คอลัมน์รายงานพิเศษ: 'มังคุดลานสกา'ของดีแปลงใหญ่เมืองนครฯ

ข่าวทั่วไป 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

อำเภอลานสกา เป็นแหล่งผลิตมังคุดสำคัญของจ.นครศรีธรรมราชมีพื้นที่ปลูกทั้งสิ้น 20,879 ไร่ เนื้อที่ให้ผลผลิตแล้ว 17,989 ไร่ ผลผลิต 9,115 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300 ล้านบาทต่อปี และชาวอ.ลานสกา แทบทุกคนเกิดและเติบโตมาในวิถีชีวิตของชาวสวนมังคุด จนอาจเรียกได้ว่าอ.ลานสกา คือ เมืองมังคุด ปัจจุบันชาวสวนมังคุด อ.ลานสกา รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่มังคุด ร่วมกันผลิตและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำการตลาดผ่านระบบการประมูล ส่งให้ผลได้ราคาดี ลดปัญหาพ่อค้ากดราคา

นายวิเชียรรัตน์ มัฌชิกะ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอลานสกา (ศพก.) เปิดเผยว่า อำเภอลานสกา เป็นแหล่งผลิตมังคุดมากที่สุดใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ผ่านมาเกษตรกรต่างคนต่างผลิตต่างคนต่างขาย ทำให้ได้รับผลกระทบราคาตกต่ำ จึงรวมกลุ่มบริหารจัดการ ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยเปิดจุดรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรใน 3 จุด ใน 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลลานสกา 2 จุด และตำบลขุนทะเล 1 จุด จากนั้นนำผลผลิตทั้งหมดมา คัดแยกขนาดที่ ศพก.ลานสกา แล้วเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาประมูล ซึ่งที่ผ่านมาเปิดประมูลทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะเปิดประมูลไปจนสิ้นฤดูกาลผลิตประมาณต้นเดือนกันยายน ปัจจุบันมังคุดลานสกากระจายผลผลิตออกสู่ตลาดไปแล้วประมาณ 4 พันตัน จากทั้งหมด 9 พันกว่าตัน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยกันกระจายผลผลิตผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอลานสกา

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการประมูลมังคุดของกลุ่ม ได้กำหนดกติกาให้สมาชิกต้องเก็บผลผลิตมังคุดตั้งแต่ระยะเข้าสี ไม่ปนดิบ ไม่ปนลูกแตก ไม่ตกดิน โดยให้สมาชิกส่งผลผลิต ณ จุดคัดแยกตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. ของแต่ละวัน ถ้าไม่สามารถส่งผลผลิตได้ก่อนเวลากำหนด สมาชิกสามารถโทร.แจ้ง

น้ำหนักผลผลิตทั้งหมดล่วงหน้าได้ โดยกลุ่มจะหักค่าใช้จ่าย 2 บาท/กิโลกรัม เป็นค่าดำเนินการ เมื่อมังคุดของสมาชิกถูกคัดแยกเกรดแล้ว สมาชิกต้องตรวจทานใบส่งของให้ถูกต้อง ก่อนลงชื่อรับทราบยอดน้ำหนักทั้งหมด และให้นำใบส่งของมารับเงินค่ามังคุดในวันถัดไป ส่วนผู้สนใจเข้าประมูลสามารถยื่นซองราคาได้ตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น.ของทุกวัน โดยสามารถให้ราคาได้เฉพาะเบอร์ที่ ผู้ประมูลต้องการเท่านั้น และจะเปิดซองเวลา 18.00 น. ของทุกวัน ผู้ให้ราคาสูงสุดแต่ละเบอร์ จะเป็นผู้ชนะ หากมีผู้ให้ราคาสูงสุดมากกว่า 1 ราย ผู้ยื่นราคา ก่อนในแต่ละวันจะเป็นผู้ชนะ สำหรับราคาประมูล จะเป็นราคา ณ จุดรวบรวมผลผลิตของกลุ่ม และถือเป็นราคาที่ผู้ยื่นประมูล พึงพอใจซื้อมังคุด ณ วันนั้นๆ โดยตรวจเช็ค รับทราบคุณภาพ ของมังคุดในแต่ละเกรดแล้ว โดยการซื้อขายจะสิ้นสุดเมื่อผู้ประมูลรับผลผลิต ณ จุดรวบรวมและชำระเงินก่อนรับผลผลิตมังคุด อีกทั้งผู้ชนะการประมูลจะต้องรับภาระในการขนส่งสินค้าเอง

หลังจากเกษตรกรรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ส่งผลให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้นมีความมั่นคงทางการตลาด ราคาประมูลเฉลี่ยมังคุดเบอร์ 1 ผิวมันลูกใหญ่ ราคาเฉลี่ย อยู่ที่ 43.82 บาท เบอร์ 2 ผิวลายลูกใหญ่ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 27.96 บาท เบอร์ 3 ผิวมันลูกเล็ก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 22.80 บาท เบอร์ 4 ตกไซส์ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 18.49 บาท และเบอร์ 5 ลูกดำ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 13.67 บาท (ราคา ณ วันที่15 กรกฎาคม-5 สิงหาคม) ซึ่งถือว่าเกษตรกรขายได้ราคาดีกว่าต่างคนต่างขาย นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังกระจายผลผลิตไปยังเครือข่ายอื่น เช่น กลุ่มสหกรณ์และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตามภูมิภาคต่างๆ ยกตัวอย่างที่ผ่านมา ทางกลุ่มจัดส่งมังคุดไปยังสหกรณ์เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ภายใต้โครงการข้าวแลกมังคุด 3,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 25 บาท จัดส่งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 25 บาท จัดส่งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ 12,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 35 บาท ซึ่งเครือข่ายต่างๆ ที่รับซื้อผลผลิตมังคุดแปลงใหญ่ลานสกาไป ต่างชื่นชอบในรสชาติและคุณภาพของผลผลิตที่กลุ่มคัดสรร อย่างดี และขณะนี้ ยังมีออเดอร์จากอีกหลายเครือข่ายที่อยู่ระหว่างการจัดส่ง "การรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ส่งผลดีต่อเกษตรกรมาก ทั้งเรื่องวางแผนการผลิตที่ไม่ทำให้ล้นตลาด ช่วยลดต้นทุนการผลิตจากการลดใช้สารเคมี และพัฒนาการผลิตให้ได้ มังคุดคุณภาพที่ต้องการของตลาด สิ่งสำคัญคือ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำได้อย่างดี ด้วยการรวบรวมผลผลิตเพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาประมูล ลดปัญหาพ่อค้ากดราคาหรือฮั้วราคากัน เมื่อเป็นแปลงใหญ่แล้ว ยังประสานกับเครือข่ายอื่นๆ ทั้งที่เป็นแปลงใหญ่ด้วยกันและภาคเกษตรอื่นๆ เพื่อกระจายสินค้าได้อีกด้วย"นายวิเชียรรัตน์ กล่าว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ