ทองคำดันส่งออกฟื้นเดือนกรกฎาคมขยายตัว4.28%

ข่าวเศรษฐกิจ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การ ส่งออกเดือนกรกฎาคม 2562 ขยายตัว 4.28% คิดเป็นมูลค่า 21,205 ล้านดอลลาร์ เป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 1.67% คิดเป็นมูลค่า 21,094 ล้านดอลลาร์ ทำให้ดุลการค้าเกินดุล 110.4 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าใหม่ขยายตัว ดีขึ้น ทั้งอาหารแปรรูป เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยสินค้าดาวรุ่งที่ขยายตัวได้ดี คือผลไม้ มีการส่งออกไปตลาดจีนเพิ่มขึ้น 117% ส่งผลดีกับสินค้าเกษตรของไทย รวมถึงเอสเอ็มอีที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการมากขึ้น ขณะที่ การลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ค่าเงินบาท ของไทยเริ่มอ่อนค่าลงมาบ้างซึ่งเป็นผลดี ต่อการส่งออก

"การส่งออกเดือนกรกฎาคมกลับมาเป็นบวกและสูงสุดในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่วนหนึ่งเป็นผล มาจากส่งออกทองคำที่ขยายในระดับสูงจากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในตลาดโลก โดยส่งออกทองคำขยายตัว 406.9% (ขยายตัวในตลาดสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย) อัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ ขยายตัว 28.2% (ขยายตัวในตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกง สวิตเซอร์แลนด์ อินเดีย และเบลเยียม) อีกทั้งผลกระทบจากสงครามการค้าเริ่มลดลง จากการเร่งดำเนินนโยบายที่เอื้อต่อการส่งออก ประกอบกับการส่งออกสินค้า ศักยภาพใหม่ไปยังตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการ ส่งออกที่ทดแทนสินค้าจากจีนเติบโตค่อนข้างดี"

อย่างไรก็ตาม หากดูตัวเลขการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรก ของปีนี้ ยังคงติดลบ 1.91% คิดเป็นมูลค่า 144,175 ล้านดอลลาร์ การนำเข้าขยายตัวติดลบ 1.81% คิดเป็นมูลค่า 140,122 ล้านดอลลาร์ ดุลการค้าเกินดุล 4,053 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นหากต้องการให้การส่งออกปีนี้ไม่ติดลบต้องให้ได้เดือนละ 21,700 ล้านดอลลาร์ และหากจะทำให้การส่งออกขยายตัวได้ตามเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ 3% แต่ละเดือนที่เหลือจะต้องส่งออกให้ได้เดือนละ 23,000 ล้านดอลลาร์ โดยช่วงเวลาที่เหลือปีนี้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมมือกันเร่งผลักดันการส่งออกกันอย่างเต็มที่ แต่ต้องติดตามปัญหาผลกระทบหลายๆ ประเทศเช่นกันว่าจะมีอะไรรุนแรงหรือไม่

การส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2562 ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางการค้า อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ 1.การส่งออกสินค้าศักยภาพใหม่ที่หลากหลาย ทั้ง สินค้าเกษตร/อาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีการเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกเครื่องสำอาง อาหารสำเร็จรูป เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้บน โต๊ะอาหาร 2.การค้าส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าจากจีนอันเนื่องมาจากสงครามทางการค้า มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 3. การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายโดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี โดยจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนในไตรมาสที่ 4

4.การดำเนินการแผนผลักดันการส่งออกโดยคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนกระทรวงพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ที่เล็งผลในระยะสั้นจะช่วยลดปัญหาอุปสรรคทางการค้าและสนับสนุนให้การส่งออกในช่วงที่เหลือของปีขยายตัวได้ดียิ่งขึ้น และ 5.การดำเนินนโยบายการค้าควบคู่กับการลงทุนและการบริการ โดยเฉพาะกลยุทธ์รายพื้นที่ขยายโอกาสการส่งออกในกลุ่มตลาดที่แข็งแกร่ง และเปิดตลาดใหม่ มีสัญญาณการขยายตัวต่อเนื่อง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ