เศรษฐกิจยังไม่วิกฤติ 3รมต.ประสานเสียงเร่งปรับโครงสร้างไทย

ข่าวเศรษฐกิจ 24 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกรุไทย จำกัด (มหาชน)ได้จัดเสวนาเรื่อง "The NEXT THAILAND 4.0" หรือ ทางออกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยมี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เป็นผู้กล่าวปาฐกถา และมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.พาณิชย์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และ ดร.รุ่ง ปายานนท์ มัลลิกะมาส รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ร่วม แสดงวิสัยทัศน์

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลัง ได้กล่าวในการแสดงปาฐกถาว่า แม้เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันจะมีปัญหามากมาย แต่เชื่อว่าจะยังไม่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก แต่ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผลกระทบดังกล่าวด้วย เพราะแม้ล่าสุดธนาคารโลก จะให้ข้อมูลว่าไทยหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ต่ำแล้ว โดยถูกจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ค่อนข้างไปทางสูง แต่ไทยก็จำเป็นต้องปรับโครงสร้าง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในประเทศต่อไป

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างนั้น ต้องเปลี่ยนจากการเน้นอุตสาหกรรมเดิม ที่เป็นผู้ผลิตให้กับรายใหญ่ และได้มูลค่าการส่งออกสูง ซึ่งควรจะปรับมาเป็นอุตสาหกรรมใหม่ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น หรือผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้ง ต้องมีการพัฒนาบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่จะสนับสนุนให้เกิดในประเทศ ซึ่งทั้งหมดจะต้องทำแบบองค์รวม เพื่อให้ปัจจัยเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศ

ในส่วนของภาคประชาชน ทางภาครัฐได้สร้างความเข้มแข็ง ด้วยการสร้างโอกาสให้กับประชาชนระดับฐานราก โดยให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ต่างๆ เพื่อรวมกลุ่มให้ประชาชนระดับฐานรากมีผู้นำ โดยเฉพาะการนำการผลิตที่ให้มูลค่าสูง ที่ต้องลงไปเจาะดูตามพื้นที่เพื่อให้เกิดผลชัดเจน ว่าแต่ละพื้นที่มีจุดเด่นและความต้องการใดบ้าง โดยใช้ความแตกต่างกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สถานการณ์การแข่งขันทางการค้าและระบบเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน มีรูปแบบที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนในทุกมิติ ล้วนเป็นความท้าทายที่ภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยจะต้องเผชิญ โดยเฉพาะด้านการส่งออก ที่เป็นสิ่งท้าทาย

"ในทุกสถานการณ์วิกฤตก็ย่อมมีทางออกและ มีโอกาสเสมอ ถ้าเรามองหา แล้วมุ่งไปสู่ทางออกที่มีอยู่นั้น ถึงแม้ว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เป็นเครื่องบั่นทอนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ผมก็เชื่อว่า เรายังมีทางออก เรายังมีโอกาสในหลายด้านที่เป็นปัจจัยบวกที่จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจไทย ก้าวไปสู่การเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ โดยการเดินบนเส้นทางใหม่ ที่มีปลายทางอยู่ที่ประเทศไทย 4.0" นายสุริยะ กล่าว

สำหรับสิ่งที่ไทยจะต้องเร่งดำเนินการ คือ ด้านแรกประเทศไทยจะต้องเติบโตก้าวผ่านรายได้ขั้นกลางให้ได้ ก่อนที่จะเป็นประเทศสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว โดยการก้าวข้ามกับดักรายได้ขั้นกลาง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ ด้านที่ 2 คือ ประเทศไทยจะต้องเติบโตอย่างสมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยต้องเลือกทำการเกษตร การท่องเที่ยว การอุตสาหกรรม และการใช้ชีวิตในรูปแบบที่ไม่บุกรุกหรือทำความเสื่อมโทรมให้ทรัพยากรธรรมชาติ เลือกผลิตเลือกใช้สินค้าที่ไม่สร้างปัญหาขยะหรือสิ่งแวดล้อม ด้านที่ 3 คือ ประเทศไทยจะต้องเติบโตอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาค ไม่ใช่รวยกระจุกจนกระจาย ซึ่งไม่ใช่เพียงโครงการพัฒนาพื้นที่หลัก เช่น การดำเนินโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน 11 แห่งเท่านั้น แต่จะต้องมีการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการให้ความสนใจลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชนจำนวนมาก คาดมูลค่าประมาณ 1-2 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงพลังงานค่อนข้างเปิดกว้าง ไม่ได้จำกัดว่าแต่ละพื้นที่ ต้องมีกำลังการผลิตมากน้อยเท่าไหร่ แต่เบื้องต้นอาจกำหนดไม่น่าเกิน 10 เมกะวัตต์ หรือเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (วีเอสพีพี) เนื่องจากไม่ต้องการให้มีภาระค่าขนส่งวัตถุดิบ คาดจะมีแผนออกมาชัดเจนภายใน 1-2 เดือนนี้ และ ต้นปีหน้าจะได้เห็นโรงไฟฟ้านำร่องเกิดขึ้นมากกว่า 1 โรง

อย่างไรก็ตาม เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ สร้างความเข้มแข็งและ ความมั่นคงด้านพลังงาน โดยภายใน 1-2 ปีนับจากนี้ ตั้งเป้าหมาย เปลี่ยนแปลงการลงทุนด้านไฟฟ้าของประเทศให้ลงไปสู่ชุมชน ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงธุรกิจพลังงานมากขึ้น ด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจพลังงานสะอาดเป็นจุดแข็งของไทยที่เป็นประเทศเกษตรกรรม 90% ของประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกับโลกที่น้ำมันจะมีบทบาทน้อยลง โดยตั้งเป้าหมาย เป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน เพราะต้องยอมรับว่าไทยไม่สามารถผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงราคาถูก เช่น นิวเคลียร์ และถ่านหิน ได้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ