'ปิดทองหลังพระฯ'ระยะ3 ยกระดับแก้ปัญหาความมั่นคง

ข่าวทั่วไป 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯเปิดเผยว่า ได้ร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานให้ตอบความต้องการของประเทศ หลังร่วมทำงานได้พัฒนาเป็นแผนงานของมูลนิธิและสถาบันปิดทองหลังพระฯระยะที่สาม (2564-2568) และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของสถาบัน มีสาระสำคัญคือ นำแนวพระราชดำริไปช่วยแก้ปัญหาความมั่นคง ประกอบด้วยชายแดนภาคเหนือด้านการพัฒนา คุณภาพชีวิตเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดและชายแดนภาคใต้ด้านการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน

"ปัญหาความมั่นคงชายแดนใต้มีมานาน ประชาชนได้รับความทุกข์ เราพบว่า ประชาชนต้องการพัฒนาการทำมาหากินมาก ขณะที่ภาคเหนือเป็นทางผ่านของยาเสพติดเข้าประเทศ ถ้าประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีจะไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นการช่วยลดด้านอุปสงค์"

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดากล่าวว่า จากการทำงานที่ผ่านมาทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ ประชาชนตอบรับดี กล่าวคือปิดทองหลังพระฯร่วมกับชุมชนวิเคราะห์ปัญหา วางแนวทางแก้ไขพัฒนา นำมาสู่การทำเกษตรแนวใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนางานหัตถกรรม ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามลำดับ

"ตัวอย่างเช่นในภาคใต้ สามจังหวัดชายแดน มีทั้งเรื่องสินค้าเกษตรราคาต่ำ พื้นที่แห้งแล้ง ซึ่งสิ่งที่ชาวบ้านขาดแคลนมีอย่างเดียวคือ ความรู้แก้ปัญหาการบริหารจัดการ พอชักชวนสร้างฝาย ก็ทำให้มีน้ำมาทำเกษตรเพียงพอ หรือทุเรียนต้นเก่าพอชวนไปฝึกอบรมทางภาคตะวันออก ก็ทำให้คุณภาพทุเรียนดีขึ้น จากที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 60 บาท มาขายคัดเกรด ราคาเฉลี่ยดีสุดอยู่ที่ประมาณ 90 บาท"

ปัจจุบันปิดทองหลังพระฯ มีโครงการ และกิจกรรมในสามจังหวัดชายแดนใต้รวม 7 หมู่บ้าน ครอบคลุมด้านแหล่งน้ำ เกษตรและหัตถกรรม ขณะที่ชายแดนภาคเหนือเน้นอบรมผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามแนวชายแดน ส่งเสริมให้พัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ โดยอบรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้ว 83 แห่ง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ