คอลัมน์ส่อง...เกษตร: คิดได้ ไปต่อ

ข่าวทั่วไป 4 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

สมชาย ชาญณรงค์กุล สืบเนื่องจากเรื่องเล่าของชาวนาเกลือมาสู่เรื่องราวของแปลงใหญ่โคเนื้อเพชรบุรี ระหว่างที่พูดคุยกันกับกลุ่มเกษตรกรชาวนาเกลือ อาชีพที่เหลือน้อยลงไปทุกปี กลุ่มแปลงใหญ่โคเนื้อเพชรบุรีได้เปิดประเด็นปัญหาของกลุ่มตัวเองและวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน พอได้ฟังเรื่องราวของแปลงใหญ่โคเนื้อแล้ว ผมอยากขยายเรื่องราวเหล่านี้ให้เกษตรกรกลุ่มอื่นๆ ได้คิดต่อ เผื่อจะได้ไปต่อกัน

แนวคิดในการส่งเสริมการ เกษตรแบบแปลงใหญ่ เกิดขึ้นในยุคที่นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ต่อเนื่อง กับยุคของพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลักคิดของแปลงใหญ่เป็นหลักคิดเดียวกับหลักของสหกรณ์ แต่ยังไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่ชัดเจนเหมือนกับสหกรณ์ที่มีกฎหมายมารองรับชัดเจน ลักษณะเป็นระบบส่งเสริมการเกษตรที่ยึดพื้นที่เป็นหลัก(area-based approach) ดำเนินงานในลักษณะ บูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีผู้จัดการแปลงเป็นผู้บริหารจัดการในทุกกิจกรรมตลอด supply chain ด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มทำการผลิต การบริหารจัดการร่วมกันและรวมกันจำหน่ายโดยมีตลาดรองรับที่แน่นอนสามารถลดต้นทุนการผลิตผลผลิตเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพได้มาตรฐาน รวมถึงเกษตรกรสามารถเป็นผู้จัดการ บริหารจัดการการผลิต ผลผลิต และการตลาดได้

สำหรับแปลงใหญ่โคเนื้อในจังหวัดเพชรบุรี กรมปศุสัตว์เป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มแปลงใหญ่นี้ให้มีความเข้มแข็ง โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อได้รวมตัวกันพัฒนาการผลิต ในลักษณะโคเนื้อครบวงจรในรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเห็นว่าการพัฒนาโคเนื้อแบบครบวงจรจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ต้นทาง คือ พ่อแม่พันธุ์ กลางทาง คือ โคขุน และปลายทาง คือ เนื้อโคขุน การจะทำให้วงจรของโคเนื้อหมุนไปและสามารถเจริญเติบโตได้ การกระจายผลประโยชน์ต้องทั่วถึง ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับวงจรนี้ต้องอยู่ได้ เป็นหลักคิดที่น่าชื่นชมมาก

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ แปลงใหญ่โคเนื้อเพชรบุรี ไม่ได้มองแค่ผลิตเนื้อคุณภาพเท่านั้น แต่ยังมองไปที่การเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ด้วยการแปรรูปเป็นมัสมั่นกระป๋อง ภายใต้ความร่วมมือของโรงงานผลิตอาหารกระป๋องที่มีมาตรฐานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร การคัดเกรดของเนื้อเพื่อผลิตส่งไปยังตลาดต่างๆ ตามความต้องการที่ชัดเจน โดยเนื้อคุณภาพสูงจะจำหน่ายไปยังโรงแรม/ภัตตาคารต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อทำเป็นเนื้อสเต๊ก โดยมีแปลงใหญ่ผักร่วมด้วย กลายเป็นจานสเต๊กที่สมบูรณ์แบบ ส่วนเนื้อที่คุณภาพรองลงมาจะจำหน่ายไปอีกตลาดหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับกลุ่มแปรรูปอาหารฮาลาล แปรรูปเป็นอาหารฮาลาลรูปแบบต่างๆ ทำให้การผลิตและจำหน่ายมีความครบวงจรอย่างแท้จริงเป็นการกระจายรายได้ กระจายผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นร่วมกัน ไม่ใช่ผลประโยชน์ตกอยู่ที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เมื่อทุกคนในวงจรการผลิตโคเนื้อสามารถอยู่ได้ สังคมของ โคเนื้อก็สามารถเติบโตไปได้เช่นกัน

หลักคิดการกระจายผลประโยชน์ร่วมกันและหลักคิดการผลิตแบบครบวงจร เป็นหลักคิดที่ผมอยากเห็นเกษตรกรทุกคนนำไปคิด เพื่อพัฒนาและต่อยอดกิจกรรมทางการเกษตรของตนเองให้มีความเข้มแข็ง หากไม่สามารถคิดคนเดียวได้ ต้องมารวมตัวกันช่วยคิด โบราณว่าสองหัวดีกว่าหัวเดียว ยิ่งกิจกรรม ทางการเกษตรด้วยแล้ว เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ เป็นจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับหลายๆ ฝ่าย การจับมือกันให้ครบวงจร ตลอดห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ย่อมสามารถผลักดันกันและกันไปสู่ จุดหมายได้ง่ายขึ้น

ส่วนตัวผมเอง ยังหวังต่อไปว่าแปลงใหญ่โคเนื้อเพชรบุรีจะสามารถพัฒนาตนเองให้เติบโตต่อไป สามารถที่จะผลักดันเมืองเพชรบุรีให้เป็นเมืองคาวบอยตะวันตก สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาให้โดดเด่นมากกว่าที่เป็นอยู่ คิดได้ขนาดนี้ ไปต่อได้แน่นอน ติดตามและเป็นกำลังใจครับ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ