คอลัมน์: ซอกแซกอาเซียน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562 00:00:32 น.
ชาญพิทยา ฉิมพาลี
chanpithya@apterr.org

การประชุมระดับอาเซียนอีกหนึ่งรายการที่แอปเตอร์ต้องเข้าไปร่วมรายงานผลการดำเนินงานด้วย คือ การประชุม ASEAN Food Security Reserve Board หรือที่เรียกตัวย่อว่า AFSRB ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ประชาคมอาเซียนจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลแผนความมั่นคงทางอาหารภายใต้กรอบนโยบายบูรณาการความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน หรือ ASEAN Integrated Food Security: AFIS Framework และแผนกลยุทธ์ด้านความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน หรือ Strategic Plan of Action-Food Security: SPA-FS ที่มีกระทรวงพาณิชย์ของประเทศไทย ได้รับมอบหมายให้เป็นฝ่ายเลขานุการ การประชุมรายการนี้ไม่มีประเทศบวกสามมาเข้าร่วม เป็นการว่ากันเฉพาะ สมาชิกประเทศอาเซียนล้วนๆ ก็ผลัดกันเป็นเจ้าภาพตามลำดับตัวอักษรเช่นเดียวกัน ปีที่แล้วสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ ปีนี้หมุนมาจัดที่ประเทศไทยเราเอง ตอนนี้เข้าใจว่าฝ่ายเลขานุการ ทางกระทรวงพาณิชย์คงจะเตรียมดำเนินการอย่างขะมักเขม้น เพราะการ ประชุมกำลังจะมีขึ้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 15-16 สิงหาคมนี้ ณ โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน

พูดถึงเรื่องเป็นเจ้าภาพจัดประชุม บางทีก็ถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศผู้จัดด้วย และก็ต้องฟังเสียงเรียกร้องจากประเทศสมาชิกด้วยเช่นกัน เพราะในความเป็นจริงก็ไม่ได้ยุ่งยากสิ้นเปลืองสร้างปัญหาแก่เจ้าภาพเท่าใดนัก เนื่องจากตามประเพณี เจ้าภาพจะรับผิดชอบเฉพาะค่าจัด เช่น ค่าห้องประชุม ค่าอาหารกลางวัน ค่าจัดเลี้ยงรับรอง(ถ้ามี) ค่าพิธีเปิด ค่าดูงาน การรับส่งสนามบินกับที่พัก ส่วนที่สิ้นเปลืองมากๆ เช่น ค่าเครื่องบินกับค่าที่พักโรงแรม แต่ละประเทศที่มาประชุมจะต้องออกกันเอง เว้นแต่หากเจ้าภาพอยากโชว์หน้าโชว์ตา จัดให้เป็นที่ประทับใจแขก ก็อาจทุ่มเงินด้านพิธีการอันยิ่งใหญ่ หรือจัดเลี้ยงประเภทหรูหรา ก็ไม่มีใครว่าแต่ประการใด ส่วนใหญ่เบื้องแรกเจ้าภาพ ก็มักจะเอาใจแขก โดยหาสถานที่จัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ครั้งหนึ่งประเทศฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของอาเซียน ก็ได้เลือกเอาเกาะปาละวัน เป็นสถานที่จัด นับว่าโชคดีสำหรับผมครับที่หากไม่ได้ทำงานที่แอปเตอร์ ชาตินี้คงไม่มีโอกาสไปเยี่ยมชมที่นั่นเป็นแน่แท้ อินโดนีเซียตอนเป็น เจ้าภาพจัดประชุมคณะมนตรีแอปเตอร์ ก็ไม่พ้นที่จะเลือกเอาเมืองบาหลี อันโด่งดังเป็นสถานที่จัด หรือตอนกัมพูชาเป็นเจ้าภาพก็เลือกเอาเมือง เสียมราฐ หรือเสียมเรียบ ที่มีปราสาทหินนครวัดตั้งอยู่เป็นสถานที่จัดประชุม

อย่างไรก็ดี บางประเทศหาตัวเลือกยาก เช่น สิงคโปร์ เพราะมีอยู่เมืองเดียว จัดทีไรก็เกาะเดียวกัน แต่กระนั้นผู้คนก็อยากไปกันไม่เบื่อ เพราะสิงคโปร์มีอะไรๆ หลายอย่างที่คนอยากไป ต่างจากที่เมียนมา เพราะนโยบายรัฐเขาอยากให้ช่วยกันโปรโมทเมืองหลวงใหม่ เนปิดอว์ ความจริงเมียนมาก็เป็นประเทศใหญ่ มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม เช่น เมืองย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ เมืองพุกาม แต่พวกเราต้องจำกัดอยู่กันเพียงที่กรุงเนปิดอว์ เมืองที่มีแต่โรงแรม และสถานที่ราชการ ล้อมรอบด้วยถนนและท้องทุ่ง (อย่างเดียว) ก็เลยสนิทชิดเชื้อกับ

ผู้เข้าประชุม เพราะวันๆ ก็จะเจอกันเห็นหน้ากันเฉพาะที่โรงแรม เท่านั้น ไปไหนไม่ได้

ประเทศไทยเราเมื่อสองปีก่อน ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียน ต่อจากประเทศสิงคโปร์ ได้เลือกเอาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่จัดประชุม นับว่าถูกใจบรรดาสมาชิกอาเซียนกันอย่างมาก รวมทั้งประเทศบวกสามด้วย เพราะเพียงเสนอชื่อเมืองจัดงานในวาระท้ายๆ ในที่ประชุมที่สิงคโปร์ สมาชิกก็ปรบมือถูกใจกันอื้ออึง ก็แน่ละ ขึ้นชื่อว่าเชียงใหม่ ไทยแลนด์ ใครๆ ทั่วโลกก็อยากจะมาเที่ยวเยี่ยมชม

ช่วงจัดประชุมที่เชียงใหม่นั้นตรงกับการจัดงานนิทรรศการเกี่ยวกับพืชสวนไม้ดอกไม้ประดับ หรืออะไรสักอย่างที่เชิงดอยแม่เหียะที่เดิมกับที่เคยจัดงานพืชสวนโลก ยิ่งช่วยสร้างสีสันบรรยากาศให้ชาวอาเซียนบวกสามมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดพิธีเปิดงานการประชุมที่ยิ่งใหญ่ น่าประทับใจ อีกทั้งมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯกันอย่างเลิศหรู มีโมเดลของจริงมาตั้งแสดง ก็เลยเป็นที่ประทับใจแขกเหรื่อกันมากโข คุณโทอิดะ ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นประจำแอปเตอร์ซึ่งไปเข้าประชุมด้วย เพราะมีผู้ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น มายังออกปากชมความยิ่งใหญ่ในพิธีเปิด พร้อมทั้งยกหัวแม่มือซูฮกบอกกับผมว่า ถ้าเป็นญี่ปุ่นละก็ ทำแบบนี้ ไม่ได้เด็ดขาด ยอมพี่ไทยเราครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง