คอลัมน์: ทันโลกทันเหตุการณ์ กับแพทยสภา: รู้จักโรคจิตเภท (ชื่อภาษาอังกฤษว่า schizophrenia)

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 00:00:36 น.
บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุลรับรองโดย ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

รู้จักลักษณะอาการ สาเหตุการเกิดโรค และแนวทางการรักษาอาการที่พบได้มีดังต่อไปนี้1.ความผิดปกติทางความคิด คือ อาการหลงผิด (delusion) เช่น หลงผิดหวาดระแวงว่าจะมีคนคอยจับผิด ทำร้ายเขา หรือ หลงผิดคิดว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญ เป็นต้น

2.ความผิดปกติทางการรับรู้ คือ ผู้ป่วยจะมีอาการประสาทหลอน (hallucination) ได้ยินเสียงหูแว่ว ได้ยินเสียงคนพูดคุยโดยไม่เห็นตัว คนพูด

3.ความผิดปกติด้านพฤติกรรม คือ ผู้ป่วยมีพฤติกรรม ไม่เหมาะสม เช่น วุ่นวายกว่าปกติ พูดจาเนื้อหาแปลกๆ หรือ นิ่งเฉยมากผิดปกติ เช่น ไม่ขยับตัว ไม่ขยับแขนขา ไม่ยอมลุกไปไหน หรือ แสดง กิริยาที่ไม่เหมาะสม ไม่เข้ากับบริบทที่อยู่ เช่น เดินไหว้ เดินกราบ สิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา พูดพึมพำ พูดโต้ตอบคนเดียว ยิ้มหัวเราะอยู่คนเดียว หรือ มีอาการไม่ค่อยดูแลสุขอนามัยความสะอาด เช่น ไม่อาบน้ำ ไม่ทำความสะอาดร่างกาย ปล่อยปละละเลยจนดูสกปรก เป็นต้น

4.ความผิดปกติด้านความรู้สึก  เช่น ไม่แสดงอารมณ์ หรือ การแสดงออกของอารมณ์น้อยกว่าปกติ หรือ มีลักษณะเฉื่อยชา ขาดความกระตือรือร้น หรือ แสดงอารมณ์ออกมาไม่เหมาะสมกับ เรื่องราวที่เกิดขึ้น

5.ความผิดปกติด้านสังคมหรือหน้าที่การงาน ตั้งแต่เริ่มเจ็บป่วย ผู้ป่วยจะมีความบกพร่องในด้านการเรียน การงาน ด้านสัมพันธ์ ชอบเก็บตัว ไม่เข้าสังคม หรือ การดูแลตนเองแย่ลง

6.ระยะเวลาที่เจ็บป่วย ผู้ป่วยจะมีอาการต่อเนื่องนานอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต่อเนื่องมาเป็นปี หรือ หลายปี
สาเหตุการเกิดโรค
1)ปัจจัยด้านพันธุกรรม ญาติของผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคจิตเภทสูงกว่าประชากรทั่วไป ยิ่งมีความใกล้ชิดทางสายเลือดมากยิ่งมีโอกาสมากขึ้น

2)ปัจจัยด้านสมอง เกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ที่ชื่อว่า สารโดปามีน และ สารซีโรโตนิน และพบมีลักษณะกายวิภาคของสมองผิดปกติ เป็นต้น

การรักษา จำเป็นต้องพบแพทย์ โดยมีแนวทางการรักษาต่างๆ ดังนี้

1.การรักษาด้วยยา เพื่อปรับสารสื่อประสาทในสมองทางความคิด และพฤติกรรมที่ขาดสมดุล ให้กลับมาสมดุล จึงจะทำให้ความคิดและพฤติกรรม กลับมาเป็นปกติ ตรงตามความเป็นจริงมากขึ้น ดังนั้น การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ

2.การดูแลรักษาด้านจิตใจ และสังคม- ความเข้าใจ การยอมรับจากคนในครอบครัว และผู้ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างมาก
- คนใกล้ตัวช่วยดูแลการรับประทานยาของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีความเข้าใจว่าตนเองไม่ป่วย จึงไม่ค่อยร่วมมือ รับประทานยา

3. การฟื้นฟูทักษะ การฝึกดูแลตัวเอง การเข้าสังคม และ การฝึกอาชีพที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความภูมิใจในตัวเองของผู้ป่วย เพิ่มรายได้ ลดการเป็นภาระต่อผู้ใกล้ชิดและสังคมได้

สาเหตุที่ทำให้โรคกำเริบ1) ขาดยา เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด2) ความเครียด ปัจจุบันมองว่า ความเครียด หรือ สาเหตุด้านจิตใจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรค

โดยพบว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเป็นผลจาก พันธุกรรม และความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ดังที่ได้กล่าวข้างต้น แต่ความเครียด เช่น ขาดความเข้าใจจากคนในครอบครัว และสังคม เป็นปัจจัยที่ทำให้โรคนี้หายช้า หรือ กำเริบได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง