ข่าวอินโฟเควสท์
10:22 "ทรัมป์" ไฟเขียวส่งกองกำลังเพิ่มเติมไปอ่าวเปอร์เซียตามคำเรียกร้องของซาอุฯ, UAE   นายมาร์ค เอสเปอร์ รมว.กลาโหมของสหรัฐเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดน…
08:46 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 11.50 จุด เหตุปอนด์แข็งกดดันหุ้นส่งออก   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (20 ก.ย.) โดยหุ้นกลุ่มส่งออกถูกก…
08:42 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก แรงซื้อหุ้นกลุ่มน้ำมัน,ธนาคารหนุนตลาด   ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซ…
08:33 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก นลท.ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจเชิงบวก   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายท…
08:06 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก 8.9 ดอลล์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะหุ้นสหรัฐร่วง   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ก.ย.) เนื่…

ลุ้น'GDP'โต3.2%รับรัฐกระตุ้นศก./จี้ปัดฝุ่น'ช็อปช่วยชาติ'

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 21 สิงหาคม 2562 00:00:05 น.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) หรือการประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ เดิมคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 3-3.5% แต่จากการประเมินล่าสุดอาจต้องมีการปรับลง แต่ยังไม่คาดการณ์ได้ว่าจะปรับลดลงเท่าไหร่

อย่างไรก็ดี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะนำมาใช้นั้น กระทรวงการคลังตั้งเป้าประมาณ 200,000-300,000 ล้านบาท ซึ่งในเชิงตรรกะตัวเลขแล้วถือว่าเพียงพอต่อการพยุงเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว ได้ที่ประมาณ 3-3.2% เพราะเม็ดเงินจะถูกใช้ทันที ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2562 อย่างน้อยประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอาจจะมีการโอนให้ชาวนาส่วนหนึ่ง จึงน่าจะมีผลพยุงให้เศรษฐกิจไทยไม่ทรุดตัวลงไปอย่างรวดเร็ว

พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 น่าจะขยายตัวได้ที่ 2.6-2.8% ซึ่งจะต้องดูมาตรการกระตุ้นผ่านการท่องเที่ยวจะมีผลเร็วแค่ไหน รวมทั้งแนวทางนโยบายต่างๆ เช่น สินเชื่อ SMEs, สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อธุรกิจทั่วไป แต่ก็คาดว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) จะระดมการปล่อยสินเชื่อได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 อย่างน้อย 50,000-100,000 ล้านบาท จึงคาดว่าวงเงินที่จะมีการใช้ทั้งหมดในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ประมาณ 100,000-200,000 ล้านบาท มีโอกาสเกิดขึ้นได้และน่าจะผลักให้เศรษฐกิจได้ช่วงไตรมาสที่ 4 พร้อมขยายตัว เป็น 3.5-4% ได้ ทำให้ในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทย น่าจะมีการขยายตัวอยู่ในกรอบประมาณ 3-3.5% โดยเฉลี่ยได้ หากรวมกับครึ่งปีแรกโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ประมาณ 3-3.2% โดยรวมเกิดขึ้นได้

นายธนวรรธน์ยังเสนอแนะว่าภาครัฐควรมีมาตรการอื่นๆ เสริมเช่น การประกันรายได้เกษตรกร มาตรการช็อปช่วยชาติ มาตรการเร่งรัดให้องค์กรส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการจับจ่ายใช้สอยในระบบเศรษฐกิจ มาตรการที่ให้หน่วยงานภาครัฐเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเกตรอย่างยางพารา และการดูแล ค่าเงินบาทให้ทรงตัวไม่หลุด 30.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ  ก็เพียงพอให้โตได้ตามกรอบ 3-3.5% หากเศรษฐกิจมีปัญหาในเชิงเศรษฐกิจโลกรัฐบาลอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินมาตรการที่ใช้ปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพขึ้น

ส่วนการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น เชื่อว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจยังไม่พิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆ นี้ เนื่องจากจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการประเมินผลของการ ลดดอกเบี้ยนโยบายในครั้งที่แล้วก่อน

"เราจะเห็นว่าบางธนาคารตอบสนองนโยบายด้วยการลดดอกเบี้ยลง 0.25% ขณะที่บางธนาคารปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเพียง 0.125% เท่านั้น ทั้งนี้ กนง.คงจะรอพิจารณาสถานการณ์เงินเฟ้อก่อน ซึ่งหากภายใน 3 เดือนแล้วสถานการณ์เงินเฟ้อยังไม่ดีขึ้นก็คาดว่าจะเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้งในไตรมาส 4 ของปีนี้ แต่เชื่อว่า ธปท. จะยึดการใช้ดอกเบี้ยนโยบายในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อเป็นหลักไม่ได้ใช้ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหลักหรือเพื่อดูแลค่าเงินบาท" นายธนวรรธน์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง