'ไผ่สะดิ้ง'พืชทางเลือกเพิ่มรายได้

ข่าวทั่วไป 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

คืนกำไรปีแรก3.9หมื่นบาท/ไร่ นางเพ็ญศิริ วงษ์วาท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 จังหวัดอุดรธานี (สศท.3) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงพืชทางเลือก "ไผ่เลี้ยงทวาย" หรือ "ไผ่สะดิ้ง" พืชทางเลือกช่วยสร้างรายได้ ให้เกษตรกรในจ.เลย โดยไผ่เลี้ยงที่นิยมปลูกเพื่อบริโภคและจำหน่ายปัจจุบันมี 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ปกติ และพันธุ์ทวาย โดยพันธุ์ปกติออกหน่อฤดูฝน ช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ส่วนพันธุ์ทวาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไผ่สะดิ้ง ออกหน่อได้ตลอดทั้งปี

ไผ่พันธุ์ทวาย เป็นพืชที่ปลูก ดูแลรักษาง่าย ตลาดต้องการมาก ขายได้ทั้งรูปหน่อสดและนำมาแปรรูป เช่น หน่อไม้ดองทั้งหน่อ หรือหน่อไม้สับ นอกจากนี้ การปลูกไผ่เลี้ยงทวายจะไม่ใช้สารเคมี เพราะจะทำให้หน่อไม้ตาย ทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมี ซึ่งจากการลงพื้นที่ของ สศท.3 ติดตามสถานการณ์การผลิต และการตลาดไผ่เลี้ยงทวาย พบว่า จ.เลย มีภูมิประเทศและอากาศเหมาะสม น้ำไม่ท่วมขัง เจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ จึงเหมาะกับการปลูกไผ่ โดยเกษตรกรนิยมปลูก มากที่อ.ภูกระดึง จากข้อมูลกรมส่งเสริมเกษตรกร ณ วันที่ 26 กันยายน ปี 2562 มีเกษตรกรปลูกไผ่ลงทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอภูกระดึง 350 ครัวเรือนรวมพื้นที่ 1,267 ไร่ มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 1,057 ไร่

จากการสัมภาษณ์ นายช่วย บุตรดาเวียง เกษตรกรเจ้าของแปลงเรียนรู้ต้นแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไผ่ของสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย และเป็นเครือข่าย ศพก. อ.ภูกระดึง ณ บ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 8 ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย พบว่า เกษตรกรที่ปลูกไผ่สะดิ้งจะลงทุนในปีแรกรวม 30,675 บาท/ไร่ แยกเป็น ค่าต้นพันธุ์ 12,500 บาท (1 ไร่ปลูก 250 ต้นๆ ละ 50 บาท) ค่าปลูก 1,200 บาท ค่าปุ๋ยเคมี 1,650 ค่าปุ๋ยคอก 425 บาท ค่าระบบน้ำ 9,700 บาท ค่าไถปรับพื้นที่ 300 บาท ค่าไฟฟ้าสูบน้ำเฉพาะหน้าแล้ง 2,800 บาท ค่าฟางคลุมโคน 100 บาท และค่าดูแลรักษาเก็บเกี่ยว 2,000 บาท ทั้งนี้ ต้นทุนค่าต้นพันธุ์ ค่าไถปรับพื้นที่ ค่าปลูก และค่าระบบน้ำเป็นการลงทุนเฉพาะปีแรก ปีถัดไปจะมี รายจ่ายเฉพาะค่าปุ๋ยเคมี ค่าดูแลรักษา เก็บเกี่ยว ตัดหญ้า และสางกิ่งแต่งกอ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ไม่น้อยกว่า 15 ปี

สำหรับการปลูกไผ่สะดิ้ง ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกมีอายุประมาณ 1 ปี หากดูแลสม่ำเสมอจะจำหน่ายได้หลังจากการปลูก 8 - 10 เดือนขึ้นไป เกษตรกรทยอยเก็บผลผลิตได้ทุกวัน ให้ผลผลิตในปีแรกประมาณ 3,000 กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับฤดูกาล โดยปกติราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10 - 25 บาท/กิโลกรัม โดยราคาสูงที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม - เมษายน แต่หากเป็นช่วงหน้าฝนระหว่างเดือนกรกฎาคม - กันยายน ราคาจะลดลงเหลือประมาณ 5 - 10 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ เมื่อคิดเป็นรายได้สุทธิ (กำไร) ในปีแรกเกษตรกรจะได้ประมาณ 35,000 - 39,000 บาท/ไร่ และในปีถัดมาจะมีรายได้สุทธิไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท/ไร่/ปี ซึ่งจะมีพ่อค้าจากจ.เลยและขอนแก่นมารับซื้อถึงสวน นอกจากนี้ เกษตรกรสามารถขยายพันธุ์ได้เองโดยง่าย และจำหน่ายต้นพันธุ์ให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้อีกด้วย โดยราคาจำหน่ายต้นพันธุ์จะอยู่ประมาณ 50 บาท/ต้น

ดังนั้น การปลูกไผ่เลี้ยงทวาย หรือ ไผ่สะดิ้ง จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เกษตรกรทำเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก สร้างรายได้ ลดความเสี่ยงจากพืชอื่น อีกทั้ง การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้สารเคมี ทั้งนี้ เกษตรกรควรรักษาคุณภาพผลผลิตเพื่อให้ผู้ซื้อเชื่อมั่น และควรรวมกลุ่มจำหน่ายเพิ่มอำนาจต่อรอง ผู้สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ นายช่วย บุตรดาเวียง และคุณสุวรรณา เรือนทอง บ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 8 ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย โทร. 09-0586-0503


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ