คอลัมน์แก้ผ้าลุงแซม: ลับลวงพรางในแอเรีย 51

ข่าวบันเทิง 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โดย...เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

ใครที่เป็นแฟนนิตยสารต่วยตูน พิเศษ ซึ่งมักนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์และเรื่องลี้ลับต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ยังหาคำตอบไม่ได้ อย่างสัตว์ประหลาดหรือมนุษย์ต่างดาว คงร้อง "อ๋อ" เมื่อเอ่ยถึงสถานที่หนึ่งในอเมริกาชื่อ "แอเรีย 51"

เรื่องราวของแอเรีย 51 กลายเป็นตำนานเรื่องลึกลับหน้าหนึ่งในโลก สถานที่นี้ถือเป็นสถานที่ปกปิด และเก็บงำความลับมานาน เดือนนี้ แอเรีย 51 กลายเป็นประเด็นร้อน อีกครั้งในอเมริกา เพราะมีการนัดหมาย ทางเฟซบุ๊คทางเพจ "Storm Area 51, They Can't Stop All of Us" (บุกพื้นที่ แอเรีย 51 พวกเขาไม่สามารถหยุด พวกเราได้)

แคมเปญนี้มีคน 1.4 ล้านคนลงชื่อเพื่อเข้าร่วม ส่วนอีก 1.1 ล้านคน แสดงความสนใจ ในเพจนัดแนะว่า จะบุกเข้าไปตอนตีสามวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งคืออาทิตย์ที่ผ่านมา แม้ว่าชาวบ้านร้านถิ่นจะมองเรื่องนี้ขำๆ แต่ทางกองทัพกลับไม่ขำดัวย แถมขู่ว่าจะยิงทุกคนที่บุกเข้ามา

ทำไมแอเรีย 51 ถึงกลายเป็นข่าว แม้จะเป็นข่าวเชิงขำๆ ฮาๆ แต่น่าแปลกว่าทางการกลับเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เลยยิ่งทำให้เรื่องราวลึกลับ ต่างๆ ในแอเรีย 51 แพร่กระจายไป อีกครั้งราวไฟลามทุ่ง

หลายคนที่ไม่ใช่แฟนานุแฟนเรื่องลึกลับอาจจะงงได้ เลยขอเล่า เท้าความนิดหนึ่งว่าแอเรีย 51 คือฐานทัพ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐเนวาดา ห่างจากลาสเวกัส 133 กม. เป็นพื้นที่ทะเลทรายกว้างใหญ่ แต่ถือเป็นพื้นที่ทางการทหาร เพื่อพัฒนาทดสอบอากาศยานและระบบอาวุธ

ฐานทัพลับแห่งนี้ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1995 เพื่อใช้เป็นศูนย์ทดสอบเครื่องบินสอดแนม U-2 ที่ถูกพัฒนาหลังจากสิ้นสุดสงครามโลก ครั้งที่ 2 มีจุดประสงค์ไว้ใช้เฝ้าระวังสหภาพโซเวียตยุคสงครามเย็น และไว้ฝึก นักบินหน้าใหม่ การฝึกเป็นไปในเชิงลับ จึงมีการสร้างเรื่องราวปกปิดจุดประสงค์ ที่แท้จริงของเครื่องบินลำนี้เอาไว้ว่าเป็นเครื่องบินวิจัยสภาพอากาศ

กองทัพสหรัฐฯใช้ Area 51 เป็นพื้นที่ในการทดสอบเทคโนโลยี ทางการทหารที่ยึดมาได้จากฝ่ายศัตรู ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินต่างๆ และอุปกรณ์ทรงอานุภาพอื่นๆ โดยอุปกรณ์ชิ้นแรกที่ทำการทดสอบก็คือเครื่องบินเจ๊ท MiG-21 ของสหภาพโซเวียตในช่วง สงครามเย็น เนื่องจากความเข้มงวดด้านการปกปิดความลับของฐานทัพ ทำให้มักถูกตั้งประเด็นว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดในเรื่องยูเอฟโอ

ไอ้ทฤษฎีสมคบคิดที่ว่านี่ มีที่มาจากนักเขียนหญิงรายหนึ่งชื่อ แอนนี่ จาคอบเซน เธอเขียนหนังสือจากการสัมภาษณ์และหลักฐานเท่าที่หามาได้ สรุปเนื้อความในหนังสือได้ว่า แอเรีย 51 คือที่ทดลองลับๆ เกี่ยวกับยูเอฟโอของ รัฐบาล เนื่องจากมีซากมนุษย์ต่างดาวในครอบครอง และมีตัวอย่างพันธุกรรม ของเด็กพิเศษที่ถูกดัดแปลงโดย นักวิทยาศาสตร์นาซี โดยเด็กพิเศษ เหล่านั้นเป็นผู้ควบคุมยาน

ประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้แอเรีย 51 ยังคงกำความลับและปริศนาอันหาคำตอบไม่ได้ มาจนทุกวันนี้ คือบริเวณรอบนอกนี้เต็มไปด้วยระบบเซ็นเซอร์ ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ เข้มงวดสุดๆ รวมไปถึงระบบการรักษา ความปลอดภัยระดับเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้บุกรุก

เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง คือในปีค.ศ. 2015 มีผู้พบเห็นการขนย้ายวัตถุทรง ประหลาดขนาดใหญ่ คล้ายกับยานอวกาศ ของมนุษย์ต่างดาวในบริวเณใกล้เคียงกับ Area 51 เลยยิ่งโจษจันกันลั่นอเมริกาว่า สิ่งที่เห็นนั้นคืออะไร หนักไปกว่านั้น หน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA มีข้อมูลของฐานทัพลับ Area 51 ย้อนหลังไปแค่ปี ค.ศ. 2013 ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีเอกสารหรือข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องเก็บไว้เลย เนื่องจากเกรงว่าการทำงานของฐานทัพลับจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาล

แถมประธานาธิบดีทุกคนไม่รู้ข้อมูลเบื้องลึกทั้งหมดเกี่ยวกับฐานทัพลับแห่งนี้เท่าไหร่นัก ยกเว้นในปี ค.ศ. 1995 ประธานาธิบดี Bill Clinton ได้ลงนาม ในคำสั่งพิเศษเพื่อทำการปกป้อง Area 51 ให้อยู่เหนือกฎหมายสูงสุด และหลุดพ้น จากการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุผล ทางด้านความมั่นคงของชาติ

ด้วยความที่ทุกอย่างเป็นความลับ สุดยอด ชาวบ้านชาวช่องเลยยิ่งอยากรู้อยากเห็น ผู้คนจำนวนมากสงสัยว่าจริงๆแล้ว มีอะไร ซ่อนอยู่ที่ฐานทัพ แห่งนี้ คนกลุ่มหนึ่ง ออกมารายงานว่า เคยเห็นวัตถุประหลาด ลอยอยู่เหนือฐานทัพ ข่าวลือเรื่องมนุษย์ต่างดาวก็ยิ่งแพร่กระพือออกไปไม่ หยุดหย่อน โดยเฉพาะ เรื่องการเก็บซากมนุษย์ต่างดาวกับซากจานบินที่ตกในเมืองรอสเวล (Roswell) ซึ่งเป็นพื้นที่ทะเลทรายในรัฐนิวเม็กซิโก มาไว้ที่แอเรีย 51 แห่งนี้

ความเห็นของชาวโลกต่อ แอเรีย 51 แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกเชื่อตามที่รัฐบาลอเมริกาให้ข้อมูลว่าที่นี่เป็นแค่พื้นที่หนึ่งของ ฐานทัพอากาศ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งมั่นใจว่า ที่นี่แหละคือแหล่งกำความลับเรื่องจานบินและมนุษย์ต่างดาว

ฝ่ายที่เชื่อเรื่องยูเอฟโอมักอ้างการให้สัมภาษณ์ของอดีตเจ้าหน้าที่ รายหนึ่ง คือ บ๊อบ ลาซาร์ ที่อ้างว่าเคย ทำงานอยู่ในเขตพื้นที่นี้ในช่วงปี ค.ศ. 1988- 1989 โดยทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษแผนกอากาศยาน

บ๊อบกล่าวอ้างว่าเคยเห็นจานบินขนาดใหญ่ในส่วนที่เรียกว่า เอส-โฟร์ (S-4) ในปาปูส เลค (Papoose Lake) ซึ่งเป็นบริเวณ ใกล้เคียงแอเรีย 51 เด็ดไปกว่านั้นคือบอกว่าเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวสูง ประมาณ 3-4 ฟุต หนักประมาณ 35-50 ปอนด์ มีผิวสีเทาและมีศีรษะใหญ่มาก

ไม่ว่าจะอย่างไร แอเรีย 51 ยังคงเป็นพื้นที่ลึกลับต่อไปจนกระทั่งทุกวันนี้ ผู้ที่เคยทำงานที่นั่นต่างก็เก็บงำลิ้นตัวเองอย่างดี แทบไม่มีการ แพร่งพรายใดๆ ออกมา ส่วนคนที่เชื่อเรื่องยูเอฟโอก็แอบซุ่มดูซุ่มศึกษากันต่ออย่างไม่ย่อท้อ

การที่เพจชวนบุกแอเรีย 51 มีคนลงชื่อเกินล้านคนนับว่าไม่ธรรมดา แม้ว่าจะไม่ได้มีการบุกเข้าไปจริง แค่เป็นเรื่องขำๆ แต่น่าแปลกคือเรื่องนี้ทำให้ทางกองทัพร้อนรน ถึงขั้นออกประกาศปังทันทีผ่านหนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทม์ว่า อย่าได้บุกเข้ามา เพราะทางเจ้าหน้าที่จะใช้อาวุธร้ายแรง ตอบโต้ เลยยิ่งทำให้ความลับที่เป็นปริศนาอยู่แล้วยิ่งทวีความน่าสงสัยเข้าไปใหญ่

เลือกเขียนถึงแอเรีย 21 เพราะอยากสลับฉากการเมืองอเมริกา ด้วยเรื่องเบาๆ อ่านสบายๆ บ้าง ดูเหมือนว่าโลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายไม่เว้นทุกภูมิภาค จึงอยากคั่นรายการด้วยเรื่องแนวสีสันบันเทิง มาเล่าสู่กันฟัง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ