ทดลองขับ'ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่' สัมผัสสุดยอดขุมพลังและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

ข่าวยานยนต์ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

หลังจากที่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนไปทดลองขับ แอคคอร์ด ใหม่ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อไม่นาน ล่าสุดฮอนด้ายังได้เชิญสื่อมวลชนไปทดลองขับ แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ในช่วงเวลาต่อมา ทั้งนี้ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มาพร้อมขุมพลังการขับเคลื่อนระบบ Sport Hybrid i-MMD ระบบ Full Hybrid ที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ซึ่งมาพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ซึ่งการทดลองขับของสื่อมวลชนจะใช้เส้นทางจากอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มุ่งหน้าสู่ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา รวมระยะทางกว่า 153 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผู้เขียนได้ทำการทดลองขับดู และนำมาเปรียบเทียบกันระหว่างรุ่น แอคคอร์ด ใหม่ ในรุ่น TURBO EL ด้วยราคา 1,475,000 บาท กับ แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ รุ่น HYBRID TECH ด้วยราคา 1,799,000 บาท และรุ่น HYBRID ด้วยราคา 1,639,000 บาทนั้น ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนต้องขอบอกว่า

"เราชอบรุ่นไฮบริดมากกว่า แม้จะต้องแลกมาด้วยการเพิ่มเงินที่สูงถึงหลายแสนบาทก็ตาม"

และคราวนี้เราลองมาดูเหตุผล ทำไมผู้เขียนถึงเทใจให้กับ แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มากกว่ารุ่น แอคคอร์ด ใหม่ ในรุ่น TURBO EL

*นวัตกรรมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ เป็นระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะเพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่

  • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็วจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วให้กลับเป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ ซึ่งในระบบนี้จะให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และให้ความเงียบเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง โดยแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ช่วยให้สามารถขับขี่ในโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ได้อย่างต่อเนื่อง และทำความเร็วได้สูงสุดถึง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EVMode) เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ที่ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าในการ ขับเคลื่อน โดยจะมีสัญลักษณ์ EV สีเขียวปรากฏขึ้นบนแผงหน้าปัด ให้การขับขี่ที่ประหยัดน้ำมัน และเงียบสนิท ซึ่งระบบจะทำงานและตัดเข้าสู่การทำงานในโหมดอื่นตามสภาพการขับขี่ที่เปลี่ยนไป

  • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์ และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว และมีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และในขณะลดความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และชาร์จไฟกลับอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในขณะเร่งความเร็วที่ให้อัตราเร่งที่นุ่มนวล และทรงพลัง
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัตช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์ และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูง และมีแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่โดยระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode)ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างเร้าใจยิ่งขึ้น สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม SPORT ที่อยู่บริเวณด้านล่างของคันเกียร์ โดยสัญลักษณ์ SPORT จะแสดงขึ้นบนมาตรวัดในขณะที่ใช้ระบบอีกทั้ง ECON Mode ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง โดยจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ และระบบเกียร์ให้สัมพันธ์กัน นอกจากนั้น ระบบจะปรับการทำงานของระบบปรับอากาศ และการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

*เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย สู่ประสบการณ์ใหม่แห่งการขับเคลื่อนฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ได้แก่

  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)ที่ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยจะใช้กล้องในการจับภาพ และแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้ว (ทุกรุ่น)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในจังหวะที่เกียร์ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลังโดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน(เฉพาะรุ่น TURBO EL และ รุ่น HYBRID)
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) โดยระบบจะตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการควบคุมพวงมาลัย และแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ TFT หากประสิทธิภาพในการควบคุมรถของผู้ขับขี่ลดน้อยลงจนอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ระบบจะส่งสัญญาณเสียง และทำการสั่นเตือนที่พวงมาลัย (ทุกรุ่น)
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System-MVCS) โดยระบบจะทำงาน ผ่านกล้องที่ติดตั้ง 4 จุดรอบคัน ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวา โดยสามารถแสดงภาพได้ครบทุกมุมมอง หรือภาพจำลองจากมุมสูงเพื่อให้เห็นทุกทิศทางรอบคัน ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้อย่างชัดเจน (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor-CTM) จะทำงานร่วมกับระบบกล้องรอบทิศทางเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ขณะถอยหลัง โดยระบบจะทำการเตือนด้วยเสียงและสัญลักษณ์แสดงบนหน้าจอ เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาของรถขณะถอย ซึ่งระบบนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการขับถอยหลังในลานจอดรถที่มีรถหนาแน่น และมีมุมที่บังสายตาจากที่นั่งของผู้ขับขี่ (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH)
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) ระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ โดยเพียงแค่เดินหน้าหรือถอยหลังไปตามคำแนะนำ และตาม

แท็ก ฮอนด้า   sport  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ