คอลัมน์: ภูมิบ้าน ภูมิเมือง: 'เมืองร้อยเอ็ด'ภูมิการอนุรักษ์พัฒนากำแพงเมือง-คูเมือง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 00:00:40 น.
โดย : พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ
Paladisai@siamrecorder.com

ด้วยเหตุที่กำแพงเมือง-คูเมืองนั้นเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินและเป็นที่ราชพัสดุที่กรมธนารักษ์มีหน้าที่ สำรวจเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุนั้น ล้วนเป็น หลักฐานทางประวัติศาสตร์และร่องรอยของการตั้งถิ่นฐานของชุมชน ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๓๙-๒๕๖๑ ซึ่งได้มีการสำรวจและให้การรับรองขอบเขตที่ดินกำแพงเมือง-คูเมืองแล้วจำนวน ๒๔๖ แห่ง ครั้งนี้ได้ตามรอยไปกับกรมธนารักษ์ โดยอธิบดีอำนวย ปรีมนวงศ์ ได้ให้ความสำคัญในการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีสภาพทางกายภาพที่มีความเหมาะสม และมีศักยภาพในการพัฒนาฟื้นฟูและบูรณะ ซึ่งมีการบันทึกความร่วมมือ การอนุรักษ์กำแพงเมือง-คูเมืองร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการอนุรักษ์ กำแพงเมือง-คูเมืองขึ้นที่เมืองร้อยเอ็ด เพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน พร้อมได้จัดทำแผนบริหาร ที่ราชพัสดุ เป้าหมาย ๕ ปี (ปีพ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) ให้มีการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยให้เป็นมรดกของชาติ และศูนย์การเรียนรู้สืบสานวัฒนธรรมชุมชนภายใต้นโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลังในการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร ซึ่งได้มีการประกาศเขตพื้นที่เมืองเก่าแล้วจำนวน ๒๓ เมือง โดยจัดทำป้ายสื่อความหมาย (Interpretation Sign) เพื่อเผยแพร่และเป็นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาขนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติใน ๘ แห่ง หนึ่งนั้นคือ เมืองร้อยเอ็ด ซึ่งมีการจัดการเสวนา "กำแพงเมือง-คูเมืองสัญจร ณ เมืองร้อยเอ็ด" ขึ้น เมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นโครงการนำร่อง ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภารกิจการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องกำแพงเมือง-คูเมือง ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาการบูรณาการด้านการพัฒนาผังเมือง ปัญหาการบุกรุกและเสื่อมสภาพ การขาดการบูรณาด้านกฎหมาย รวมถึงการบริหารจัดการ และกำกับดูแล ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการนำเสนอเรื่องราวการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรมและแนวทางการอนุรักษ์ สืบสานต่อยอดให้เกิดคุณค่า อย่างยั่งยืนต่อไป โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คือ ศ.ธงทอง จันทรางศุ, ดร.สุดสันต์ สุทธิพิศาล, พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ, ธีรพันธ์ จันทรเจริญ, ดร.วิศปัตย์ ชัยช่วย, และบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด โดยมีผู้รับผิดชอบจากกรมธนารักษ์ประสานงาน การจัดนำร่องครั้งนี้ ขอขอบคุณ ดร.นันท์ธีมา สุวรรณเมธา นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ สำนักทรัพย์สินมีค่า ของแผ่นดิน, ประภพ อนันตกุล และเจ้าหน้าที่ ทุกฝ่ายที่ทำให้งานนี้เห็นแนวทางการดำเนินงานใน แห่งอื่นต่อไป

จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นเมืองโบราณเดิมมีชื่อเรียกในตำนานว่า "เมืองสาเกตนคร" ลักษณะผังเมือง เป็นผังเมืองสมัยทวารวดีและสมัยขอม ซึ่งมีคูเมืองอยู่ด้านนอกและกำแพงเมืองเป็นคันดินอยู่ด้านใน โดยกำแพงเมือง-คูเมืองร้อยเอ็ด ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และโบราณคดี ที่ยังคงหลักฐานทั้งกายภาพที่บ่งบอกถึงลักษณะอันเด่นชัดของโครงการเมืองหรือโบราณสถาน และยังสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่ง จังหวัดร้อยเอ็ดมีแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์กับประชาชนทั่วไป โดยการบูรณาการกับทุกภาคส่วน ในพื้นที่เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้สมกับเป็นเมือง "สิบเอ็ดประตูเมืองงาม-เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต-บุญผะเหวดประเพณี-มหาเจดีย์ชัยมงคล-งามน่ายลบึงพลาญชัย-เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ" ซึ่งเมืองร้อยเอ็ดแห่งนี้นับเป็นภูมิบ้าน ๓ มิเมืองโบราณ ที่ตั้งอยู่ตอนกลางของภาคอีสาน ในลุ่มน้ำชี น้ำมูลมีความเจริญรุ่งเรืองมากในยุคประวัติศาสตร์ และมีความหลากหลายทางด้านศาสนา และวัฒนธรรม ด้วยเป็นดินแดนแห่งนี้ที่มีเรื่องราวของเมืองมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคทวารวดี ยุคขอมโบราณ และกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ต้องมีการศึกษาเรียนรู้ถอดบทเรียนกันใหม่ให้ทุกคนเห็นประโยชน์จากแผ่นดิน

บรรยายใต้ภาพ
พิธีเปิดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด
วิทยากรให้ความรู้
วิทยากรชมโบราณวัตถุของเมืองแ
คณะความร่วมมือจากทุกฝ่าย
บึงพลาญชัยกลางเมือง
ภาพแนวกำแพงเมืองร้อยเอ็ด
ภาพสร้างบ้านแปงเมืองขุดบึงพลาญชัย
บรรจง โฆษิตจิรนันท์           นายกเทศมนตรี
อำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์
กำแพงเมืองร้อยเอ็ด
เนินดินกำแพงเมืองทวารวดี
เนินดินกำแพงเมืองที่เหลืออยู่
เสวนาทางวิชาการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง