แฉเล่ห์พ่อค้านำ'ปาล์มมาเลย์' เข้าสวมโครงการดันราคาในไทย

ข่าวเศรษฐกิจ 13 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กฟผ.กำลังเตรียมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) เพื่อการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ที่ยังคงเหลือปริมาณการรับซื้อ 133,750 ตัน จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 7 พฤษภาคม 2562 ที่กำหนดให้รับซื้อรวม 200,000 ตัน หลังจากที่ล่าสุดนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เร่งรัดให้จัดซื้อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แก้ไขปัญหาราคาตกต่ำและได้แจ้งว่า ครม.เมื่อวัน 27 สิงหาคม 2562 ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องวงเงินรับซื้อ ว่าจะใช้งบกลางของรัฐบาลมาดำเนินการทั้งหมด ทั้งงวดการจัดซื้อที่ผ่านมาที่ใช้เงินไปแล้วราว 5,000 ล้านบาท และการรับซื้อรอบใหม่ ซึ่ง จะไม่เกิดผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าและ ไม่กระทบต่อกฎระเบียบการเงินการคลังของ ภาครัฐ

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินการ รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบตามมติครม. 2 รอบ

นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ และประธานบริษัทคนปลูกปาล์มน้ำมันวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขณะนี้ราคาผลปาล์มทลายเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.70 บาทต่อกก. ขณะที่ซีพีโออยู่ที่ 16.50 บาทต่อกก. โดยราคาปาล์มยังคงลดลงต่อเนื่องหลังจากสต๊อก ซีพีโอเริ่มกลับมาอยู่ในระดับสูงเกือบ 4 แสนตัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาดูดซับซีพีโอต่อเนื่องแต่หากไม่มีการ ออกมาตรการดูแลและป้องกันการลักลอบนำเข้า ซีพีโอจากประเทศเพื่อนบ้านมาตรการเหล่านี้ ก็ไม่ได้ตกถึงมือเกษตรกรคนไทยแต่จะยิ่งทำ ให้สูญเสียเงินงบประมาณและภาษีประชาชนไป

ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้เสนอรัฐให้บังคับติดตั้ง มิเตอร์ในโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มทุกแห่ง เพื่อ ตรวจเช็คปริมาณซีพีโอที่ออกมาซึ่งจะสามารถ เช็คปริมาณ และคำนวณสต๊อกซีพีโอได้ แต่การดำเนินการยังคงเงียบไป ดังนั้นแม้ว่ากระทรวงพลังงานล่าสุดยังได้เตรียมบังคับ น้ำมัน บี10 ให้เป็นเกรดมาตรฐานตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ที่จะช่วยดูดซับซีพีโอมากขึ้น แต่หากยังมีการลักลอบนำเข้ามาก็คงไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

"พอมีมาตรการดูดซับ ผลปาล์มดิบ ก็จะเริ่มขยับสูงสักระยะหนึ่งก็จะจูงใจให้เกิดการนำเข้าซีพีโอจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะจากมาเลเซียที่มีราคาต่ำกว่าไทยเข้ามา สังเกตได้ง่ายๆ ว่าสต๊อกของไทยนั้นลดลงไปนิดเดียวแต่พอขยับเพิ่มจะเร็วมากเพราะอะไรก็เพราะมีการลักลอบนำเข้ามานั่นเอง ปัญหานี้จะวนเวียนไม่จบถ้าไม่แก้ไขและเงินที่รัฐทุ่มเท ดูแลด้วยสารพัดมาตรการหมดไปแล้วหลายหมื่นล้านบาทที่ผ่านมาก็สูญเปล่า" นายชโยดม กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ