'กฟผ.'เปิดศูนย์การเรียนรู้สนง.กลางบอกเล่าประวัติศาสตร์-นวัตกรรมไฟฟ้า

ข่าวทั่วไป 18 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2512 มีภารกิจหลัก คือจัดหาพลังงานไฟฟ้าแก่ประชาชน โดยผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และผู้ใช้พลังงานไฟฟ้ารายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด หรือโดยสรุปคือเพื่อดูแลความมั่นคงด้าน พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม กฟผ. ยังมีหน้าที่สำคัญเพิ่มเติม คือ "การให้ความรู้" ด้านพลังงานกับเยาวชนและประชาชนด้วย ปัจจุบัน กฟผ. ได้ดำเนินการจัดตั้ง "ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ." ในหลายจังหวัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง (EGAT Learning center)" ตั้งอยู่ที่ย่านสะพานพระราม 7 อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศูนย์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2562

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.สำนักงานกลาง มีการจัดแสดงนิทรรศการไฟฟ้า 2 ส่วน คือ "นิทรรศการหมุนเวียน" จะมีนิทรรศการสำคัญผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดแสดง กับ "นิทรรศการถาวร" มี 7 โซน ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องแหล่ง พลังงานเป็นหลัก ได้แก่ 1.โซน "จุดประกาย" เป็นจุดลงทะเบียนและรับสายรัดข้อมืออัจฉริยะ RFID เพื่อแปลงร่างเป็น AVATAR ผจญภัยในโลกพลังงานไฟฟ้า และนำไปเล่นกิจกรรม ในโซนอื่นๆ เพื่อสะสมคะแนน

2.โซน "จากแสงแรกสู่แสงนิรันดร์" ที่แค่ก้าวเข้าไปในห้องผู้ชม ก็จะสัมผัสได้ถึงพลังงาน และเมื่อก้าวเดินจะมีคลื่นน้ำปรากฏ ห้องนี้เป็นห้องภาพยนตร์ 4 มิติ (4D) ที่จะพาผู้ชมสัมผัสประสบการณ์แห่งแสงแรกกับการ์ตูนแอนิเมชั่นสนุกๆ พาย้อนกลับไปในยุคที่ประเทศไทยยังไม่มี ไฟฟ้าใช้ ก่อนมาสู่ยุคปัจจุบันและก้าวข้าม มิติเวลาไปสู่แสงแห่งอนาคต เพื่อเรียนรู้ เรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และเทคโนโลยีอย่างสมดุล

3.โซน "คืนสู่สมดุล" ที่จะพาไป สัมผัสชีวิตในอนาคตที่มีความสมดุลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติและเทคโนโลยี ผู้ชมจะได้ทดลองผลิตไฟฟ้าด้วยมือของตนเอง ด้วยการเปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า เล่นเกมวางผังเมือง ร่วมสร้างบ้านและเมืองอัจฉริยะที่ช่วย ประหยัดพลังงาน และเมื่อเดินออกจากโซน จะเป็นส่วนของการปลูกต้นไม้โดยใช้แสง LED ในพื้นที่จำกัด การปลูกต้นไม้บนดาดฟ้า ซึ่งเหมาะกับสังคมปัจจุบันที่มองไปก็เห็นแต่ตึกสูงเต็มไปหมด เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันของธรรมชาติ และเทคโนโลยี โดยมีมนุษย์เป็นแรงขับเคลื่อน

4.โซน "สายน้ำแห่งความภูมิใจ" เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลปะ เกี่ยวกับการดูแลป่าต้นน้ำ และผู้คนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ปลายน้ำที่กรุงเทพฯ สมกับคำว่า น้ำ คือ ชีวิต การดูแลชีวิตนั้นสำคัญ การดูแลต้นกำเนิดแห่งชีวิตก็ไม่ต่างกัน 5.โซน "นวัตกรรมเพื่อชีวิต" เป็น ห้องที่สนุกที่สุด น่าสนใจสุด และได้ความรู้สุด เพราะเป็นเกมให้เล่นพร้อมกับให้ความรู้ ควบคู่กันไปด้วยภาพเคลื่อนไหวตลอด ทางเดินตั้งแต่การสำรวจเส้นทาง Timeline ประวัติศาสตร์การเรียนรู้ภารกิจการไฟฟ้าไทย คู่ขนานกับความเป็นไปของสังคมไทยและเหตุการณ์สำคัญของโลก

6.โซน "โลกที่ยั่งยืน" ใครที่ชอบ แข่งขันต้องไม่พลาดกับการสำรวจโลก พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยและประเทศ ต่างๆ ทั่วโลก ผ่านลูกโลก SPHERE ที่รวบรวมประเทศโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านพลังงาน และการส่งไฟฟ้าระหว่างประเทศอาเซียน และยังมีเกมให้เล่นโดยผู้ชมรับบทเป็นผู้ควบคุมกำลังการผลิตไฟฟ้าเพื่อเลือกเชื้อเพลิงให้เหมาะสม กับสถานการณ์ และ 7.โซน "แสงนิรันดร์" เป็นจุดประมวลผลการเรียนรู้ที่ผู้ชมได้ร่วม กิจกรรมผ่านทางการ Scan สายรัดข้อมือ โดยข้อมูลจะถูกส่งข้อมูลกลับไปยังอีเมล ที่ผู้ชมได้ลงทะเบียนไว้

สำหรับศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี เปิดทำการทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยสอบถาม รายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-4368952-3 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.egat.co.th/learningcenter นอกจากนี้ยังมีแหล่งเรียนรู้แห่งอื่นๆ ของ กฟผ. ที่น่าสนใจในหลายจังหวัด อาทิ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ) เฉลิมพระเกียรติ จ.ลำปาง, ศูนย์การเรียนรู้ ราชานุรักษ์ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี, ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. จะนะ จ.สงขลา, ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ ในอนาคตจะมีการเปิดเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง จ.นครราชสีมา, ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. แม่ออน จ.เชียงใหม่ และศูนย์การเรียนรู้ โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ กฟผ.แม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ