'โอซา แวง'ชีวิตลูกครึ่งบนเส้นทางแสดงตนคนแห่งธรรมะ

ข่าวบันเทิง 15 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ยุทธนา นารี หากเอ่ยชื่อ โอซา แวง สาวลูกครึ่งสิงคโปร์- สวีเดน หลายคนอาจนึกถึงการเป็นนางแบบ มืออาชีพสุดเซ็กซี่หรือนักแสดงของเมืองไทย หากย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีที่แล้วและนอกเหนือจากงานที่มีมาตลอด ตอนนี้ด้วยวัย 37 ปี เธอเห็น สัจธรรมของชีวิตที่เปลี่ยน ขอถามถึงงานจิตอาสาสอนภาษาอังกฤษว่ามีที่มาที่ไปยังไง? จากประโยคหนึ่งในอินสตาแกรมสู่ความเห็นธรรม? การสอนในสไตล์ครูโอซา แวง เป็นอย่างไร บ้าง? เห็นบอกว่าค้นพบความสุขที่แท้จริงจากการเป็นจิตอาสา? ส่วนปีหน้าก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นคุณครูเต็มตัวโดยมีคลาสเป็นของตนเอง? จากอาจารย์ธรรมะศึกษา สู่ยูทูบเปอร์ออนแอร์ในช่อง Youtube บ้าง? ตอนแรกได้ออนแอร์เล้วรู้สึกยังไงบ้าง? แฟนๆ ที่ได้ดูตอนแรกมีกระแสตอบรับยังไงบ้าง? เป็นอีกมุมของชีวิตคนเราเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกสู่ทางแห่งความสุขเพื่อหลีกพ้นทุกข์ในใจ ก็เป็นอีกทางเลือกที่สุดวิเศษ

"วันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ แต่ก็ยังอยู่ในฐานะนางแบบสุดเซ็กซี่แห่งเอเชียจากนิตยสาร FHM และนักแสดงส่วนเรื่องลดดีกรีความเซ็กซี่ขอไปตามวัยสิ่งหนึ่งที่ถือว่าได้เปลี่ยนความคิดและชีวิตตอนนี้อายุ 37 ปี คิดว่ามีอะไรที่อยากทำบ้าง จนได้รับความเมตตา และโอกาสดีๆ คือการเป็น คุณครูสอนภาษาอังกฤษให้แก่สามเณร รวมทั้ง การได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ อย่างเช่นการมีช่อง ยูทูบและเล่าเรื่องราวของตนเองแบบเรียลิตี้ในรายการ ASE AND NIDA FROM THE SOI เป็นอีกทางที่โอซา เลือกแล้ว และอยากจะลองดูในวัยที่กำลังไฟเต็มเปี่ยมที่เลือกทำงาน"

"ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตเพราะว่าห่างไกลจากตัวโอซาหรืออาชีพที่ทำมากแต่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเลยค่ะ อยากบอกว่าจุดเริ่มต้นจริงๆมาจากการที่เครียดไม่สบายใจจึงชวนเพื่อนสนิทไปทำบุญที่วัดธรรมมงคล ซึ่งหลังจากทำบุญเสร็จ พระอาจารย์ท่านก็มาถามว่า โอซาช่วยอะไรวัดหน่อยได้ไหมตอนนั้นก็งง ว่าจะให้ช่วยอะไร พระอาจารย์ท่านก็บอกว่า อยากให้มาสอนภาษาอังกฤษให้กับ สามเณรก็มีคิดนิดหน่อยค่ะแต่ก็ตอบรับแบบไม่ลังเลเลย จนได้มาสอนทุกวันพฤหัสบดี วันละสองคลาสค่ะโรงเรียนพระปริยัติธรรม"

"ด้วยความที่ดิฉันเป็นลูกสาวคนเดียว ของบ้าน ดิฉันจึงถูกอบรมเลี้ยงดูมาเพื่อให้เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง และเรียนรู้ที่จะเป็นผู้รับและผู้ให้ จากการที่ทุกวันพฤหัสบดี ดิฉันได้ไปเป็นจิตอาสาร่วมสอนสามเณรที่บางรูป ที่เป็นเด็กกำพร้า บางรูปมาจากครอบครัวที่ยากจน เมื่อดิฉันได้พบเจอกับสามเณรเหล่านั้น ดิฉันถึงได้ตระหนักว่าการให้ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน มันได้สร้างความสุขและความปีติ ให้เกิดขึ้นในใจดิฉันอย่างแท้จริง ทำให้ดิฉันตั้งหน้าตั้งตารอเพื่อที่จะให้ถึงวันพฤหัสบดีไวๆ เพื่อที่จะได้เรียนรู้ความสุข จากการเป็นผู้ให้ ถึงแม้ดิฉันไม่ได้ให้ ในรูปแบบของทรัพย์สิน แต่ดิฉันให้ในรูปแบบของความรู้ทางภาษาที่ดิฉันมี"

"เป็นครูที่ไม่ได้ดุ ก็สนุกสนานค่ะจะไม่ได้เครียด โอซาสอนทุกวันพฤหัสบดี ก่อนสอนก็จะ มีการนั่งสมาธิ แล้วก็ให้เล่นเกมสอนคำศัพท์ที่ ถูกต้อง สอนเรื่องการออกเสียง แต่สิ่งที่ต้องคำนึง คือเรื่องของ กฎของศาสนาต้องให้ความเคารพสามเณรทุกคนสิ่งที่สนุกที่สุดจะเป็นการที่สามเณรพยายามพูดภาษาอังกฤษกับเราแต่เราก็จะตอบเป็น ภาษาไทยใครพูดผิดก็จะช่วยกันแก้ เลยสนุกสนานมากค่ะ"

"จริงๆ โอซาคิดว่า คนที่ได้รับความสุขจากการสอนครั้งนี้เป็นโอซามากกว่าพวกเขาให้ โอซาเยอะกว่าที่โอซาให้อีก อย่างทุกครั้งที่นั่งสมาธิ ก็จะคิดว่าโชคดีที่ได้มาเจอทุกคน ที่ได้มาสอน มันเป็น การให้โดยที่แต่ละฝ่ายไม่ได้หวังอะไรตอบแทนและไม่ต้องพยายามมันเป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์มาก ฉะนั้นถ้ามีสิ่งที่จะทำเพื่อสามเณรเช่นวันแม่ วันครูก็จะไปร่วมงาน ให้สามเณรทุกคนเห็นว่า แม้เขาจะกำพร้า ไม่มีครอบครัว แต่เขาก็ยังมีเราเป็นหนึ่งในชีวิตเป็นอีกหนึ่งครอบครัว วันครูก็ไปค่ะ ก็ร้องไห้ทั้งสองวัน (ยิ้ม) มันมาจากความตื้นตันมากกว่า"

"ใช่ค่ะ ได้รับการเลื่อนขั้น จากพระอาจารย์ ตอนนี้ที่ไปสอนก็จะไปช่วยสอนกับคุณครูที่สอน อยู่แล้วจะช่วยดูเรื่องการออกเสียง การใช้คำศัพท์ แต่ปีหน้า พระอาจารย์ มาบอกว่า ให้ครูโอซามีคลาสเป็น ของตัวเองแล้วก็ดีใจและตื่นเต้นค่ะ แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด เป็นสิ่งที่ตั้งใจ ไว้แล้ว"

"เป็นอีกเรื่องที่ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ เป็นรายการเรียลิตี้ ชื่อรายการ "ASE & NIDA FROM THE SOI" ที่บอกเล่า เรื่องราวทั้งเบื้องหน้าและ เบื้องหลังการใช้ชีวิตในมหานครอย่างกรุงเทพฯของโอซาและนิดา วนิดา โกลเทน จะเป็นเรื่องราว ทุกมุมของชีวิตครอบครัว ความรักและดราม่า เรียกได้ว่าเราสองคนเผยทุกมุมในรายการนี้"

"ยังคงตื่นเต้นค่ะ ตอนแรกของเรา สองคนจะเป็นการบอกถึงตัวตนว่าเราสองคนเป็น ยังไงโตมาในครอบครัวแบบไหน ชอบหรือไม่ชอบ อะไร หลายคนอาจจะคิดว่าโอซาและนิดา เป็นนางแบบ เป็นนักแสดงหรือแม้กระทั่งในชีวิตหรูหรา ไฮโซ แต่จริงๆ แล้ว เราสองคนก็มีอีกหลายมุมที่คนอื่น ไม่รู้เช่น ชอบงานศิลปะทั้งคู่ ใช้ชีวิตทำงานปกติ ซึ่งนอกจากจะเห็นการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของ เราสองคนแล้วก็ยังเสนอความสวยงามของ กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงที่เต็มไปด้วย วัฒนธรรมที่หลากหลายด้วยค่ะ"

"ดีมากค่ะ ทุกคนชอบในเรื่องที่เราสองคนเล่า หลายคนถามหาตอนต่อไปกันแล้วโอซากับ นิดาก็อยากขอบคุณมากๆ ในทุกแรงเชียร์ แรงสนับสนุน เราสองคนอยากทำรายการที่บอกเล่าความเป็นตัวตนกันจริงๆ เป็นเรียลิตี้ที่ไม่มีการ เซตอัพ ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องความรัก การทะเลาะ ความเป็นเพื่อน การใช้ชีวิตที่เรียกว่า บางครั้งก็ไม่ได้ง่าย และความสนุกสนานที่เกิดขึ้น จากทั้งโอซาและนิดาเองซึ่งพอกระแสตอบรับ ค่อนข้างดีก็ดีใจค่ะ อยากให้คนที่ได้ดูรายการ คิดว่า ชีวิตมันเป็นสิ่งธรรมดาและเป็นธรรมชาติมาก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามจะรวยจะจน จะเป็นคนธรรมดา หรือคนดัง สุดท้ายอยากขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ที่ติดตาม"


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ