'พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร'แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชายแดนใต้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 00:00:32 น.

นายราเมศ พรหมเย็น ผอ.สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) หรือ "มิวเซียมสยาม" กล่าวถึงโครงการพัฒนาต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้สู่ภูมิภาค ว่า เป็นนโยบายสำคัญของ สพร.ในการขยายต้นแบบพิพิธภัณฑ์ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ใน 4 ภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกและภาคกลาง เพื่อให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน ส่งเสริมให้เกิดความรัก ความหวงแหนท้องถิ่นและรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างและบุกเบิกไว้

ล่าสุด สพร. ได้พัฒนา "พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร" จ.นราธิวาส โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้สู่ภูมิภาค จากเดิมเคยเป็นที่พักอาศัยของผู้ใหญ่บ้านรัศมินทร์ นิติธรรมและครอบครัว ด้วยผู้ใหญ่บ้านได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์มลายูที่กำลังจะเลือนหายไปตามกาลเวลา และต้องการให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงถิ่นกำเนิดและชาติพันธุ์ของตัวเอง

สพร. จึงได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับการบริหารจัดการ เพื่อให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้กับชุมชน พร้อมส่งเสริมให้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหารเป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยการนำสื่อดิจิทัลเข้ามาช่วยในเรื่องการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยให้การนำเสนอข้อมูลและนิทรรศการให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อาทิ วีดิทัศน์แนะนำพิพิธภัณฑ์ สื่อนิทรรศการมัลติมีเดีย แอพพลิเคชั่นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร

และด้วยห้องนิทรรศการทั้ง 11 ห้องนั้น ชิ้นงานที่จัดแสดง ส่วนใหญ่เป็นวัตถุโบราณ ที่ต้องมีการดูแลรักษาและระมัดระวังเป็นพิเศษ ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นรายละเอียดของวัตถุได้เพียงมุมเดียว ดังนั้นการนำแอพพลิเคชั่น มาใช้เป็นเครื่องมือประกอบการชมพิพิธภัณฑ์ จึงเป็นตัวช่วยที่ดี เนื่องจากสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องการนำเสนอข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยการใช้เทคนิคของ Augmented Reality หรือ AR ที่จำลองภาพเสมือนจริงผ่านอุปกรณ์ ด้วยการเปลี่ยนวัตถุ จัดแสดงธรรมดาให้มีชีวิต เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชม

นายราเมศ กล่าวต่อไปว่า ผู้เข้าชมยังสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเลต พร้อมแสดงผลกราฟิก เพื่อให้ ผู้เข้าชมเลือกอ่านข้อมูลได้ตามความต้องการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว ยังช่วยลดภาระของผู้นำชมพิพิธภัณฑ์อีกด้วย และ สพร.ยังได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนในการสนับสนุนห้องเรียนนอกหลักสูตร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยการนำสื่อดิจิทัล เข้ามาช่วยทำให้เนื้อหามีความน่าสนใจมากขึ้น

ทั้งยังส่งเสริมการนำเสนอเนื้อหาของพิพิธภัณฑ์ด้วยการเล่นเกม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน สามารถจดจำเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้แบบกลุ่มเพื่อให้เกิดการ แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน ทำให้เยาวชนไทยได้สัมผัส ทดลอง พร้อมตั้ง คำถาม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจหาได้จากห้องเรียน สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของภาครัฐในเรื่องของลดเวลาเรียน-เพิ่มเวลารู้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง