'อนุทิน'ถกเดินหน้าปลูกกัญชา ยันต้องคุมการปลูก-ใช้ประโยชน์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 14 สิงหาคม 2562 00:00:46 น.

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมร่วมกับ นพ.มารุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ถึงการผลิตและใช้กัญชาทางการแพทย์ โดย นายอนุทินกล่าวในการประชุมว่า เราต้องนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์เป็นลำดับแรก หากประสบความสำเร็จ จะเข้าสู่การนำกัญชามาผลิตเป็นสินค้าต่างๆ ซึ่งเรื่องกัญชาต้องเดินหน้าเป็นขั้นตอน อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบกับสุขภาพของคนไทยและสังคมไทย  ส่วนที่มีการอ้างกฎบัตรองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่ากัญชาเป็นยาเสพติด ผิดกฎหมายนั้น ตนขอย้ำว่าถ้านำมาใช้ทางการแพทย์ สามารถทำได้ หลายประเทศไม่สนใจเรื่องนี้กันแล้ว ส่วนภาคเกษตรกร เรารู้ว่าเกษตรกรไทยมีความสามารถ และภาครัฐต้องการวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง จากเกษตรกรไทย แทนที่การนำของกลางมาใช้ แต่ที่สุดแล้ว การปลูกต้องควบคุมโดยรัฐ ซึ่งการนำมาใช้ก็ต้องผ่านการรับรองโดยรัฐเช่นกัน

นายอนุทินกล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น เพื่อใช้รักษาโรคนั้น ยังเป็นเป้าหมายของตน นอกจากนี้ การนิรโทษกรรม ผู้ป่วยที่ครอบครองกัญชาซึ่งจะหมดลงในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ตนจะไปดูแลเรื่องนี้ การปลูกกัญชาและกิจกรรมทั้งหลาย ต้องอยู่ภายใต้การดูแลโดย ภาครัฐเท่านั้น ทั้งการตรวจสอบคุณภาพ การรับซื้อ การสกัด การจำหน่ายจ่ายแจก และต้องเริ่มจากเรื่องการแพทย์ก่อน ทั้งนี้อะไรที่เป็นประโยชน์ เราไม่ขัดขวาง

ด้าน นายประพัฒน์กล่าวว่า  เราพร้อมผลักดันนโยบายการใช้กัญชาทางการแพทย์ ส่วนใครที่มาอ้างกฎหมายสากลนั้น ตนอยากให้ไปตรวจสอบที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลียซึ่งให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจกันแล้ว  นอกจากนี้อยากให้ภาครัฐสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถปลูกกัญชาได้สะดวกขึ้น ทุกวันนี้ ตนร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทยปลูกนำร่องไว้ 5 ไร่ ลงทุนเองหลายบาท เพราะอยากให้สังคมรู้ว่าคนไทยปลูกได้ ไม่แพ้ต่างชาติ อีกทั้งตนต้องการให้มีการลงทะเบียนสายพันธุ์กัญชา เพื่อให้รู้ว่าคนไทยปลูกกัญชาพันธุ์ไหนบ้าง และอยากให้ผ่อนปรนเรื่องวิจัยกัญชา เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงรัฐมนตรีที่เป็นผู้อนุญาต สวนทางกับจำนวนความต้องการวิจัยศึกษาที่มีมากมาย จนเกิดสภาวะคอขวด และอยากให้ดูแลเรื่องการนิรโทษกรรมกัญชาแก่ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการรักษาโรค

ขณะที่ นพ.มารุตกล่าวว่า ปัจจุบันนี้ เกษตรกรสามารถปลูกได้ ในเงื่อนไขที่ต้องร่วมมือกับสถาบันทางการแพทย์ และสถาบันการศึกษาโดยผลิตนั้น ต้องเป็นไปเพื่อรักษาผู้ป่วยเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง