนี้มีน้ำที่ต้องจัดสรรอีก 23,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยวางแผนใช้น้ำจากเขื่อน 10,000 ล้านลบ.ม. และใช้น้ำฝน 13,000 ล้านลบ.ม. แต่ถ้าปริมาณฝนไม่พอจึงจะดึงน้ำจาก เขื่อนมาใช้ทดแทน นอกจากนี้ ยังวางแผนปลูกพืชให้เหมาะกับพื้นที่ พร้อมปรับการ ระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลจากวันละ 24 ล้านลบ.ม.เหลือ 22 ล้านลบ.ม. จากเขื่อน สิริกิติ์วันละ 20 ล้านลบ.ม. เหลือ 18 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม เป็นต้นมา ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยันว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ ในเขตชลประทานยังมีน้ำเพียงพอสำหรับการเกษตร อุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม และรักษาระบบนิเวศ แต่ต้องใช้ประหยัด คุ้มค่า เน้นใช้น้ำแบบรอบเวร โดยเฉพาะเดือนสิงหาคม-กันยายน พร้อมสนับสนุนปลูกพืชเบบเปียกสลับแห้งที่ช่วยลดปริมาณใช้น้ำได้ถึง 20-30% และเตรียมเครื่องสูบน้ำ 1,935 เครื่อง และรถส่งน้ำกระจายทุกภาค

สำหรับการเตรียมการรับมือภัยแล้งของกรม สั่งการเฝ้าระวังใน 22 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาค ตะวันออก ส่วนภาคเหนือนั้น ใช้วิธีจัดรอบเวรส่งน้ำให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยและส้ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จ.บุรีรัมย์ ใช้น้ำจากเขื่อนลำปลายมาศ และเขื่อนลำจังหันโรยลงมาที่สถานีสูบน้ำลำปลายมาศเพื่อสูบเก็บไว้ที่อ่างฯจระเข้มาก จ.ขอนแก่น ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

ส่วนภาคตะวันออก ผันน้ำจาก อ่างฯประแสร์มาเก็บที่อ่างฯคลองใหญ่ อีกจุดคือ สูบจากคลองพระองค์ไชยานุชิตมาเติมอ่างบางพระประมาณ 2 ล้านลบ.ม. และภาคกลาง อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ปลายคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง กรมใช้วิธีสูบน้ำจาก บ่อเก็บน้ำชลประทานที่อยู่ตลอดริมสองฝั่งคลองเข้าไปเติมพร้อมย้ำใช้น้ำเป็นรอบเวร อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ภาพรวมปีนี้ยังมีน้ำใช้มากกว่าปี 2558 แต่การประหยัดน้ำจะป้องกันวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ