คอลัมน์ภูมิบ้าน ภูมิเมือง: 'สมบัติจิ๋นซีฮ่องเต้' ภูมิความยิ่งใหญ่ปฐมราชวงศ์ฉิน

ข่าวบันเทิง 22 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โดย : พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ บรรยายใต้ภาพ คณะผู้รับผิดชอบการจัดแสดง แสดงจิ๋นซีฮ่องเต้สร้างประเทศ ไทย-จีน ร่วมกันเปิดนิทรรศการ รถม้าจำลอง คนขี่ม้าดินเผา คนขี่ม้าเคลือบ เหอ-ภาชนะมีพวยกา หยกเครื่องประดับทองคำ แผ่นทองคำ เสื้อเกราะทำด้วยหิน จิ๋นซีฮ่องเต้ รูปปั้นดินระบายสี มีวิทยากรให้ความรู้ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ประตูสุสานจิ๋นซี หุ่นทหารดินเผา ห้องนิทรรศการ

Paladisai@siamrecorder.com ความสัมพันธระหว่างไทย-จีนนั้นมีมาแต่โบราณ จนมาถึงวันนี้วันที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันสร้างโอกาสพิเศษ ร่วมกันนำวัตถุโบราณจากจีนมาแสดงผ่านความสนใจใคร่รู้ไปถึง จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินฉื่อหฺวังตี้ ผู้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของจีน ก่อนคริสตกาล ฮ่องเต้ที่ชาวจีนยกย่องว่าพระองค์นั้นคือ พระเจ้าเจิ้ง ) แห่งเมืองฉิน หมายถึง "ปฐมจักรพรรดิฉิน" หรือ "ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฉิน" อันเป็น ที่มาของการเรียกชื่อประเทศว่า "จีน" หรือ "ฉิน" พระองค์ เป็นผู้รวมแผ่นดินและสถาปนาราชวงศ์ฉินขึ้นเมื่อปีที่ ๒๒๐ ก่อนคริสตกาล และสามารถขยายอาณาเขตตั้งประเทศจีน สำเร็จในปีที่ ๒๒๑ ก่อนคริสตกาล หลังจากต่างเมือง แยกกันเป็นใหญ่ในยุคราชาแห่งแคว้นและสามก๊ก พระองค์ จึงไม่ใช้ตำแหน่ง "หฺวัง" คือราชา เหมือนสมัยราชวงศ์ซาง และราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้คำว่า "หฺวังตี้" คือราชาธิราช หรือจักรพรรดิ เป็นจักรพรรดิพระองค์แรกของแผ่นดินจีน ทรงใช้ "หฺวังตี้" สืบราชวงศ์ต่อกันมาอีกสองพันปี

รัชสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้นั้น แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทสำคัญงยิ่งต่อการรวบแผ่นดินขยายอาณาจักร การรบกับ เผ่าเยฺว่ ทางใต้เมืองฉู่ ทำให้ดินแดน ไป่เยฺว่ ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน การรบกับพวก ซฺยงหนู ในเอเชียตอนกลาง ทำให้ฉินได้ ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่ม ซฺยงหนู แม้ว่ามั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู จะผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ มีอำมาตย์คนสำคัญหลายคน เช่น หลี่ ซือ มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณี อันหลากหลาย เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต แล้วรวม กำแพงเมืองที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปนั้นเข้าเป็นกำแพงเมืองจีน สร้างระบบของถนนหนทางใหม่เป็นการใหญ่ และสุดท้ายสร้างสุสานหลวง โดยมีรูปปั้นองครักษ์ขนาดเท่าคนจริงคอยพิทักษ์อยู่ ระหว่างที่ครองราชสมบัติ พระองค์ทรงเสาะแสวงหาน้ำอมฤตให้อายุยืนยาวมาตลอด แต่สุดท้ายพระองค์สวรรคตเมื่อปีที่ ๒๑๐ ก่อนคริสตกาล สุสานฉินสื่อหวง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งเป็นฮวงซุ้ยของจักรพรรดิจีน ฉินสื่อหวง หรือจักรพรรดิจิ๋นซีแห่งปฐมราชวงศ์ฉิน หรือจิ๋น ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลหลินถง นอกเมืองซีอาน มณฑลฉ่านซี ประเทศจีน เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๗ โดยหยางจื้อฟา และชาวนา ๖ คน จากหมู่บ้านซีหยาง ในขณะที่ขุดดินทำบ่อน้ำเพื่อทำการเพาะปลูก ที่บริเวณเชิงเขาหลีซาน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองซีอานไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๓๕ กม. ในระหว่าง ที่ขุดลึกลง ๔ เมตร ในวันที่ ๕ ของการขุดนั้นได้พบวัตถุที่ทำด้วย ดินเผาที่มีลักษณะรูปร่างคล้ายกับเหยือกสำหรับใส่น้ำ จึงค่อยๆ ขุดดินอย่างระมัดระวัง และเมื่อยิ่งขุดลึกลงไปก็พบกองทัพทหารดินเผาในชุดเกราะ คันธนู และลูกธนูทองเหลืองจำนวนหนึ่ง

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ รัฐบาลจีนได้เริ่มทำการขุดค้นภายในสุสาน ก็พบหลุมทหารรูปปั้นดินเผาจำนวนมาก ขณะนี้ ขุดพบแล้วจำนวน ๓ หลุม จากทั้งหมด ๘ หลุม และได้พบ วัตถุโบราณที่จัดเป็นลักษณะของกองทัพทหารดินเผา พร้อมด้วยสรรพาวุธ รถม้า และม้าศึก รวมแล้วกว่า ๗,๔๐๐ ชิ้น บริเวณพื้นที่หลุมสุสานนี้มีพื้นที่มากกว่า ๒๕,๐๐๐ ตารางเมตร และมีการคาดการณ์ว่าบริเวณสุสานฉินสื่อหวงนี้ จะมีพื้นที่มากกว่า ๒,๑๘๐ ตารางกิโลเมตร กองโบราณคดีและกรรมการมณฑลฉ่านซีของจีน ร่วมกันหามาตรการในการอนุรักษ์โบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ของจีน ต่อมาในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๗ หยวนจงอี้ เจ้าคังหมิน ได้นำทีม นักโบราณคดี เดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านซีหยางอีกครั้ง เพื่อทำการตรวจสอบและขุดค้นเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๒ กองทัพทหารดินเผาภายใต้มหาสุสานฉินสื่อหวงนี้ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ จนในที่สุดเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๐ องค์การยูเนสโกได้ลงมติ ให้สุสานฉินสื่อหวง เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สุสาน ฉินสื่อหวงแห่งนี้ ประวัติว่าเริ่มสร้างขึ้นในสมัยฉินสื่อหวง หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ ๓๘ ปี ตั้งแต่ปี ๒๔๖-๒๐๘ ก่อนคริสตกาล พื้นที่ของสุสานรวมทั้งสิ้น ๒,๑๘๐ ตร.กม. ภายในสุสานนั้นบรรจุพระบรมศพของฉินสื่อหวง และทรัพย์สมบัติต่างๆ ตลอดจนกองกำลังทหาร นางสนม และนางกำนัล รถม้า และขุนพลทหารจำนวนมาก เพื่อเป็นตัวแทน ของข้าราชบริพารในการร่วมเดินทางไปยังปรโลกของฉินสื่อหวง โครงสร้างและสถาปัตยกรรมโดยรวมของสุสานนั้น มีพื้นที่ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความลึกเฉลี่ย ๓๕ เมตร กว้าง ๑๔๕ เมตร และยาว ๑๗๐ เมตร วันนี้วัตถุโบราณสำคัญ บางชิ้นได้ถูกนำมาแสดง ณ พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้ไปถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ เพื่อให้ผู้สนใจได้ชมกันโดยไม่ต้อง เดินทางไปประเทศจีน


แท็ก คอลัมน์:  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ