เอกชนตบเท้าพบแบงก์ชาติวอนช่วยดูแลค่าเงินบาทอุ้มส่งออก

ข่าวเศรษฐกิจ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทยในฐานะประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่าที่ประชุมประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญความท้าทายจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐที่มีความเสี่ยงจะรุนแรงมากขึ้นประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาทที่สร้างแรงกดดันต่อทิศทางเศรษฐกิจให้มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดย กกร.คาดการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2562 ขยายตัวต่ำกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.8% เห็นได้จาก เครื่องเศรษฐกิจไทยทั้งการส่งออกและการใช้จ่าย ในประเทศมีสัญญาณที่อ่อนแรงลงต่อเนื่อง

"ช่วงที่เหลือของปีนี้ต้องหวังพึ่งพาการใช้จ่ายภายในประเทศ การออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้นจากภาครัฐเพื่อเรียกความเชื่อมั่นภาคเอกชน รวมถึงบรรเทาผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง ขณะนี้ยังไม่ได้ประเมินภาพเศรษฐกิจที่เลวร้ายสุด ขอเวลาติดตามสถานการณ์ความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดภายใน 3 เดือน เพื่อประเมินทิศทางการปรับตัวของเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยอีกครั้งยอมรับว่าหากเหตุการณ์รุนแรงกว่าที่คาดไว้ การส่งออกที่คาดว่าจะติดลบ 1% อาจจะยืนไม่อยู่"นายปรีดี กล่าว

โดยกกร.ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ทั้งปีคาดโตอยู่ที่ 2.9-3.3% จากปีก่อนโต 4.1% การส่งออกคาดติดลบ 1% หรือขยายตัวได้เพียง 1% จากปีก่อนโต 6.9% เงินเฟ้อ คาดโต 0.8-1-2%

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.)กล่าวว่า วันที่ 8 สิงหาคมนี้สอท.จะเข้าพบนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือถึงแนวทางการดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าอยู่ในขณะนี้ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการ ส่งออกไทย รวมถึงแนวทางผลักดันการใช้เงินสกุลท้องถิ่น ค้าขายกันเองในภูมิภาค เพื่อลดผลกระทบจากอัตรา แลกเปลี่ยนที่ผันผวน

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาหอฯ มีกำหนดการเข้าพบกับธปท.ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ และในนามคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.) ชุดเล็ก จะเข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ วันที่ 14 สิงหาคมนี้ เพื่อหาแนวทางกระตุ้นการส่งออกและการค้าชายแดนด้วยเช่นกัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ