คอลัมน์: แก้ผ้าลุงแซม: เมื่อเกลียดชังก็คลั่งฆ่า

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 00:00:52 น.
โดย...เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

ห้างวอลมาร์ทในอเมริกาเป็นห้างขนาดใหญ่ที่ใครๆ ก็ไปจับจ่าย ซื้ออาหารและเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิต ประจำวัน เพราะสินค้าที่นั่นราคาถูกกว่า ห้างอื่น หลายครอบครัวไม่มีเวลา ไปจ่ายตลาดก็มักรอให้ถึงเช้าวันเสาร์ ถึงค่อยไปซื้ออาหารมาตุนไว้อาทิตย์หน้า ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่วอลมาร์ทจัดรายการ ขายอุปกรณ์การเรียนราคาถูกเพื่อต้อนรับการเปิดเทอม  ยิ่งมีผู้ปกครองและเด็กๆ มาเลือกซื้อสินค้าอย่างคับคั่ง แต่ใครจะไปคิดว่าความตายจะกรายมาถึงตัว ในขณะที่เดินซื้อข้าวของในห้างแถวบ้านเช่นนี้...?

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม เกิดเหตุร้ายในเมืองเอล พาโซ่ รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นเมืองชายแดนระหว่างอเมริกา กับเม็กซิโกที่มีพลเมืองประมาณ เจ็ดแสนคน แต่ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิก หรือ เชื้อสายเม็กซิกันนั่นเอง

ตอนสายวันนั้น ชาวเมืองกำลังเดินจับจ่ายใช้สอย บ้างมาซื้ออาหาร บางคนก็มาซื้ออุปกรณ์การเรียน ทันใดนั้น ทุกคนได้ยินเสียงตึบๆๆๆๆ รัวติดต่อกัน ต่างหันมามองหน้ากัน อย่างตื่นตระหนก เมื่อพบว่า ชายผิวขาว คนหนึ่งใช้ปืนไรเฟิล AK47 กราดยิง ทุกคนที่กำลังเดินออกจากวอลมาร์ท เท่านั้นยังไม่หนำใจ ชายคนดังกล่าว บุกเข้าไปในห้างแล้วกระหน่ำยิง ไม่เลือกหน้า

ทุกคนกรีดร้องโกลาหลแล้ว รีบวิ่งเอาตัวรอด แต่มือปืนยังคงกราดยิง ต่ออย่างเมามัน ใบหน้านั้นนิ่งเฉยไร้ความรู้สึก เมื่อเห็นผู้คนเบื้องหน้า ล้มฟุบเลือดนองพื้น

ผลการกราดยิงปรากฏว่า มีผู้เสียชีวิต 20 ศพ และบาดเจ็บอีก 26 คน หนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตมีสตรี วัย 25 ซึ่งเป็นแม่ของลูกสามคน ในช่วงเวลาเกิดเหตุ เธอพาลูกชาย วัยสองขวบใส่รถเข็นเข้าไปในห้างเพื่อซื้อของใช้ประจำวัน เมื่อมือปืนสาดกระสุนใส่ เธอใช้ลำตัวบังป้องลูกชายจนตัวเองเสียชีวิต ส่วนลูกน้อยวัย สองขวบปลอดภัย เหยื่อรายอื่นมีตั้งแต่ เด็กเล็กอายุ 2 ขวบ ไปจนถึงคนชราวัย 82 ปี

เกร็ก แอ็บบ็อตต์ ผู้ว่าการ รัฐเท็กซัสกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 20 ศพ และบาดเจ็บ 26 คน ส่วนประธานาธิบดีเม็กซิกัน มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ กล่าวว่า ในกลุ่มผู้เสียชีวิตมีชาวเม็กซิกัน 3 ศพ และบาดเจ็บ 6 คน

เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสอบสวนหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุจากความเกลียดชัง โดยมุ่งเป้าโจมตีกลุ่มฮิสแปนิก เนื่องจากห้างวอลมาร์ทแห่งนี้ มีชาวเม็กซิกัน มักข้ามพรมแดนเข้ามาซื้อสินค้าเป็นประจำ

ตำรวจสามารถจับกุมมือปืนไว้ได้ มือปืนอายุเพียง 21 ปี ชื่อ  แพทริค ครูเซียส ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม "คลั่งขาว" หรือ White Supremacist  ซึ่งต่อยอดมาจาก คูคลักแคลนซ์และนีโอนาซีผสมกัน พูดง่ายๆ คือ สมาชิกทั้งสองกลุ่มมารวมตัวกัน เพราะแนวคิดใกล้เคียงกันนั่นเอง กลุ่มนี้เกลียดชังคนสีผิวอื่น ยกย่อง คนผิวขาวว่าดีเลิศเหนือคนสีผิวอื่น เกลียดมุสลิม เกลียดยิว เกลียดเอเชีย เกลียดคนผิวดำ เกลียดเม็กซิกัน แนวคิด หลักคือการกำจัดคนสีผิวอื่นที่ไม่ใช่ คนผิวขาว

มือปืนก่อเหตุได้โพสต์ข้อความประกาศทางออนไลน์ก่อนลงมือ โดยเป็น การโพสต์ขึ้นบนเว็บไซต์ของกลุ่มพวก หัวรุนแรงตอนสิบโมงเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

มือปืนรายนี้คือผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ข้อความในโซเชียลมีเดีย เต็มไป ด้วยข้อความที่สนับสนุนทรัมป์ โดยมองว่า พวกผู้อพยพและเม็กซิกันในอเมริกาคือปัญหา ก่อนลงมือกราดยิงได้เขียนข้อความแสดงทัศนคติว่าจำเป็นต้องทำลายล้างพวกเม็กซิกัน  จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมถึงเดินทางไปลงมือที่เมือง เอล พาโซ เพราะพลเมืองนี้เป็นฮิสแปนิก กว่า 80 เปอร์เซ็นต์  ในบันทึกก่อนลงมือกราดยิงเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าจะฆ่า พวกที่มีเชื้อสายเม็กซิกันให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

ในบันทึกก่อนการฆ่ายังแสดงความชื่นชมการสังหารหมู่ที่ไครสต์เชิร์ช ซึ่งเป็นการก่อการร้ายของกลุ่มขวาจัด หัวรุนแรง ณ มัสยิดอันนูรและศูนย์อิสลามลินวุด ในเมืองไครสต์เชิร์ช

ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างการละหมาด เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562 มีผู้เสียชีวิต จากการกราดยิงแล้ว 50 ศพ และบาดเจ็บ 50 คน โดยกล่าวว่า การสังหารหมู่แบบนี้ คือการกวาดขยะอัน ยอดเยี่ยม

อาทิตย์ก่อนหน้านี้ก็มีการกราดยิงที่แคลิฟอร์เนีย ในงานเทศกาลอาหาร ประเด็นคือเมืองที่จัดงานเป็นเมืองเกษตรกรรม ที่มีเม็กซิกันมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มือปืนแอบตัดรั้วเข้าไปกราดยิง ระหว่างที่ผู้คนกำลังอิ่มอร่อยกับอาหารต่างๆ ที่นำมาขายในงาน กลับต้องแตกฮือกรีดร้อง เมื่อเสียงปืนรัวมาจาก ทุกทิศทาง ต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด ผลการ กราดยิงสัปดาห์ก่อนคือมีผู้เสียชีวิต 3 Lr บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง มือปืนที่กราดยิงในงานเทศกาลก็คือหนึ่งใน กลุ่มคลั่งขาว หรือ White Supremacist เช่นเดียวกัน

ในขณะที่อเมริกันยังไม่หายจากตื่นตระหนก เพราะเหมือนฝันร้ายในฤดูร้อนที่ความตายมาถึงแบบไม่ทัน ตั้งตัว แม้ขณะเดินซื้อของในห้าง ตีหนึ่ง เช้าวันอาทิตย์ที่ 4 ก็เกิดเหตุกราดยิงที่เมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ ผู้เสียชีวิต 9 ศพ และบาดเจ็บ 16 คน จุดที่เกิดเหตุเป็นทั้งบาร์และร้านอาหาร ซึ่งใครๆ ต่างก็พากันไปกินดื่ม เนื่องจาก เป็นคืนวันเสาร์ มือปืนผู้นี้สวมเสื้อเกราะ กันกระสุน ใช้ปืนไรเฟิลขนาด .223 แคริเบอร์ เป็นอาวุธ และยังมีแมกกาซีน บรรจุกระสุนสำรองอีกหลายอัน แต่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในที่สุด

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีนี้จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งหมด 216 วัน แต่เกิดเหตุกราดยิงแล้วถึง 251 ครั้ง เผลอๆ อาจจะแซงหน้าปีกลาย ซึ่ง เกิดเหตุกราดยิง 323 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 387 ศพ และบาดเจ็บ 1,274 คน โดยครั้งร้ายแรงที่สุดเมื่อปีกลายคือการ กราดยิงในเทศกาลดนตรีลาสเวกัส รัฐเนวาดา อันเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ที่สุดในอเมริกา  ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 58 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 546 คน

คำถามที่ค้างคาในหัวใจอเมริกันชน เวลานี้คือ เราจะอยู่กันอย่างไรท่ามกลาง ความเกลียดชังระหว่างเชื้อชาติ จนกลายเป็น การไล่ล่าสังหารเช่นนี้ ที่สำคัญ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นขัดกับอุดมการณ์แบบอเมริกันอย่างร้ายแรง เพราะพื้นฐานความเชื่อ แบบอเมริกาคือ ความเชื่อเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง