ข่าวอินโฟเควสท์
16:59 ซีอีโอ "ซาอุดี อารามโค" ยัน จะเริ่มการผลิตน้ำมันได้อย่างเต็มที่ภายในสิ้นเดือนนี้   สื่อต่างประเทศรายงานการเปิดเผยของนายเอมิน นาสเซอร์ ซีอีโอของ…
15:54 ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาเดินขบวนในฮ่องกง หลังกลุ่มสนับสนุนจีนแห่ทำลายกำแพงเลนนอน   ผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยของฮ่องกงจำนวนหลายพันคนได้ออกมา…
15:34 อินเดียยังคงพยายามติดต่อยาน "วิกรัม" ก่อนครบกำหนดเส้นตายภารกิจสำรวจดวงจันทร์วันนี้   องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) พยายามที่จะติดต่อกับยา…
14:46 "เฟซบุ๊ก" ระงับให้บริการหลายหมื่นแอพพลิเคชั่น เซ่นคดีคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   บริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทได้ระงับการให้บริการหลายหมื่…
13:10 "แอปเปิล" เฮ หลังรัฐบาลสหรัฐอนุมัติคำขอยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์   สำนักงานผู้แทนการค้าและบันทึกราชการของสหรัฐระบุว่า หน่วยงานกำกับดู…

กพช.ดันโรงไฟฟ้าชุมชนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 00:00:47 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หรือโรงไฟฟ้าชุมชน ตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)เสนอเพื่อช่วยให้ชุมชนมีรายได้ จากการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าและลดภาระ ค่าใช้จ่ายมีรายได้จากการจำหน่ายวัสดุทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงและลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงานเกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ รวมถึงลดการลงทุนในด้านสายส่ง

"ที่ประชุมได้มอบหมายให้ กบง.ไปพิจารณารายละเอียดให้ชัดเจน ทั้งเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้า พื้นที่นำร่องส่งเสริมโรงไฟฟ้าชุมชนเบื้องต้นควรเป็นพื้นที่ที่อยู่ในช่วงปลายสายส่งเพื่อสามารถเชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้าชุมชน พร้อมทำให้ชุมชนมีรายได้ และมีไฟฟ้าใช้อย่างมีเสถียรภาพ ส่วนรูปแบบการลงทุนจะดึงชุมชนและภาคเอกชนให้มีส่วนร่วม รวมถึงให้บริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เข้ามาร่วมดำเนินการคาดว่าภายใน 1-2 เดือน จะได้ข้อสรุปทั้งหมด ซึ่งมีกำหนดจ่ายไฟเข้าระบบไม่เกินปี 2565 และกลับมา เสนอกพช.พิจารณาอีกในครั้งต่อไป" นายสนธิรัตน์กล่าว

พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันปาล์มดิบ หรือ ซีพีโอ และเพื่อดูแลรายได้เกษตรกรโดยเริ่มขยายส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 ให้ต่ำกว่า บี7 ที่ 2 บาทต่อลิตร และลดส่วนต่าง ราคาขายปลีกน้ำมันบี20 ให้ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลที่ 3 บาทต่อลิตร เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป และเห็นชอบการบังคับใช้ น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี10 เป็นน้ำมันดีเซล หมุนเร็วเกรดพื้นฐานตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 โดยให้น้ำมัน บี7 และ บี20 เป็นทางเลือก

นอกจากนี้ ได้มีการรายงานการทบทวนหลักเกณฑ์โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัยภาคประชาชน(โซลาร์ภาคประชาชน) หลังจากโครงการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จไม่สามารถจูงใจที่จะให้ครัวเรือนติดตั้งได้ ปัจจุบันมียอดขอยื่นติดตั้งไม่ถึง 20 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายโครงการนำร่อง 100 เมกะวัตต์ ดังนั้นต้องหาแรงจูงใจซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ราคารับซื้อแต่ต้องหาวิธีการจูงใจเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าการลงทุนและประหยัดค่าไฟ รวมถึงการจัดเก็บจากพลังงานเพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วง กลางคืน คาดว่าจะได้ข้อสรุปสิ้นปี 2562

ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เป็น "สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และมอบหมายให้สำนักงานกองทุน เร่งจัดทำ แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเสนอ กพช. ให้ความเห็นชอบต่อไป

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้นำเรื่องการยกเลิกการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) 1.5 ล้านตัน ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)เข้าสู่การพิจารณาเนื่องจากกระทรวงอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างการนำเข้า LNG ใหม่ ให้สอดรับกับความต้องการที่จะต้องเกิดประโยชน์ 2 มิติ ได้แก่ มิติแรก ให้ไทยเป็นศูนย์กลาง LNG ภูมิภาค และมิติที่ 2 คือต้นทุนราคา ก๊าซธรรมชาติที่จะส่งผ่านไปยังค่าไฟไม่ให้ได้รับผลกระทบที่สูงขึ้นซึ่งจะเร่งให้เร็วที่สุดเพื่อเสนอ กบง.ก่อนที่จะเสนอกพช.ต่อไปและให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ภายในไม่เกินสิ้นปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง