ต่างชาติเชื่อมั่นไทยลุยลงทุนต่อยื่นบีโอไอขอขยายสิทธิประโยชน์เพิ่ม

ข่าวเศรษฐกิจ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานายปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้เข้าพบและหารือในประเด็นการค้าและการลงทุน โดยจากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่เกิดขึ้นขณะนี้ คาดการณ์ว่าจะเกิดการย้ายฐานการลงทุนของสหรัฐ จำนวนหนึ่ง ซึ่งอุปทูตสหรัฐ แจ้งว่ามีความประสงค์จะลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและพลังงานที่สามารถดึงดูดการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ให้แข่งขันกับนักลงทุนจากประเทศอื่น อาทิ จีน สหภาพยุโรป ได้ โดยแนะนำให้รัฐบาลไทยพิจารณาเรื่องนโยบายจัดซื้อจัดจ้าง ที่ให้ ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพของสินค้า รวมทั้งค่าซ่อมอะไหล่และบริการ และค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาการใช้งาน มากกว่าประเด็นด้านราคาการซื้อ ในครั้งแรกแต่เพียงอย่างเดียวให้เป็นแนวทาง

ทั้งนี้ อุปทูตสหรัฐ ยังสนใจร่วมมือกับไทยในธุรกิจสาขาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy-BCG) ที่สหรัฐฯ เชี่ยวชาญ ได้แก่ การจัดการของเสีย การศึกษาวิจัยด้านสุขภาพ และสินค้าที่ต่อยอดจากสินค้าเกษตร เช่น น้ำตาล ปาล์ม โดยธุรกิจ BCG เป็นแนวคิดใหม่ที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการใช้วัตถุดิบทาง การเกษตรเพื่อต่อยอดและเพิ่มมูลค่าของสินค้า ขั้นปลายได้มากขึ้น

"คณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (USABC) ซึ่งประกอบด้วยบริษัทชั้นนำ อาทิเชฟรอน, ดาวเคมีคอล, เอ็กซอนโมบิล, คอช, 3 เอ็ม, ออราเคิล, ทีอี คอนเน็คทิวิตี้, พีแอนด์จี, เอไอจี ฯลฯ ยืนยันความต้องการที่จะลงทุนในไทยต่อไป" นายสุริยะ กล่าว

นางสาวบงกช อนุโรจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย ผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย ประจำปี 2562 ในงานสัมมนาเรื่อง "ลงทุนไทย 2562 : รุ่งแค่ไหนในสายตาต่างชาติ" โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 600 บริษัท พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจ 97.3% มีแผนการลงทุนในไทย อย่างต่อเนื่อง โดย 65.5% ยังคงรักษาระดับ การลงทุนในไทย ขณะที่ 31.83% มีแผนจะขยายการลงทุนเพิ่มเติมปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุน ตัดสินใจขยายหรือรักษาระดับการลงทุนในประเทศไทยนั้น พบว่าสามอันดับแรก คือ มีวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เพียงพอ 55% ตามด้วยสองปัจจัย คือ มีสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน และ มีซัพพลายเออร์เพียงพอ ที่ระดับ 51% เท่ากัน

"นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่มองว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะทรงตัวจากปีก่อนพิจารณาได้จากปริมาณยอดขายในช่วงที่ผ่านมายังมีเท่าเดิมหรือลดลงเล็กน้อย และคาดว่าจะยังทรงตัวต่อไปในอนาคต นักลงทุนต่างชาติโดยรวมมีความพึงพอใจต่อโครงสร้างพื้นฐานของไทยและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้นักลงทุนที่ทำธุรกิจอยู่แล้วภายในประเทศมีแผนจะขยายการลงทุน" นางสาวบงกชกล่าว

นอกจากนี้ยังพึงพอใจการปรับใช้ระบบออนไลน์ (e-Services) ซึ่งมีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยยื่นแบบฟอร์มขอรับการส่งเสริมการลงทุนออนไลน์ ได้ไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงมีความพึงพอใจเพิ่มขึ้นจากบริการที่ได้รับจากศูนย์ประสานการบริการด้านการลงทุน (OSOS) และบริการที่ได้รับจากศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เมื่อเทียบกับผลสำรวจของปีที่ผ่านมา

นอกจากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาเพิ่มขึ้นแล้ว นักลงทุนต่างชาติมีความพึงพอใจต่อสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน และแรงงานที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีการดำเนินงาน ที่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วน ต้องการให้บีโอไอพิจารณาให้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นแก่อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้นวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศ ให้ครอบคลุมในหลากหลายด้าน เป็นต้น


เราใช้ cookies เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น การใช้เว็บ ryt9.com ต่อหมายถึงคุณได้ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการของเราแล้ว