วันที่รอคอย!'ไวท์'แชมป์ที่ครูซิเบิ้ล

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 00:00:40 น.
สอยคิวซีเนียร์เวิลด์-'ต๋อง'ถึงตัดเชือก ศึก6แดงโลกพร้อม-'เอฟ'ลั่นสู้ตาย

"สิงห์อีซ้าย" จิมมี่ ไวท์ นักสอยคิวขวัญใจมหาชนชาวอังกฤษ ลบอาถรรพ์ที่ไม่เคย ได้แชมป์ที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ได้สำร็จ หลังจากคว่ำ "โบโซ่" ดาร์เรน มอร์แกน จากเวลส์ 5-3 เฟรม คว้าแชมป์เวิลด์ซีเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 มาครองได้สำเร็จ

ในการแข่งขันนัดชิงระบบ 5 ใน 9 เฟรม ไวท์ ฝ่ายตามหลังก่อน 1-2 ก่อนจะกดสองเฟรมติดพลิกนำ 3-2 จากนั้น มอร์แกน แทง 53 ตีเสมอเป็น 3-3 แต่มาถึงเฟรมที่ 7 ไวท์ แทงรวดเดียว 86 แต้มขึ้นแท่น 4-3 ก่อนจะเช็คบิลได้สำเร็จ ครองแชมป์โลกรุ่นซีเนียร์ ด้วยสกอร์ 46-56, 67-55, 27-66, 72(51)-33, 77(53)-13, 43-68, 124(86)-20 และ 75-50 คว้าแชมป์จากสังเวียนศักดิ์สิทธิ์ได้เป็น ครั้งแรกในอาชีพการเล่น พร้อมเงินรางวัล 25,000 ปอนด์ ส่วน มอร์แกน อดีตแชมป์ปี 2011 รับไป 10,000 ปอนด์

การได้แชมป์ครั้งนี้ทำให้ ไวท์ สามารถครองแชมป์ซีเนียร์ได้ทั้ง 15 แดง และ 6 แดง โดยก่อนหน้านี้ได้แชมป์ 6 แดงโลกซีเนียร์ (2019 Seniors 6-Red World Championship) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่กรุงเบลฟาสต์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ ด้วยการชนะ แอร่อน คานาวาน จากเกาะเจอร์ซี่ 4-2 เฟรม

ไวท์ ปัจจุบัน อายุ 57 ปี เทิร์นโปรมาตั้งแต่ปี 1980 ด้วยวัย 18 ปี เคยเข้าชิงที่ ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ ในศึกชิงแชมป์โลกถึง 6 สมัย แต่ต้องพ่ายแพ้ทุกครั้งจนได้รับฉายาว่า "แชมป์โลกของมหาชน" โดยเข้าชิงแชมป์โลกครั้งแรก ปี 1984 แพ้ สตีฟ เดวิส 16-18, ครั้งที่ 2 ปี 1990 แพ้ สตีเฟ่น เฮนดรี้ 12-18, ครั้งที่ 3 ปี 1991 แพ้ จอห์น แพร์ร็อตต์ 11-18, ครั้งที่ 4 ปี 1992 แพ้ สตีเฟ่น เฮนดรี้ 14-18, ครั้งที่ 5 ปี 1993 แพ้ สตีเฟ่น เฮนดรี้ 5-18 และครั้งที่ 6 ปี 1994 แพ้ สตีเฟ่น เฮนดรี้ 17-18

สำหรับ ไวท์ ไม่ค่อยถูกโฉลกกับ นัดชิงชนะเลิศเท่าไหร่นัก โดยคว้าแชมป์รายการสะสมคะแนน 10 ครั้ง แชมป์รายการล่าเงินรางวัล 22 รายการ ทำเงินจากการเล่นอาชีพไปทั้งสิ้น 4.8 ล้านปอนด์ แต่แพ้นัดชิงสะสมคะแนน 14 ครั้ง และล่าเงินรางวัล 18 ครั้ง ปัจจุบันเป็นมือ 119 ของโลก

ขณะที่ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" รัชพล ภู่โอบอ้อม อดีตมือ 3 ของโลก ที่ได้สิทธิ์เป็นไวลด์คาร์ด สามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะแพ้ ไวท์ 1-3 รับเงินปลอบใจไป 7,500 ปอนด์ ทั้งนี้ ในยุคที่ต๋องกำลังเรืองรองเคยเข้าถึงรอบตัดเชือก ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิ้ล แห่งนี้ 2 สมัย

ทางด้านความเคลื่อนไหวก่อนการแข่งขันสนุ้กเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์โลก หรือ "แสงโสม 6 เร้ด เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ 2019" ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2-7 กันยายนนี้ ที่บีซีซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

"บิ๊กฮง" นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาถึงตอนนี้ทางสมาคมได้เตรียมความพร้อมเต็ม 100 แล้ว เรื่องการเตรียมการต้อนรับนักกีฬาอาชีพโลกรวมถึงนักสนุ้กจากหลายชาติ และทีมผู้บริหารสมาคมสนุกเกอร์โลก เราได้รับแจ้งการเดินทางเที่ยวบินของนักกีฬามาบ้างแล้ว ซึ่งกำลังทยอยส่งข้อมูลมาเรื่อยๆ ทีมงานพร้อมไปรับตลอด 24 ชม. ที่นักสนุ้กเกอร์ ทุกคนมาถึง ส่วนเรื่องสนามแข่งขันเราวางแปลนสนามแข่งไว้เรียบร้อยหมดแล้ว โดยปีนี้ จะไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมา เราจะวางรูปแบบใหม่ และหวังว่าแฟนสอยคิวชาวไทยจะมาชมเกมกันแน่นขนัดเหมือนกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา

ในส่วนของ "เอฟวัน" เทพไชยา อุ่นหนู จอมคิวมือ 37 ของโลก อดีตแชมป์ 6 แดงโลกปี 2015 กล่าวการอยู่สาย เอช ร่วมกับ มาร์ค วิลเลี่ยม มือ 3 โลก และอดีตแชมป์ 6 แดง โลก ปี 2017 จากเวลส์, แกรม ดอตต์ มือ 22 จากสกอตแลนด์,และอึ๊ง อองยี จอมคิวสาวมือ 2 ของโลกจากฮ่องกง ว่า การเจอกับ มาร์ค วิลเลี่ยมส์ ถือว่าเป็นอีกครั้งที่ได้มาเจอกัน และค่อนข้างถูกโฉลกเพราะจับสลากรอบแรกเจอกันบ่อยมากในรายการนี้ และเคยเข้าชิงชนะเลิศกันเมื่อ 2 ปีก่อนอีกด้วย

"คงต้องลุ้นกัน 3 คน ซึ่ง อึ๊ง ออง ยี ไม่น่ามีปัญหา วัดกันที่ วิลเลี่ยม กับ แกรม ดอตต์ ถ้าชนะใครได้ ก็มีลุ้นเข้ารอบหรืออาจเป็น งูกินหางกันเอง 3 คน และต้องรอดูโปรแกรมการแข่งขันออกมาก่อนว่าแข่งวันไหนและเจอใครก่อน-หลัง ส่วนตัวแล้วพร้อมที่จะสู้เต็มที่ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ซ้อมสนุ้กเกอร์ 6 แดง เลย เพราะต้องเล่นแรงกิ้งโลกมาโดยตลอด"

เอฟ วัน กล่าวต่อไปอีกว่า สนุ้ก 6 แดง สิ่งสำคัญในการฝึกซ้อมคือลูกเปิด และลูกโฉบ ซึ่งตอนที่ผมได้แชมป์โลกตอนนั้นผมสมบูรณ์มาก เปิดดี โฉบลูกเปิดสกอร์ได้ดีมากจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องซ้อมมากๆ และปีนี้ผมสมบูรณ์พอสมควร เพราะได้อยู่เมืองไทยเกือบครึ่งเดือน ได้ซ้อมอย่างเต็มที่ ที่สำคัญไม้คิว หัวคิว พร้อมมาก เมื่อปีที่แล้วผมตกรอบแรก เพราะไม่สมบูรณ์กลับมาเมืองไทยไม่กี่วันเองก็แข่งเลย ไม้คิวก็เปลี่ยนใหม่และหัวคิวมีปัญหา ทำให้แพ้ง่าย แต่ปีนี้ขอให้ผ่านรอบแรกให้ได้ก่อน เพราะรอบแรกสำคัญมาก สำคัญกว่ารอบน็อกเอาท์หรือรอบชิงเสียอีก เพราะต้องลุ้นทุกวันให้ผ่านให้ได้ และถ้าผ่านได้รอบต่อไป ก็ไร้ความกดดัน ก็จะขอให้ทำเต็มที่ คิดรอบต่อรอบเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง