ชูกระเป๋าวัสดุรักษ์โลกรายได้ส่วนหนึ่งส่งเสริมการศึกษาเด็กไทย

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 28 สิงหาคม 2562 00:00:02 น.

แบรนด์กระเป๋า borboleta วางโมเดลธุรกิจควบคู่การรับผิดชอบต่อสังคมแบบยั่งยืน ชูมูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญาเพื่อส่งเสริมการศึกษา เด็กไทย โดยทุกใบที่จำหน่าย ลูกค้าจะได้ร่วมทำบุญ และนำไปสนับสนุนให้เด็ก ที่อยู่พื้นที่ห่างไกล

วโรณิกา จูน เรซ (หนูหวาน) กรรมการผู้จัดการ และดีไซเนอร์ แบรนด์กระเป๋า Borboleta ภายใต้ชื่อบริษัท เธโซรา จำกัด เปิดเผยว่า "แบรนด์ Borboleta ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 มีแนวคิดว่ากระเป๋า ต้องมีความสวยงามพร้อมใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายทำให้โลกรอบตัวดีขึ้น และต้องไม่ก่อมลภาวะ จึงได้คัดสรรวัสดุรักษ์โลกเป็นมิตรต่อโลก การดีไซน์กระเป๋าจึงสวยไม่เหมือนใคร สร้างจุดเด่นให้ลูกค้าที่ไม่ใช้ตามเทรนด์นัก เน้นวัสดุน้ำหนักเบา สะพายง่าย แบรนด์จะมุ่งใช้วัสดุเป็นหนังวิทยาศาสตร์คุณภาพสูง (ไม่ใช่ PU) ทำให้ลูกค้าสวยได้โดยไม่ต้องทำร้ายสัตว์ ไว้ใจได้โดยช่างฝีมือคุณภาพที่มีความชำนาญ และได้ค่าตอบแทนสูงอย่างเป็นธรรม

กว่า 7 ปี ที่ทำธุรกิจจนถึงปัจจุบัน ได้ขยายตลาดด้วยการส่งออกจำหน่ายไปแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ด้วยคุณภาพส่งออก และราคามิตรภาพสำหรับคนไทยระดับราคาจำหน่ายตั้งแต่ 2,000 กว่าบาทจนถึงราคาไม่เกิน 4,000 บาท ในไตรมาสสุดท้ายนี้จะมีดีไซน์ใหม่ๆ เป็นกลุ่มสินค้า accessories เช่น ที่ใส่กุญแจ ที่ห้อยบัตรพนักงาน เป็นต้น เพื่อนำออกมาจำหน่ายเพิ่มเติม ส่วนด้านการตลาดเน้นออนไลน์กว่า 90%"

ส่วนหลักการดำเนินงานของแบรนด์ จะมุ่งการคืนกลับสู่สังคมแบบยั่งยืนคือ CSR วโรณิกา เผยว่าก่อนจะมาทำธุรกิจแบรนด์กระเป๋าส่วนตัวได้ก่อตั้งมูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญา มาก่อนหน้านี้แล้ว เป็นองค์กรสาธารณกุศล ก่อตั้งเมื่อ 31 ตุลาคม พ.ศ.2550 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย ในพื้นที่ห่างไกล โดยเชื่อว่าการพัฒนา ที่ยั่งยืนนั้นต้องเริ่มจากการศึกษาที่ดี มูลนิธิจึงได้เข้ามาช่วยเหลือด้านอาหารของนักเรียนหลังจากลงพื้นที่และทราบจากคุณครูว่าเด็กๆ นักเรียนไม่ได้ทานอาหารเช้า มูลนิธิได้นำเงินบริจาคช่วยเหลือโครงการต่างๆ เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์แก่เด็กมากที่สุด โดยเน้นการบริหารจัดการที่ลดขั้นตอน ไม่นำเงินไปใช้กับสิ่งที่ไม่จำเป็น และการบริหารโครงการที่โปร่งใส

แบรนด์ borboleta ต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่อุดหนุนเพราะทุกใบที่จำหน่ายลูกค้าจะได้ร่วมทำบุญ และนำไปสนับสนุนให้เด็กที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ภายใต้ มูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญาที่ได้ก่อตั้งขึ้นมา อาทิ โครงการอาหารเช้า เพิ่มพลังสมอง หลังจากที่มูลนิธิได้ดำเนินการสนับสนุนด้านการศึกษามากว่า 5 ปี ได้สังเกตเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ ซึ่งมีผู้ปกครองเป็นชาวเขา หรือแรงงานทั่วไป ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าก่อนมาโรงเรียน เพราะผู้ปกครองไม่มีเวลาจัดเตรียมหรือไม่มีเงินเพียงพอ เด็กๆ จึงต้อง ทนหิว ไปจนถึงเที่ยง  เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง เด็กส่วนมากเดิน หรือปั่นจักรยานมาโรงเรียนกว่า หนึ่งชั่วโมง เมื่อต้องหิ้วท้องรอเป็นเวลาหลายชั่วโมงไปถึงเวลาอาหารเที่ยง ทำให้เด็กๆ ทรมานกันมาก มูลนิธิจึงรีบจัดโครงการอาหารเช้า เพื่อให้เด็กๆ ท้องอิ่ม โดยจัดอาหารเช้าที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ ในเวลาก่อนเริ่มเรียน และเวลาพักเบรกช่วงสิบโมงเช้า มูลนิธิฯจัดอาหารว่าง ตอนเช้า ได้แก่ นม และของว่าง หรือ ผลไม้ตามฤดูกาล ไว้ให้เด็กๆ อีกด้วย หลังจากดำเนินโครงการอาหารเช้ามากว่าสองปี (เริ่มปี 2557) มูลนิธิได้วัดผลเป็นที่พอใจว่า คะแนนโดยรวมของนักเรียนดีขึ้น และนักเรียนมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น นับเป็นการสนับสนุนอาหารเช้าที่มีประโยชน์ ให้โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล

โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่น บริจาคซอฟแวร์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ บริจาคหนังสือเข้าห้องสมุด จัดกิจกรรมสอนศิลปะ สอนวิทยาศาสตร์ สำหรับ นักเรียนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ส่วนมาก นักเรียนเรียนจากทีวี (โครงการสอน ผ่านดาวเทียม) นักเรียนจึงไม่ได้มีโอกาสได้ทดลอง หรือจับต้องงานวิทยาศาสตร์ ทางมูลนิธิจึงได้เข้าไปสนับสนุน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษานักเรียนในส่วนนี้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการน้ำดื่มสะอาด เพื่อให้เด็กๆ ในโรงเรียน ได้น้ำดื่ม สะอาด โดยทางมูลนิธิได้เข้ามาดูแล เพื่อจัดหาเครื่องกรองน้ำ RO ที่ดีที่สุดในการกรองน้ำ ให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ได้ดื่มน้ำสะอาด และโครงการสุดท้าย มุ่งการบริจาคช่วยเหลือค่าบริหารจัดการ เนื่องจากมูลนิธิไม่หักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เงินบริจาค 100% เข้าโครงการเพื่อเด็กทั้งหมด เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือสังคมแบบยั่งยืนแบบนี้ต่อไป" น.ส.วโรณิกา จูน เรซ กล่าวสรุป

บรรยายใต้ภาพ
วโรณิกา จูน เรซ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง