คอลัมน์: คุยกัน 7วัน หน: 'เกรตา ธุนเบิร์ก' ล่องเรือไปประชุมยูเอ็น

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 00:00:51 น.
@koopnot01

เกรตา ธุนเบิร์ก สาวนักรณรงค์เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศชาวสวีเดน ซึ่งปลุกกระแสให้เด็กนักเรียนทั่วโลกร่วมรณรงค์ลดผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เริ่มล่องเรือใบออกจากเมืองพลีมัธของอังกฤษในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อไปร่วมการประชุมสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

ธุนเบิร์ก วัย 16 ปี บอกก่อนหน้านี้ ว่า เธอจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดปฏิบัติการสภาพภูมิอากาศยูเอ็นที่นครนิวยอร์กของสหรัฐในเดือนกันยายน การประชุมภาคีกรอบอนุสัญญายูเอ็นว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงซันติอาโกของชิลีในเดือนธันวาคม และการประชุมที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับบิดาและนักสร้างภาพยนตร์เพื่อถ่ายทำสารคดีการเดินทาง เพราะมีคนใจดีให้เธอล่องเรือใบ มาลิเซีย ทู (Malizia II) ความยาว 60 ฟุต (ราว 18.28 เมตร) ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจากอังกฤษไปนครนิวยอร์ก ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการเดินทางไปประชุมที่สร้างมลพิษน้อยที่สุด เธอไม่ขอเดินทางไปประชุมด้วยเครื่องบินเพราะปล่อยก๊าซคาร์บอน วิทยาศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนแล้ว ทุกคนต้องเริ่มดึงแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดลงมาก ๆ ก่อนถึงปี 2563 จึงจะยังมีโอกาสที่จะรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสได้ จึงเลือกเดินทางด้วยเรือใบแทน

เรือใบมาลิเซีย ทู มีปิแอร์ แกซีรากี รองประธานสโมสรเรือใบโมนาโก ผู้ก่อตั้ง ทีมมาลิเซีย และหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์ แห่งราชรัฐโมนาโก และนายบอริส แฮร์มานน์ นักล่องเรือใบรอบโลกชาวเยอรมันผลัดกัน เป็นคนบังคับเรือ คาดใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์ เรือใบลำนี้สามารถแล่นด้วยความเร็ว 35 นอต หรือราว 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อแล่นจริงจะช้ากว่านี้เพื่อให้การเดินทางราบรื่นและปลอดภัยกว่า

ธุนเบิร์ก บอกว่า การเดินทาง 2 สัปดาห์ อาจทำให้เธอเมาคลื่นบ้าง แต่ถือว่าธรรมดา มาก เมื่อเทียบกับความทุกข์ยากของผู้คน หลายร้อยล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ภูมิอากาศ เธอหวังว่าภารกิจของเธอจะช่วยให้ผู้คนทั่วโลกหันมาใส่ใจปัญหานี้ มีหลายคนยังไม่เข้าใจและไม่ยอมรับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเธอก็จะทำในสิ่งที่ทำมาตลอด นั่นคือไม่ใส่ใจคนเหล่านี้แล้วพยายามอธิบายวิทยาศาสตร์ต่อไป ทำให้เกิดความคิดเห็นและความ เคลื่อนไหวสากลเพื่อให้ผู้คนยืนหยัดกดดันผู้มีอำนาจให้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่นเดียวกับแกซิรากีที่บอกว่า เขามุ่งมั่นทำให้ผู้คนตื่นตัวเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ การโน้มน้าวให้รัฐบาลและสถาบันระหว่างประเทศดำเนินการและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อปกป้องมนุษยชาติและความหลากหลายทางชีวภาพคือ สิ่งสำคัญที่สุดต่ออนาคตของชีวิตมนุษย์

ธุนเบิร์กสร้างชื่อเป็นที่รู้จัก และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ด้วยการเริ่มประท้วงหน้าอาคารรัฐสภาสวีเดนร่วมกับเพื่อนนักเรียน เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ต่อมา เธอและเพื่อนนักเรียนได้ประท้วงด้วยการหยุดเรียนอย่างต่อเนื่อง ทุกวันศุกร์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหันมา สนใจกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศโลกมากขึ้น ภายใต้การรณรงค์ที่เรียกว่า Fridays For The Future เกิดเป็นกระแส #FridaysForFuture ที่ถูกแชร์อย่างแพร่หลายทางอินเตอร์เนต ขณะที่การประท้วงหยุดเรียนในวันศุกร์ ถูกนำไปใช้ในหลายโรงเรียนทั่วโลก รวมทั้ง ในเยอรมนี เบลเยียม อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

นั่นส่งผลให้ธุนเบิร์ก ผู้ป่วยโรคแอสเปอร์เกอร์ ซินโดรม ได้รับเสนอชื่อจากสมาชิกรัฐสภาของนอร์เวย์ 3 คน ให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2019 ซึ่งหากเธอได้รับเลือกเป็นผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจริง เธอจะกลายเป็นผู้ได้รับรางวัลนี้ที่อายุน้อยที่สุด เท่าที่เคยมีมา นับตั้งแต่ มาลาลา ยูซาฟไซ สตรีชาวปากีสถานที่เคยได้รับรางวัลนี้ เมื่อเธออายุ 17 ปี

ที่ผ่านมา ธุนเบิร์กเคยได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ทั้งเป็นหนึ่งในผู้ชนะการแข่งขันเขียนบทความของหนังสือพิมพ์ Svenska Dagbladet หนังสือพิมพ์ รายวันของสวีเดน เกี่ยวกับสภาพอากาศสำหรับคนหนุ่มสาวเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว รวมทั้งยังได้รับทุนการศึกษาจาก Fryshuset ในฐานะต้นแบบเด็กรุ่นใหม่แห่งปี 2018 นอกจากนี้ นิตยสารไทม์ ยังคัดเลือกให้เธอเป็นหนึ่งใน 25 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ประจำปี 2018 และเนื่องในวันสตรีสากลของปีที่ผ่านมา เธอยังได้รับประกาศให้ เป็นผู้หญิงที่สำคัญที่สุดแห่งปีในสวีเดนอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง