น้ำมันโลกลด5% 'สนธิรัตน์' โล่งตึงเครียดในซาอุฯคลี่คลาย

ข่าวเศรษฐกิจ 20 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ได้เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ประจำปี 2562 ที่กระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม กว่า 33 หน่วยงาน รมว.พลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ ราคาน้ำมันหลังจากโรงกลั่นบริษัท น้ำมันอรามโคของประเทศซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตี ล่าสุดว่า เริ่มคลี่คลายลง หลังจาก รัฐบาลซาอุดีอาระเบียสามารถกลับมาผลิตน้ำมันได้ถึง 50% แล้ว ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกปรับลดลงเฉลี่ย 5% ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยลดความตึงเครียดลง คาดว่าจะกลับสู่สถานการณ์ปกติเร็วๆ นี้ ประกอบกับปัจจุบันมีมติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)ตรึงราคาขายปลีกโดยอุดหนุนเบนซิน 1 บาทต่อลิตร และอุดหนุนดีเซล 60 สตางค์ต่อลิตร อยู่ โดยประเมิน ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าราคาปัจจุบัน

สำหรับการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ปีนี้กระทรวงพลังงานได้จำลองสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในตะวันออกกลาง จากเหตุความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลเตหะรานของอิหร่าน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยหายไปถึง 62% ต่อวัน ทำให้น้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ต้องมีการประกาศใช้มาตรการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อบริหารจัดการแบ่งสรรปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับภาคส่วนที่มีความสำคัญและเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยภาคที่สำคัญที่สุดคือไฟฟ้า อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะให้ทุกหน่วยงานกลับไปประเมินสถานการณ์ช่วง 1 เดือน จากนี้ ว่ามีผลอย่างไร

สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยยังไม่มีความจำเป็นต้องมีน้ำมันในรูปของสำรองทางยุทธศาสตร์ (เอสพีอาร์) เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา เพราะไทยไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตแต่เป็นผู้นำเข้า จึงไม่ควรลงทุนส่วนนี้

ส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการสำรองน้ำมันดิบเหลือ 5% จากปัจจุบัน 6% ในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่เหมาะสม และยังไม่มีหน่วยงานใดเสนอเรื่องเข้ามา โดยปัจจุบันไทย มีสำรองน้ำมันใช้ได้ 56 วัน ก็สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในส่วนของภาคประชาชนนั้น สามารถมี ส่วนร่วมช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้เกิดความประหยัด ให้ความสนใจต่อข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐ รวมทั้งให้ความร่วมมือ ต่อมาตรการในช่วงเวลาจำเป็น ดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการช่วยลดความความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ เกิดเหตุสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ได้อีกทางหนึ่งด้วย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ