กรมชลสร้างงานสร้างคน ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

ข่าวบันเทิง 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

สำหรับชาวบ้านที่ทำมาหากิน ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร หุ้นจะขึ้น ราคาทองจะลง กลับไม่ได้มีความหมายกับพวกเขามากไปกว่ามีกินมีใช้ ไม่ขัดสน แต่ถ้าปัจจัยต่างๆ รอบตัวไม่เอื้ออำนวย มิหนำซ้ำยังเป็นอุปสรรคต่อการทำกิน การจะหาเลี้ยง ปากเลี้ยงท้องคงเป็นไปได้ยาก

ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำ มักมีผู้ได้รับกระทบ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือที่ทำกิน เดิมอยู่ใต้เขื่อน ทว่ากรมชลประทาน ไม่ปล่อยให้อนาคตของชาวบ้านเหล่านั้นต้องจมน้ำ เมื่อได้รับผลกระทบก็ต้องได้รับ การเยียวยา จึงสนับสนุนส่งเสริมด้านอาชีพ จนหลายคนลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลธร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี ที่สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำให้เป็นแหล่งต้นน้ำ ใช้ประโยชน์ด้านอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ตลอดจนช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยเพื่อ บรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอพานทอง อำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง และอำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี รวมทั้งเกิดประโยชน์ ด้านการประมง และพัฒนาเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว

นายมหิทธิ์ วงศ์ษา หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ 2 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน บอกว่า อ่างเก็บน้ำคลองหลวงฯ มีความจุ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย พื้นที่เพาะปลูกในฤดูฝน 44,000 ไร่ พื้นที่ เพาะปลูกในฤดูแล้ง 8,500 ไร่ และ ส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การประมงและพื้นที่อุตสาหกรรมปีละ 11.90 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยใช้งบประมาณค่า ก่อสร้างทั้งโครงการ 9,341.36 ล้านบาท แน่นอนว่าทุกบาททุกสตางค์จะต้องเกิด ประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมากรมชลประทานได้ดำเนินการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการก่อสร้างโครงการฯมาตั้งแต่ปี 2555 รวม ระยะเวลา 15 ปี งบประมาณ 300 ล้านบาท ในบรรดาแผนงานทั้ง 25 แผนงาน ที่เกิดขึ้นหลังจากศึกษาผลกระทบแล้วนั้น กรมชลประทานเร่งดำเนินการให้ชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบด้วยการส่งเสริมอาชีพ เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 9 หมู่บ้าน ในพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำ นอกจากนี้ กรมชลประทานยังให้งบประมาณส่วนหนึ่งแก่กรมพัฒนาชุมชน เพื่อดำเนินการแผนพัฒนาอาชีพให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

"ผลที่เกิดขึ้นคือ ชาวบ้านจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการดำเนินการ ดังกล่าวทำให้เกิดหมู่บ้านเศรษฐกิจ พอเพียงต้นแบบรอบอ่างเก็บน้ำ 9 หมู่บ้าน ทั้งกรมชลประทานและกรมพัฒนาชุมชนได้ส่งเสริมอาชีพให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความพอใจของคนในชุมชน เช่น แปรรูปเพาะเห็ด ปลูกมะนาวทำประมง เป็นต้น

ที่สำคัญได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาบริหารกันเองอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบได้เปลี่ยนสถานะเป็น ผู้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีอาชีพที่มั่นคง ความเป็นอยู่ดีขึ้น และเป็นการช่วยให้ชุมชน มีเศรษฐกิจที่ดีและเข้มแข็งด้วย"

แม้เรื่องทรัพย์สินเงินทองจะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต แต่ก็ปฏิเสธ ไม่ได้ว่านอกจากปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การมีรายได้ก็ช่วยให้มีความมั่นคงมากขึ้น จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจนเกือบจะสิ้นไร้ไม้ตอก การเข้ามาเยียวยาของกรมชลประทานจึงกลายเป็นการ สร้างงานและสร้างคนด้วยอนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

บรรยายใต้ภาพ

มหิทธิ์ วงศ์ษา


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ