บทอำลา'ฮีโร่นัดชิงบอลโลก'

ข่าวกีฬา 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โลกแห่งลูกหนังได้สูญเสีย "โฆเซ่ หลุยส์ บราวน์" ปราการหลังทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดแชมป์โลก ปี 1986 แบบไม่มีวันหวนคืน

บราวน์ คือปราการหลังตัวกลางของ "ฟ้าขาว" ในยุคทองของ "เสือเตี้ย" ดีเอโก้ มาราโดน่า มหัศจรรย์ลูกหนังแห่งจักรวาล เจ้าของตำนาน "ขวาไว้ยืน ซ้ายไว้ยิง" ที่ครองโลก ในศึกเวิลด์คัพ ปี 1986 ที่เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ

ปีนั้น อาร์เจนตินา ผงาดแชมป์ด้วยการคว่ำ "อินทรีเหล็ก" เยอรมันตะวันตก ในนัดชิงชนะเลิศไปได้แบบระทึกใจ 3-2 ในเกมที่อัซเตก้า สเตเดี้ยม

แน่นอนว่า บราวน์ คือบุคคลสำคัญและถูกบันทึกเอาไว้ในตำนานว่า เป็นนักเตะ คนแรกที่ยิงประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกหนดังกล่าว ท่ามกลางผู้ชมที่เข้าไปเป็นสักขีพยานถึง 114,600 คน Who are You?

บราวน์ เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1956 ที่รานโชส เมืองในกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา สืบเชื้อสายมาจาก "เจมส์ บราวน์" ต้นตระกูล จากสกอตแลนด์ ที่อพยพมาจากกรีนน็อก เมืองทองตอนเหนือแดนวิสกี้ ตั้งแต่ปี 1825

น่าสนใจก็คือ ด้วยเรือนร่าง 183 เซนติเมตร เขากลายเป็นกองหลังจอมถล่มประตู เมื่อยิง ได้ถึง 17 ประตูจาก 69 นัด ในการเล่นให้กับ เอสตูเดียนเตส เพียงปีแรกของการเทิร์นโปร และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 8 ปี ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ นาซิอองนาล ในโคลอมเบีย จากนั้นในช่วงก่อน ไปบอลโลก 1986 บราวน์ เหมือนมีปัญหาเมื่อไม่สามารถยึดตัวหลักกับ โบคา จูเนียร์ส ทำให้ต้องย้ายมาอยู่กับ เดปอร์ติโบ เอสปาญ่อล

เนื่องจากบาดเจ็บหนักที่หัวเข่า

แต่ คาร์ลอส บิลาร์โด กุนซือของฟ้าขาว เรียกกองหลังวัย 29 ปี ผู้นี้ติดทีมในนาทีสุดท้าย

บราวน์ ก็ไม่ทำให้ บิลาร์โด้ และชาวอาร์เจนไตน์ ต้องผิดหวัง ประตูแรก-ประตูเดียว-ประตูสำคัญ

บิลาร์โด้ ผู้คลั่งไคล้ในฟอร์เมชั่น 3-5-2 ตัดสินใจดร็อป แดเนี่ยล พาสซาเรลล่า จอมเก๋าวัย 33 ปี กัปตันทีมชุดแชมป์โลกสมัยแรก ปี 1978 แล้วให้ บราวน์ ยืนเป็นปราการหลังตัวสุดท้าย คอยเก็บกวาด โดยมี โฆเซ่ หลุยส์ คูซิอุฟโฟ่ สต็อปเปอร์เบอร์ 9 คอยชนร่วมกับ ออสการ์ รุจเจรี่

ทุกอย่างได้ผล เมื่อ อาร์เจนตินา กรุยทางสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ด้วยการผ่าน เกาหลีใต้, อิตาลี, บัลแกเรีย, อุรุกวัย, อังกฤษ และเบลเยียม เข้ามาชิงกับ เยอรมันตะวันตก แชมป์โลก 2 สมัย ซึ่งเป็นรองแชมป์เก่า

เกมผ่านไปได้ครึ่งทาง ประตูแรกเกิดขึ้นจากจังหวะฟรีคิกทางด้านขวา โทนี่ ชูมัคเกอร์ ลอยตัวออกไปแล้วจั่วลม บอลเลยมาที่

เสาสอง บราวน์ ลอยตัวขึ้นไปท่ามกลาง ผู้เล่นอินทรีเหล็ก แล้วโหม่งเข้าไป

รายงานในตอนนั้นบอกว่า ใครทำประตูแรกได้เอาไวน์ไปเลย 5,000 ขวด

บราวน์ เป็นผู้ได้รับไป และสุดท้ายเขา เป็นแชมป์โลก

คนทั่วไปอาจจะจดจำแต่ ดีเอโก้ มาราโดน่า แต่ถ้าคอบอลจะต้องไม่ลืมลูกโหม่งลูกแรกของเกมๆ นั้น พร้อมกับการคุกเข่าดีใจและขอบคุณพระเจ้าของ บราวน์ อย่างแน่นอน

น่าสนใจก็คือ นั่นคือประตูแรกในนามทีมชาติ และเป็นประตูเดียวในการลงเล่นให้ อาร์เจนตินา 36 เกม Life After Champion

หลังจากครองแชมป์โลกได้สำเร็จ บราวน์ ย้ายมาหากินในยุโรป กับ แบรสต์ ในฝรั่งเศส และมูร์เซีย ในสเปน รวมสองปี ก่อนจะย้ายกลับบ้านไปแขวนสตั๊ดกับ ราซิ่ง ด้วยวัย 33 เมื่อปี 1989

จากนั้นก็เริ่มงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม โดยเฉพาะมาทำงานกับ บิลาร์โด้ ที่โบคา จูเนียร์ส และในปี 1995 บราวน์ เริ่มจับงานอย่างเต็มตัว กับ ลอส อันเดส ก่อนจะทำงานทั้งสิ้น 12 แห่ง และเคยคุม อาร์เจนตินา ชุดยู 17 เมื่อปี 2007-2009 ก่อนจะวางมือเมื่อปี 2013 ตอนนั้นคุมทีมเฟอร์โร่ คามิ โอเอสเต้ ทีมในลีกดิวิชั่น 2 ของอาร์เจนตินา

กระทั้งวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา บราวน์ ได้เสียชีวิตลงจากโรคอัลไซเมอร์ ด้วยวัยเพียง 62 ปีเท่านั้น

หลับให้สบาย "ตาต้า" ฮีโร่สุดคลาสสิก อีกคนของวงการ

บรรยายใต้ภาพ

"ตาต้า" โฆเซ่ หลุยส์ บราวน์ ฉลองการพังประตูแรกในนามทีมชาติ ในนัดชิงบอลโลก 1986

ฉลองถ้วยแชมป์โลก ปี 1986 กับ ดีเอโก้ มาราโดน่า ยอดนักเตะแห่งตำนาน และเนรี่ ปุมปิโด นายประตู

จังหวะขึ้นโขกประตูของ บราวน์ ในเกม อาร์เจนตินา พบกับ เยอรมันตะวันตก


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ