ข่าวอินโฟเควสท์
11:21 เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำในรัฐยูทาห์ของสหรัฐ นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 4 ราย   หน่วยลาดตระเวนทางหลวงรัฐยูทาห์ (UHP) เปิดเผยในวันนี้ว่า นักท่อง…
10:22 "ทรัมป์" ไฟเขียวส่งกองกำลังเพิ่มเติมไปอ่าวเปอร์เซียตามคำเรียกร้องของซาอุฯ, UAE   นายมาร์ค เอสเปอร์ รมว.กลาโหมของสหรัฐเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดน…
08:46 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 11.50 จุด เหตุปอนด์แข็งกดดันหุ้นส่งออก   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (20 ก.ย.) โดยหุ้นกลุ่มส่งออกถูกก…
08:42 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก แรงซื้อหุ้นกลุ่มน้ำมัน,ธนาคารหนุนตลาด   ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซ…
08:33 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก นลท.ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจเชิงบวก   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายท…

ขับเคลื่อนอินโนสเปซฯ ปั้นสตาร์ทอัพไทยสู่เวทีสากล

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 10 กันยายน 2562 00:00:05 น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาครัฐ สถาบันการเงินและภาคเอกชนรวม 13 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อน "อินโนสเปซ ไทยแลนด์: InnoSpace Thailand" ภายใต้บริษัทอินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด ว่าการลงนามครั้งนี้จะช่วยให้เกิดแหล่งรวมเทคโนโลยี งานวิจัย นักลงทุน และสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ อีกทั้งโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ยังเป็นประตูสู่กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี(กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และภูมิภาคอาเซียนเป็นข้อต่อสู่ประเทศจีนทำให้สตาร์ทอัพ ของไทยเชื่อมโยงสู่เวทีระหว่างประเทศได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่าปัจจุบันที่เฉลี่ยโตปีละ 4-5%

"นโยบายอินโนสเปซ ไม่ใช่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใด แม้ขณะนี้เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวแต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างๆ เช่น สิงคโปร์ที่มีภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่สิงคโปร์ก็ไม่ได้ตกใจ เพราะรัฐบาลสิงคโปร์ก็มีมาตรการรองรับ ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันไม่ต้องตกใจ เนื่องจากรัฐบาลไทยก็มีมาตรการดูแล ส่วนตัวผมไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แต่ ดูแลแค่ 4 กระทรวงเท่านั้นผมจึงพูดอะไรมากไม่ได้" นายสมคิด กล่าว

ทั้งนี้ได้ดึงหัวเว่ยมาเป็นพันธมิตรแล้ว ส่วน ไมโครซอฟท์ ซัมซุง กูเกิ้ล กำลังจะตามมาทำให้เกิดการพัฒนาสตาร์ทอัพร่วมกัน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนสตาร์ทอัพในไทยให้เกิดขึ้นเป็นหลักหมื่นหลักแสนราย และเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ให้มากขึ้น โดยสิ้นเดือนกันยายนนี้ กระทรวงการคลังจะร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สภาเกษตรกรและกองทุนหมู่บ้าน ออกมาตรการขับเคลื่อนให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆ ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้มากขึ้น

โดยมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตร บริการและการท่องเที่ยวที่เป็นอุตสาหกรรมฐานราก ต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ออกมาตรการพัฒนาบุคลากร โดยให้บริษัท ปตท. เป็นหน่วยพัฒนาบุคลากรเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น วิศวกรด้านพลังงาน รวมถึงกลุ่มบมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ พัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์ และบริษัทการบินกรุงเทพ ฝึกอบรม ด้านการบิน เป็นต้น

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทที่สนใจระดมทุนเพิ่มอีก เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รอความเห็นชอบจากบอร์ดก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาวงเงิน 100 ล้านบาท อีกทั้งธนาคารออมสิน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ซึ่งอินโนสเปซ ไทยแลนด์จะเน้นช่วยเหลือกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เกษตรแปรรูป ไบโออีโคโนมี การแพทย์สมัยใหม่ ปัจจุบันทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 1 แสนบาท หลังจากนี้จะนำเงินจากการระดมทุน 25% ของวงเงินทั้งหมด เพิ่มเข้ามาในทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท เบื้องต้นสำนักงานใหญ่อินโนสเปซ ไทยแลนด์ น่าจะตั้งอยู่ที่โรงงานยาสูบเดิม" นายสุริยะกล่าว

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ มีเครือข่ายสนับสนุนด้านเงินทุนแล้ว 515 ล้านบาท ได้แก่ บมจ.ปตท. 100 ล้านบาท บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ 30 ล้านบาท เครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) ร่วมกับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น 50 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ 50 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพ 50 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย 50 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 50 ล้านบาท บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ 50 ล้านบาท เครือสหพัฒน์ 30 ล้านบาท บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป 30 ล้านบาท บมจ.การบินกรุงเทพ 20 ล้านบาท และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(เอสเอ็มอีดีแบงก์) 5 ล้านบาท

"ปัจจุบันไทยมีสตาร์ทอัพประมาณ 1,000 ราย ประสบความสำเร็จแค่ประมาณ 100 ราย ภารกิจจากนี้ไปอินโนสเปซตั้งเป้าหมายสร้างสตาร์ทอัพให้เป็น 10-100 เท่า เพื่อหวังจะให้เกิดสตาร์ทอัพที่เป็นยูนิคอร์น ไทยจึงต้องเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพที่มีคุณภาพไปสู่สากลให้มากขึ้น จึงต้องจับมือกับต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง เกาหลี จีน เป็นต้น ซึ่งในระยะต่อไปไทยจะมีการลงนามความร่วมมือกับประเทศอิสราเอล และญี่ปุ่น"นายเทวินทร์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง