เพราะความเพียรจึงนำพามาซึ่งความสำเร็จเปิดใจ 'เอ๊ะ-อิศริยา' จากนางเอกเจ้าน้ำตาสู่บทบาทผู้จัดละคร

ข่าวบันเทิง 22 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ยุทธนา นารี ถ้าเอ่ยถึงบทบาทนางเอกเจ้าน้ำตาสุดรันทดในยุค 90 เชื่อเหลือเกินว่าชื่อของ เอ๊ะ-อิศริยา สายสนั่น ต้องผุด ขึ้นมาในความคิดของใครหลายคน เพราะด้วยบทบาทที่ตราตรึงความรู้สึกในสมัยนั้นเธอคือนางเอกแสนดี เจ้าน้ำตาที่น่าสงสารที่สุดในจอโทรทัศน์ แม้มีหลายครั้งเธอจะพลิกบทบาทการแสดงและตีบทแตกกระจุยกระจายได้ถึงพริกถึงขิง แต่ผู้ชมก็ยังคงเอ็นดูและเห็นว่าเธอคือนางเอกเจ้าน้ำตาไม่เคยเปลี่ยน จากวันนั้นเธอโลดแล่นอยู่เบื้องหน้าวงการบันเทิง ถึงวันนี้ผ่านไป 22 ปี บทบาทนักแสดงเบื้องหน้าเปลี่ยนผ่าน สู่เบื้องหลังกับตำแหน่งผู้จัดที่เรียกได้ว่าอายุน้อยที่สุด ทั้งยังควบตำแหน่งดีกรีดอกเตอร์ในวัย 36 ปี ภายใต้ชายคาบ้าน "อาร์เอส" ที่ทำละครมาแล้วถึง 10 เรื่อง ล่าสุดทีมข่าว "บันเทิงแนวหน้า" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์เปิดใจถึงบทบาทผู้จัดของ "สาวเอ๊ะ" และหวนรำลึกถึง วันวานในบทบาทนักแสดงให้ฟังกันว่า

เหนื่อยไหมกับบทบาทการเป็นผู้จัดและการเรียน

เหนื่อยนะคะก่อนหน้านั้นรู้สึกว่าเหนื่อยมาก แต่ว่า ก็ดีใจที่ผ่านมาได้ 4 ปีเหมือนเร็วมาก แต่ระหว่างวันตอนนั้น น่ะยาก พอวันนี้มองกลับไป 4 ปีแล้วก็สำเร็จด้วยดี แฮปปี้มากคือมันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กนะคะ รู้สึกว่าการเป็นดารามันไม่ใช่ความฝันเพราะว่าเหนือฝัน แต่สำหรับ การเรียนปริญญาเอกเป็นความฝันซึ่งคิดว่าต้องเป็นให้ได้ ต้องทำได้ อย่างน้อยมันก็เป็นเหมือนการต่อสู้กับตัวเอง ที่ฝืนตอนนั้น ก่อนที่จะมาสอบก็คิดว่าจะได้เหรอเวลามันจะได้เหรอเพราะว่าผู้จัดก็ยังเพิ่งเริ่มก็เครียด แต่ว่าคุณแม่ ก็บอกว่าสอบไปไว้ให้รู้ ก็เลยรู้เลยว่าถ้าตั้งใจจะต้องได้

เป็นผู้จัดเข้าปีที่เท่าไรแล้ว กับละครหลากหลายแนวที่ทำมากี่เรื่อง

6 ปีกว่า.ทำละครมา 10 เรื่อง

มองว่าเป็นนางเอกที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัด เร็วไหม

เร็วมาก เอ๊ะเป็นผู้จัดก่อนอายุ 30 ปี ถือว่าเร็วมากแต่เรารู้ว่าเรามีไอเดียอยู่ในหัวเราตลอด เพราะว่าตั้งแต่ อยู่กันตนเป็นเด็กที่ชอบเข้าไปในห้องตัดต่อ ชอบอยู่บนรถ โอบี ใฝ่รู้ไปเรื่อยๆ พอวันที่ต้องเป็นก็ช่วยได้เยอะมาก เจอปัญหาอะไรก็จะนึกได้ว่าอ๋อตอนที่เป็นนักแสดงเคยเจอ แบบนั้นเลยทำให้รู้สึกว่าโชคดีที่ได้เริ่มเร็ว

ตัดสินใจยากไหมก่อนที่จะผันมาทำเบื้องหลัง

คือตอนนั้นรู้สึกว่ายังรักละครเสมอ ทุกวันนี้ก็ยังรักการเล่นละครเสมอ เพียงแต่ยอมรับว่าเล่นมาเยอะมากแล้ว แล้วเข้าใจในฐานะผู้จัดว่าเขาก็คงจะมองว่าจะให้เล่นเป็นนางเอกน่าสงสารเหรอก็เล่นมาจนไม่รู้จะยังไง จะให้ เล่นบู๊มันก็ไม่ใช่ทาง เหมือนจะรับละครแต่ละเรื่องก็จะคิดเยอะรู้สึกว่ามันมีข้อจำกัดเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเปิดโลกใหม่ ให้เหมือนไปเริ่มต้นอะไรใหม่ เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มันจะทำให้ตื่นตัวมากขึ้น ก็ไม่คิดว่าเร็วเกินไป

นางเอกรุ่นเดียวกับเอ๊ะก็เปลี่ยนบทบาทกันไป

ทุกคนก็รับบทบาทที่โตขึ้นกันไป เป็นโชคดีของ นักแสดงที่ทำให้ยังต่อยอดความรู้ประสบการณ์ที่มีทำงาน ในวงการบันเทิงได้ แล้วคนที่เป็นนักแสดงจะรู้ เพราะเรียนรู้ อยู่แล้วในกองว่าฝนตกทำยังไง นักแสดงคนนี้เลททำยังไง เรียนรู้อยู่แล้ว จะทำให้การทำงานง่ายขึ้นมากกว่าคนที่ ไม่เคยอยู่กอง โดยเฉพาะคนที่เป็นนักแสดงที่อยู่มาตลอด เอ๊ะไปกองแทบทุกวันเอ๊ะก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ มันได้ใช้จริงๆ

เป็นนางเอกเรื่องแรก เป็นผู้จัดเรื่องแรก การเรียน ครั้งแรก ตรงไหน ยากกว่ากัน

ยากคนละแบบตอนเด็กแค่ อายุ 14 ปีเล่นละคร ก็จะรู้สึกว่าทำไม่ได้นู่นนี่นั่นเป็นปัญหาคนอื่นก็ดูเป็นปัญหา ใหญ่โต สำหรับคนวัยนั้น แต่การเป็นผู้จัดต้องดูคนเป็นร้อย ก็ยากสำหรับวัยนั้นเพราะก็เด็กเหมือนกัน แต่ถ้าถามว่า ยากมากกว่านอยด์กว่าเอ๊ะว่ามันยากคล้ายๆ กันเพราะตอนนั้น วัยวุฒิวัยก็ต่างกัน เพียงแต่ว่าข้อดีของเราอย่างหนึ่งคือเป็นคนที่เจออะไรยากจะไม่ท้อก็ทำ เป็นคนกลัวนะคะเวลาที่เจออะไรยากแต่พอเจอปุ๊บสู้ตายค่ะ

การเรียนก็เหมือนกันพอจะสอบจะกลัวแต่ว่าพอได้ สอบปุ๊บให้ตายยังไงฉันก็จะสู้ยิบตา ทำให้รู้สึกว่าก็มีความสุข กับทุกอย่างที่ทำค่ะ แต่เลือกแล้วนะคะ ข้อดีของเอ๊ะก็คือเป็นคนเลือกแล้วไม่ได้ถูกบีบบังคับให้ทำ ถ้าถูกบังคับให้อาจจะฝ่อไปเลย แต่เลือกแล้วว่าจะทำอันนี้ ฉะนั้นเป็น คนเลือกยากค่ะ เหมือนจะเล่นละครแต่ละเรื่องเลือก ยากมากแต่ถ้าเลือกแล้วเจออะไรยากเอ๊ะก็สู้ตาย

เลือกงานแต่ละเรื่องอย่างไร

คือมีที่ปรึกษาที่ดีมากคือพี่โด่ง (องอาจ สิงห์ลำพอง) และช่องก็ให้โอกาส หนึ่งอย่างที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เป็น ผู้จัดได้ถึงทุกวันนี้ ยอมรับอย่างหนึ่งว่าโชคดี สำคัญมากที่ช่องให้โอกาสและเป็นที่ปรึกษา ช่องจะไม่ได้แบบว่า สั่งอย่างเดียว รับฟังเพราะว่าเอ๊ะกับพี่โด่งสามารถคุยได้ พี่โด่งรับฟังและที่สำคัญมากคือเอ๊ะมีคุณแม่เป็นที่ปรึกษา คุยได้ทุกเรื่องและก็ได้ทีมงานที่ดี ถ้าฟอร์มทีมงานดีนักแสดง ที่มาเล่นเขาก็จะเชื่อมั่นสำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่น ถ้านักแสดง เชื่อมั่นเขาก็พร้อมจะสู้เจอปัญหาอะไร ก็เชื่อว่าผ่านไปได้เขาก็จะพร้อมลุยไปด้วยกัน

ละครช่องส่วนมากเป็นละครผี อยากจะทำละครวัยรุ่นเหมือนสมัยที่เป็นนักแสดงมั้ย

สำคัญที่สุดเอ๊ะว่ากลุ่มเป้าหมายทาเก็ตแฟนละครช่อง 8 ก็จะมีความเป็นคนทำงานผู้ใหญ่ ถ้าเป็นวัยรุ่นเอ๊ะว่ามันก็อาจจะไม่ใช่ ไม่ถูก แต่พอมาอยู่ตรงนี้จะทราบว่า ทำเพื่อให้คนดูเขามีความสุข ฉะนั้นต้องรู้ว่าความสุขของคนดูคืออะไร ก็จะรู้ว่าอ๋อ! คนดูช่อง 8 เป็นแบบโตหน่อย คนทำงานไม่ใช่วัยรุ่นสิบปีกว่า ก็จะมีแบบ 30-40 ปี ต้องทำเพื่อให้เขาชื่นชอบ

ละครผีความเชื่อมันอาจจะเข้าถึงได้ง่าย สิ่งสำคัญละครเอ๊ะไม่ว่าเอ๊ะจะทำผี พีเรียด ยุคปัจจุบันยุคอดีต สิ่งสำคัญที่สุดคือละครมันไม่ลึกลับเกินไปดูได้ง่ายแล้วครบรสสนุก สำคัญคือความสนุกคือทุกวันนี้รู้สึกอยากขอบคุณคนดูว่าแป๊บๆ ทำละครมา 10 เรื่องแล้ว ถ้าคนดูไม่ตอบรับดีอาจจะไม่มีโอกาส ก็พยายามทำให้แปลกใหม่ให้คนดูชื่นชอบมากที่สุด

อย่างอั๋น (วิทยา วสุไกรไพศาล) จีบกันมานานมั้ย

เพราะว่าก็เคยเล่นละครด้วยกันมาก่อน บอกพี่อั๋น ไปว่าบทมันเหมาะกับพี่อั๋นนะ แล้วไม่ได้เล่นเป็นแค่ สุภาพบุรุษมันมีพาร์ตที่เป็นแรงๆ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ซึ่งเขาก็เป็นนักแสดงมีฝีมือเขาเล่นได้อยู่แล้ว และเขามี เสน่ห์ของความเป็นสุภาพบุรุษ ซึ่งเอ๊ะว่าคนดูน่าจะรับได้ ไม่ยาก

เห็นว่าเคยเล่นเลิฟซีนด้วยกัน

ใช่ค่ะเลิฟซีนตอนนั้นก็เป็นเลิฟซีนแบบสุภาพบุรุษ พระ-นางไม่ได้อะไรมาก

ย้อนถึงเลิฟสมัยก่อนก็ไม่ค่อยมี

ไม่ๆ เลิฟซีนจูบจริงนี่เป็นเรื่องเป็นราวนะ ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่าพอโลกมันเปลี่ยนไปก็เข้าใจนะ สมัยก่อนมันเป็นเรื่องใหญ่โตมากคิดแล้วคิดอีกไม่รู้ยังไง แต่ปัจจุบันตะวันตกอาจจะเข้ามามากขึ้น คนก็จะเห็นว่ามันไม่ได้มีอะไร รุนแรงคือส่วนตัวแล้วแต่เลยค่ะ ถ้าแฮปปี้ที่จะเล่นก็ ตามใจเลย ถ้าบทไม่ต้องถึงขนาดนั้นเล่นเกินไปก็ตัดทิ้งนะ ก็ไม่เอาออกนะ แต่ด้วยแต่ละสถานีก็จะมีลิมิตของเขา อยู่แล้ว ต้องให้สถานีเซ็นเซอร์ให้

บทบาทหน้าจอละยังคิดถึงการแสดงอยู่ไหม

ความคิดถึงของเอ๊ะอาจจะไม่ได้มาก เพราะออกกอง ทุกวัน ก็จะคุ้นเคยกับกองถ่าย เพียงแต่ว่าหลายๆ คน ที่เขาอาจจะไปดูยูทูบย้อนหลังละครที่เอ๊ะเล่นแล้วก็จะ คิดถึง บางคนบอกชอบมากเลยเงาอโศก เงาอโศก 20 ปีแล้ว (หัวเราะ) รู้สึกดีใจที่คนเขายังจำได้ในขณะที่นักแสดง ก็เยอะมาก ก็ดีใจแต่ว่าถ้าจะกลับมาเล่นก็ต้องพร้อมที่สุดจะไม่ทำให้เป็นปัญหากับกองถ่าย แล้วก็ต้องเป็นบทที่รู้สึกว่ากลับมาแล้วมันตื่นเต้น

พอใจแค่ไหนกับเส้นทางที่เลือก

พอใจมากเพราะว่าเลือกแล้วและสามารถเรียนไปได้ด้วย สิ่งที่สำคัญเลยคือตอนที่เป็นนักแสดงปัญหาสำคัญที่สุดตอนมาเป็นผู้จัดเพราะอยากเรียนด้วย รู้ว่าถ้าเราเป็นนักแสดงเราเรียนไม่ได้หรอกเอก ถึงเรียนได้เราจะเอาตัวเองเป็นหลักก็จะสร้างปัญหาให้กอง ไม่อยากสร้างปัญหาให้ก็เลยเบนเข็มมาว่าคงต้องเปลี่ยนอะไรที่มันไม่ได้ฟิกซ์เวลาในการทำงานก็รู้สึกว่าดีใจที่สุดก็คือสามารถเรียนจบได้

ละครแนวไหนที่อยากจะทำแล้วนำเสนอช่องแล้ว ยังไม่ได้ทำ

ไม่มีนะคะส่วนมากที่นำเสนอไปแล้วช่องก็โอเค ถ้าจะให้ทำบู๊อาจไม่ใช่ เพราะตัวเอ๊ะจะรู้ว่าประสบการณ์เรื่องบู๊ไม่มีแทบไม่มีหมายถึงละครที่เป็นแนวบู๊ 100% ไม่ได้ทำ แต่ประสบการณ์ที่เป็นดราม่า พีเรียด ผี เต็มที่ เลยจ้าทำมาหมดแล้ว บางทีความเชื่อมั่นของคนดูก็สำคัญถ้าเอ๊ะไปทำบู๊ว่าคนดูเขาไม่เชื่อมั่นหรอก เขาไม่เคยเห็น ว่าทำ

แต่ถ้าทำผีเพีเรียดเขาเห็นเขาเชื่อว่าอย่างน้อย มีประสบการณ์แล้ว นำมาปรับกับงานให้มันดีขึ้นได้ เรื่องต่อไปก็จะเป็นพีเรียดค่ะแบบ 100% เลย ปกติไม่เคยทำพีเรียดแบบเต็มๆ นะคะ พอจะมีแทรกเข้ามานิดนึงปัจจุบันเยอะหน่อย แต่เรื่องต่อไป 100% กำลังวางตัวอยู่ค่ะ และได้รับอนุมัติแล้ว เป็นละครเรื่องที่ 10 เรื่องต่อไปก็ยังจะ ทำกับที่นี่อยู่ค่ะ พี่โด่งให้โอกาสมากเฮียให้โอกาสมาก เอ๊ะเป็นคนที่ทำละครแบบว่าทำตามใจให้มันพร้อมที่สุด แต่ช่องบอกว่าโตแล้วจบแล้ว แต่ก่อนหน้านี้จะบอกว่า ไม่จบ พอจบแล้วต้องทำแบบลงเต็มตัวไม่มีข้ออ้างแล้ว เขาก็บอกว่าเอ๊ะต้องแพลนล่วงหน้าเยอะๆ ก็คงติสท์นิดนึงมั้ง ก็อยากทำในจังหวะเวลา และรู้ว่าโตแล้วมีทีมงานที่ต้องดูแล มีโอกาสดีๆ ที่ช่องให้ทำ

เวลาเลือกนักแสดง

ก็จะมีผู้ใหญ่ช่วยด้วย ประชุมกับทีมก็เสนอพี่โด่ง พี่โด่งอ่านบทแล้วบอกว่าเอ๊ะลองติดต่อคนนี้ดู คือมันเป็นการทำงานที่เราไม่ได้ทำคนเดียวเลย บางคนอาจจะเห็นเอ๊ะเป็นผู้จัดแต่จริงๆ มันไม่ใช่เอ๊ะคนเดียวเอ๊ะมีทีมงานมีนักแสดงที่ช่วยกัน

การเป็นเอ๊ะมีผลต่อคอนเน็คชั่นไหม

อาจจะมีผลคือ นักแสดงรู้จักกันมา แต่สำคัญที่สุด มันคือชื่อเสียงของบริษัท เอ๊ะว่ามันสำคัญกว่าความเป็นเอ๊ะอีกนะ เอ๊ะว่าความเป็นเอ๊ะเขารู้จักแต่ถ้าบริษัทเรา ทำงานไม่ดี เขาจะต้องมาอยู่กอง 6 เดือน เขาก็ไม่มีความสุข เอ๊ะว่าสำคัญที่สุดก็คือชื่อเสียงของบริษัทค่ะ

มีแพลนจะขยายงานออกไปอีกไหม

คือจริงๆ ช่องให้งานจนแฮปปี้ที่จะอยู่ที่นี่นะคะ พูดได้เลยว่าตอนนี้ไม่ได้มองที่อื่นเลย เพราะที่นี่ก็ให้งานเยอะ การทำงานมันมีความสุขค่ะ ไม่ได้ทำบนความเครียด คือเครียดแหละเพราะว่ากองถ่ายก็มีปัญหา แต่อย่างน้อยช่อง ก็ยังให้โอกาสที่ดี ให้ได้ทำในสิ่งที่อยากทำและยังรับฟัง มีการติมีการชมซึ่งก็แฮปปี้ไม่ได้มองที่อื่นเลยค่ะ

เรื่องล่าสุดมีดูดพระเอกช่อง 7 มาไหม

ก็มีคุยไว้ ไม่เฉพาะช่อง 7 หลายๆ ช่องที่มีคุยไว้ เพราะว่าเรื่องใหม่นักแสดงมันเยอะมาก ก็ต้องดูนักแสดงหลายช่องเลย หลายถึงเรื่องต่อๆ ไป นอกจากเรื่องล่าสุด

ตอนเป็นนางเอกช่อง 7 มีละครเรื่องไหนถือเป็น ที่สุดของตัวเอง

คำว่าที่สุดพูดยากนะ เพราะที่สุดเรื่องไหน เรื่องเรตติ้งหรือว่าเสียงฟีดแบ๊กเรตติ้งบางทีอาจจะไม่ได้มาพร้อมฝีมือ ถ้าเป็นเรตติ้งก็คงจะเป็นเรื่องแรกๆ เงาอโศก รวดเร็วมากเพิ่งเข้าวงการแล้วก็มากที่สุดเท่าที่เล่นละคร (หัวเราะ)

หลังจากนั้นก็ไม่ได้เรตติ้งขนาดนั้น แต่ว่าเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่จดจำทำให้ทุกวันนี้เอ๊ะคนจะเอ็นดูเอ๊ะ คือผู้ใหญ่ เอ็นดูเอ๊ะจากเรื่องเพราะรู้สึกว่ารักตัวละครเขาก็รักเรา ก็เป็นใบเบิกทางที่ดี เรื่องนั้นไม่ได้ชมเรื่องฝีมือเพราะว่า ก็ไม่ได้เล่นดีหรอกยังเด็ก ถ้าฝีมืออาจจะเป็นเรื่องนางบาป ของช่อง 3 ได้รับคำชื่นชมมองว่าเป็นนักแสดงมากขึ้น ก่อนหน้านั้นจะเป็นดารา คนมองเป็นนางเอก ไม่ได้มองเป็นนักแสดง ก็มีชมแต่ว่าก็มีตินะไม่ได้ชม 100% แต่จะมีชมมากขึ้นว่าเล่นได้ เพราะว่าอาจจะไม่ได้มีแค่นางเอก น่าสงสารอย่างเดียว ที่ผ่านมาจะเล่นเป็นนางเอกน่าสงสาร หลังๆ ก็จะมีเล่นหลากหลาย อย่างปี่แก้วนางหงส์ก็เล่นร้าย เขาก็จะมองเป็นนักแสดงมากขึ้น คนยุคหลังจะเห็นเอ๊ะเป็น นางเอกที่เล่นเป็นนางร้ายได้

ถ้ายุคแรกๆ เห็นเอ๊ะ เป็นนางเอกอย่างเดียว ร้องไห้ ก็เป็นข้อดีที่เขาจำ แต่มันอาจจะ เป็นข้อจำกัดที่พอไปเปลี่ยนอะไรเขาก็จะไม่ค่อยเชื่อ ก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง ก็คล้ายๆ กับการที่เป็นผู้จัด แรกๆ คนก็ยังไม่เชื่อมั่นเพราะว่าก็ยังเด็ก ประสบการณ์ก็ยังไม่ค่อยมี ก็ต้อง ใช้เวลาที่ทำให้คนเชื่อมั่นมากขึ้น

ฝากอะไรในความเป็นเอ๊ะ

20 ปีแล้วที่เริ่มเล่นละคร จนถึงวันนี้ขอบคุณคนดู ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส ทุกโอกาส วันนี้ขอบคุณได้เต็มที่เพราะว่าเอ๊ะได้ทำในสิ่งที่เอ๊ะคาดหวังคือการเรียนรู้ รู้สึกว่าแฮปปี้แล้ว บางคนจะมีเป้าหมายที่ต่างกัน สำหรับเอ๊ะเป้าหมายคือ เป็นดอกเตอร์ก่อนอายุ 40 ปี ซึ่งเอ๊ะอายุ 30 ปีกว่าเลยรู้สึกว่าสบายใจแล้ว อย่างน้อยมีความรู้สึกว่าต้องออกจากโรงเรียนเร็วเพราะเข้าวงการ ก็จะรู้สึกว่าเป็นปมอยู่ในใจว่าทำผิดไหม จนวันนี้ก็ล้างปมหมดแล้ว ว่าถึงจะเริ่มเล่นละครเร็วแต่ก็เรียนจบได้ แล้วตอนที่เรียนก็ไม่ได้เรียนง่ายเหมือนคนอื่น เรียนนิติตอนที่เอ๊ะเอ็นทรานซ์เข้า วิชาปี 1 เอ๊ะไปเรียนตอนปี 4 มั่วไปหมดเพราะว่าต้องทำงาน ก็เป็นปัญหา แต่ว่าวันนี้ลืมไปหมดแล้วเพราะผ่านไปแล้วก็รู้ว่าสุดท้ายทำได้ เท่านี้ก็รู้สึกว่า ขอบคุณ จริงๆ ก็ขอบคุณคนดูมากนะคะ บางทีทำละครใช่ว่าจะ มีแต่ชมนะคะ ด่าก็มีแต่ไม่โกรธเลย ขอบคุณที่อย่างน้อย ยังดู รับฟังทุกอย่างฟีดแบ๊กทุกคนที่มีมาไม่เคยทิ้งเลย ขอบคุณด้วยซ้ำที่ติ มีโอกาสทำละครให้เขาติได้ ก็โอเคแล้ว หมายถึงว่าทั้งตอนที่เป็นนักแสดงและเป็นผู้จัดนะคะ ขอบคุณมาก

ปีนี้คงได้ติดตามผลงานละคร "สางนางพราย" ทางช่อง 8 ในฐานะผู้จัดคนเก่งเร็วๆ นี้กันอย่างแน่นอน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ