ข่าวอินโฟเควสท์
12:56 BCPG มั่นใจผลักดัน 4 โครงการ ERC Sandbox สร้างนวัตกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ด้านพลังงานของประเทศ   นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บีซ…
12:50 กรมทางหลวงชนบท-ม.อ. เซ็น MOU พัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพาราใช้ในด้านการจราจร-ความปลอดภัยทางถนน   นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานการลงนามบันทึ…
12:49 PF คาด H2/62 ทำรายได้อีก 1.5 หมื่นลบ.เพิ่มจาก H1 ดันรายได้ปีนี้ตามเป้า 2.5 หมื่นลบ., ตั้งเป้าลดหนี้ 5 พันลบ.ต้นปี 63   นางสาวศิริรัตน์ วงศ์วัฒน…
12:49 แบงก์ออมสินจัด GSB Digital Forum 2019 ติวเข้ม SMEs และ Startup รับมือลงสนามธุรกิจในยุคดิจิทัล   นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน …
12:43 ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดเช้าลบ 4.47 จุด ผันผวนอิงทางลง กังวลเจรจาการค้าฯ-ราคาน้ำมันผันผวน-ประท้วงฮ่องกง-งบ Q3/62 อ่อนตัว   ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเ…

'ดีอี'กำชับไปรษณีย์ยกเครื่อง ดึงระบบดิจิทัล-บิ๊กดาต้าเสริมแข่งขัน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 00:00:30 น.

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจเยี่ยม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ (ปณท) โดยได้มอบนโยบาย ให้ไปรษณีย์ไทยขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัย อาทิ การนำระบบดิจิทัลและบิ๊กดาต้ามาใช้เพื่อการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้บริการมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน รวมทั้ง การสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยไปจัดทำแผนการปรับปรุง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า การมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งมอบนโยบายเพื่อให้การขับเคลื่อนของไปรษณีย์ไทยสามารถแข่งขันได้ จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาองค์กรอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทันกับคู่แข่ง เพราะจากข้อมูลที่ตนได้รับ บริษัทเอกชนมีการเติบโตอย่างมาก และมีการส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มมากขึ้น หากไปรษณีย์ไทยไม่มีการปรับปรุงอาจจะส่งผลกระทบกับรายได้ในอนาคต

โดยไปรษณีย์ไทยจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ มีความโปร่งใส พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะกรณีการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัย อาทิ อาวุธ ยาเสพติด หรือสิ่งต้องห้ามอื่นๆ เหมือนกับ ต่างประเทศเพราะเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบจะต้องสามารถทำได้ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและตัวเจ้าหน้าที่คัดแยกเอง

นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยจัดทำแผนการปรับปรุง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน รับมือสถานการณ์ในอนาคต พร้อมเสนอกระทรวง ภายใน 1 เดือน เพื่อกระตุ้นการทำงานและเป็นการแสดงให้เห็นว่าไปรษณีย์ไทยไม่ได้อยู่ในช่วงขาลง ทั้งนี้ เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าไปรษณีย์จะสามารถปรับตัวได้เพราะมีจุดแข็งหลายด้านโดยเฉพาะในส่วนของบุคลากรที่มีความชำนาญ มาอย่างยาวนาน

ด้าน นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจค้าขายออนไลน์ที่เรียกว่า e-Commerce นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดทำให้การแข่งขันทางธุรกิจโลจิสติกส์มีความรุนแรงมากขึ้น ไปรษณีย์ไทย จึงปรับการดำเนินงานเพื่อตอบความต้องการและตรงตามพฤติกรรมของคนยุคใหม่ เช่น การเพิ่มบริการเก็บเงินที่อยู่ผู้รับ (COD) การขยายเวลาให้บริการถึง 20.00 น.ในเขตเมือง และถึง 23.00 น.ในย่านธุรกิจ และให้บริการ 24 ชั่วโมง ในสนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ และไปรษณีย์เดอะสตรีท เพื่อพร้อมรับมือการแข่งขันที่รุนแรง โดยรักษากลุ่มบริการดั้งเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง