คอลัมน์โลกการค้า: ไทยจำเป็นต้องใช้มาตรการAC ก่อนที่อุตฯเหล็กจะพินาศและลุกลามเป็นปัญหาสังคม

ข่าวเศรษฐกิจ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

กระบองเพชร

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กของไทย เป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่ประสบกับปัญหาการทุ่มตลาด (Dumping) และปัญหาการอุดหนุน (Subsidy) หนักมากช่วงหลายปีมานี้ ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยจากต้นปี 2018 สหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงภาษีผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นอีก ราว 25-50% จากอัตราภาษีนำเข้าปกติส่งผล ให้ผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงและมีโอกาสที่จะถูกนำเข้าสู่ไทย และประเทศผู้นำเข้าอื่นๆ มากขึ้น

มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping : AD) และมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) เป็น 2 มาตรการที่ประเทศผู้นำเข้าใช้เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากความเสียหายโดยการเก็บภาษีเพิ่มเติมจากอัตราภาษีนำเข้าปกติ อย่างไรก็ตาม มาตรการ AD และ CVD ยังคงสามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงต้องมีการออกมาตรการเพิ่มเติม ในการตอบโต้การหลบเลี่ยง (AntiCircumvention : AC) เพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว

ปริมาณผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบน (ไม่รวม stainless steel) เฉลี่ยจากจีนที่มีการนำเข้าที่คล้ายคลึงกับการหลีกเลี่ยง AD และ CVD (circumvention) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา (2013-2018) โดยมีปริมาณอย่างน้อย 193,000 ตัน/ปี แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนจากการทำ slight modification ราว 20,000 ตัน/ปี และผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนจากการทำ transshipment ราว 173,000 ตัน/ปี หรือคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยราว 6% ของปริมาณการผลิตเหล็กทรงแบนทั้งหมดในไทย ทั้งนี้ อีไอซี ประเมินว่า การนำเข้าที่คล้ายคลึงกับการหลีกเลี่ยง AD และ CVD (circumvention) ในอนาคต มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับประเทศคู่ค้าโดยการเพิ่มภาษีนำเข้าในสินค้าผลิตภัณฑ์เหล็กในหลากหลายประเภทยกตัวอย่าง เช่น เหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น, เหล็กแผ่นรีดร้อน, เหล็กแผ่นรีดเย็น, เหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบ, และเหล็กลวดคาร์บอนสูง เป็นต้น เพื่อเป็นการปกป้องผู้ประกอบการผลิตเหล็กไทยจากการไหลทะลักเข้าของผลิตภัณฑ์เหล็กเหล่านี้

แต่มาตรการ AD/CVD อาจยังมีช่องโหว่ในการหลบเลี่ยง (circumvention) เพื่อนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้ายิ่งเมื่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนปะทุขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่มีโอกาสที่จะถูกนำเข้าจากจีนสู่ไทยมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงภาษีผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นอีกราว 25%-50% จากอัตราภาษีนำเข้าปกติ ทำให้การส่งออกเหล็กจากจีนไปยัง สหรัฐฯมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเหล็กที่ไม่สามารถส่งออก ไปยังสหรัฐฯ เหล่านี้มีโอกาสที่จะไหลเข้าสู่ไทย เนื่องจากการทุ่มตลาดและ/หรือการอุดหนุนทำให้ราคาขายเหล็กบวกกับค่าขนส่งเหล็กยังสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตหรือแปรรูปในไทยได้

Anti circumvention (AC) เป็นมาตรการเพิ่มเติมใน พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.2542 ซึ่งจะช่วยอุดช่องโหว่ของกฎหมายและก่อให้เกิดการค้าที่เป็นธรรม การใช้มาตรการ AC เป็นการขยายขอบเขตออกไปมากกว่ามาตรการการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และภาษีการตอบโต้การอุดหนุน (CVD) ซึ่งมาตรการ AC ครอบคลุมถึงการหลบเลี่ยง (circumventions) ใน 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.การดัดแปลงสินค้าเพียงเล็กน้อยโดยไม่มีผลต่อลักษณะหรือคุณสมบัติที่สำคัญหรือการนำไปใช้งานของสินค้า(Slight modification) เช่น การเปลี่ยนแปลงขนาดของสินค้าการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติหรือเจือแร่ธาตุเพื่อเปลี่ยนพิกัดศุลกากร 2.การส่งสินค้าผ่านประเทศตัวกลาง (Transshipment) คือการส่งสินค้าที่ถูกใช้ AD/CVD ผ่านประเทศที่ไม่ถูกใช้มาตรการ AD/CVD ก่อนที่จะส่งไปยังประเทศปลายทาง 3.การส่งสินค้าผ่านผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกที่ถูกเรียกเก็บอากร AD ในอัตราที่ต่ำกว่าอากรของบริษัทตนเอง (Channeling) และ 4.การนำชิ้นส่วนจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการ AD มาประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปในประเทศไทย หรือในประเทศที่สาม (Completion และ Assembly operation) โดยนำสินค้าที่โดน AD/CVD ที่ยังทำไม่สำเร็จมาทำให้สำเร็จในไทย หรือประเทศอื่นที่ไม่ถูกเก็บอากร และการนำชิ้นส่วนของสินค้าที่ถูกใช้ AD/CVD ที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการ มาประกอบเป็นสินค้าในไทยหรือประเทศอื่น ที่ไม่ถูกเก็บอากรโดยการหลบเลี่ยงทั้ง 4 รูปแบบ จะทำให้ผู้นำเข้าสินค้าเสียภาษีนำเข้าที่ถูกกว่าปกติและส่งผล ให้เกิดการค้าที่ไม่เป็นธรรมตามมา

การทุ่มตลาด (Dumping) และการอุดหนุน (Subsidy) เป็นการแทรกแซงราคาสินค้าส่งออกจากประเทศผู้ส่งออกให้ต่ำกว่าราคาปกติ ทำให้ประเทศผู้นำเข้าจัดเก็บภาษีได้น้อยกว่าที่ควร ทั้งยังสร้างความเสียหายต่อราคาสินค้าที่ผลิตและแปรรูปภายในประเทศ และทำร้ายอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอีกด้วย ถ้ารัฐบาลยังไม่ทำดำเนินการแก้ไขจุดอ่อนนี้ อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศก็จะไม่สามารถพัฒนาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่ง และจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ล้มหายตายไปจากระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งถึงจุดนั้นความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นจะขยายวงกว้างขึ้นและลุกลามไปเป็นปัญหาการว่างงานและปัญหาสังคมในที่สุด


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ