วันเสด็จฯทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังตราตรึงในดวงใจไม่รู้คลาย

ข่าวทั่วไป 5 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรี ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 16 กรกฎาคม 2501 ครั้นในปีรุ่งขึ้น ก็เสด็จพระราชดำเนิน ทรงดนตรีที่จุฬาฯ ในวันที่ 20 กันยายน มาโดยตลอด จนกระทั่งถึงปี 2516 เสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรี ที่จุฬาฯ เป็นครั้งสุดท้าย ดังนั้น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 20 กันยายน คือวันที่ระลึกวันทรงดนตรี ณ จุฬาฯ และทุกปีในวันที่ 20 กันยายน จุฬาฯ จึงได้ จัดงานวันที่ระลึกวันทรงดนตรีสืบต่อมา ด้วยสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่ประชาคม ชาวจุฬาฯ

แนวหน้าวาไรตี้ โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยพาคุณไปสนทนากับอดีตนักร้องจากวงดนตรี CU Band คุณสุนิสา วงศ์วัจฉละกุล หรือชื่อที่คนไทย ผู้ชื่นชอบเพลงลูกกรุงรู้จักเป็นอย่างดีคือ จิตติมา เจือใจ (หน่อย) คุณจิตติมาคือผู้หนึ่งที่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์วันทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหนึ่งในคณะนักร้องที่ได้ร่วมร้องเพลงถวายหน้าพระที่นั่ง

ขอบพระคุณพี่หน่อยที่กรุณามาเล่าถึงความ ประทับใจในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ รัชกาลที่ 9 เสด็จฯทรงดนตรีที่จุฬาฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นสูงหลายพระองค์ตามเสด็จฯด้วย พี่หน่อยจำภาพความประทับใจในวันวานเมื่อเสด็จฯทรงดนตรีอย่างไร บ้างครับ

ขอบคุณค่ะ ในวันนั้น เป็นวันที่พี่และเพื่อนๆ ชาวจุฬาฯ ไม่มีวันลืมเลือนเลย เป็นภาพที่พี่คิดถึงเมื่อไรก็ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้ง และนับว่าเป็นบุญของพี่อย่างหาที่สุดมิได้ ในปี 2515-2516 พี่ยังเรียนอยู่ในคณะ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ในยุคนั้นยังไม่มีชื่อจิตติมา เจือใจ มีแต่สุนิสา วงศ์วัจฉละกุล (หัวเราะ) พี่เป็นนักร้องใน CU Band เข้าไปสมัครกับวงเพราะชอบร้องเพลง แล้วก็ได้ร่วมอยู่ในวง ก็ร้องเพลงไปด้วย เรียนหนังสือ ไปด้วย สนุกสนานดี มีเพื่อนๆ มากมายทั้งในและ นอกคณะ ช่วงที่ร้องเพลงกับ CU Band พี่ไม่เคยคิด มาก่อนว่าจะได้ร้องเพลงถวายหน้าพระที่นั่งในวัน ทรงดนตรี จนกระทั่งวันที่พระองค์ท่านเสด็จฯทรงดนตรีในปี 2515 และ 2516 พี่ได้ร่วมคณะกับ CU Band ร้องเพลงหมู่ถวาย ในใจก็นึกประหม่ามาก ตื่นเต้นมาก เพราะปกติเป็นคนขี้อายมาก แล้วก็มักจะ ทำอะไรเปิ่นๆ บ่อยๆ เช่นทำให้วงล่มอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อ ถึงวันเสด็จฯจริง เราก็ยังตื่นเต้น ประหม่า แต่ก็บอกกับ ตัวเองว่าต้องถวายงานให้ดีที่สุด และต้องทำให้ได้ เมื่ออยู่หน้าพระพักตร์ พี่ก็ยิ่งตื่นเต้น จำได้ว่าในครั้งนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) โดยเสด็จพระราชดำเนินด้วย ทุกพระองค์พระราชทานความเป็นกันเองให้กับอาจารย์ นิสิต และผู้เข้าเฝ้าฯ ทุกคน ทรงมีพระราชปฏิสันถารอย่างเป็นกันเอง และทรงเล่น แซกโซโฟนร่วมกับวงดนตรี ในปีต่อมาคือ 2516 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธร พระราชอิสริยยศในขณะนั้น ปัจจุบันคือสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเข้า เป็นนิสิตใหม่ของจุฬาฯ ทรงเข้าศึกษาในคณะอักษรศาสตร์ พระองค์ทรงเข้าร่วมพิธีรับน้องใหม่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้อง กับวันทรงดนตรี แต่พี่อยากเล่าให้ฟัง เพราะประทับใจ ในพระราชจริยวัตรของพระองค์ท่านมาก ทรงไม่ถือ พระองค์ รุ่นพี่ทูลขอให้ทรงทำอย่างไร ก็ไม่ทรงขัด ทรงทำตามเหมือนกับนิสิตใหม่ทุกคน พี่จำได้ว่า พระพักตร์ของพระองค์ทรงถูกแต้มด้วยดินสอพอง ผสมสี ทรงลอดซุ้มจามจุรี ทรงให้ความเป็นกันเองกับ นิสิตทุกคน เป็นความประทับใจจริงๆ ขอกลับไปเล่า เรื่องวันทรงดนตรีต่อนะคะ ในปี 2515 นั้น พี่กับเพื่อนนิสิตในวง CU Band ขับร้องเพลงหมู่หน้าพระที่นั่ง จำได้ว่าเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง ในปี 2515 ยังมี นักร้อง CU Band อีกคนหนึ่งซึ่งสวยมาก และเสียงดีมาก เป็นเพื่อนในคณะครุศาสตร์ ชื่อ สีตลา เรืองศิริ คุณสีตลา ร้องเพลงถวายหน้าพระที่นั่งในเพลงความฝัน อันสูงสุด พูดแล้วก็คิดถึงคุณสีตลามากค่ะ ต่อมา ในปี 2516 วันทรงดนตรี พี่ก็ยิ่งประทับใจมาก เพราะว่ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงร่วมงานวัน ทรงดนตรีด้วย และจำได้ว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า จุฬาภรณวลัยลักษณ์ พระราชอิสริยยศในขณะนั้น ปัจจุบันคือสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยเสด็จฯด้วย ในวันนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล่นแซกโซโฟนกับวงดนตรี นิสิตทุกคน ในหอประชุมจุฬาฯ ประทับใจมาก

ต้องสารภาพตรงๆ รู้สึกอิจฉาพี่หน่อยมาก เพราะว่าในยุคที่พี่ยังเป็นนิสิตจุฬาฯ พี่มีโอกาส แสนพิเศษ คือได้เข้าเฝ้าฯ ในวันทรงดนตรี และ พี่หน่อยยังได้ร้องเพลงถวายหน้าพระพักตร์ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าหาคนที่โชคดีเหมือนพี่ได้น้อยมากครับ พี่จำอะไรที่แสนพิเศษในวันทรงดนตรีได้อีกบ้างครับ

สมัยนั้น หอประชุมจุฬาฯ ยังไม่ติดแอร์ คอนดิชันเนอร์ ยังเป็นหอประชุมที่มีเพียงพัดลม ในวัน ทรงดนตรีนั้น หอประชุมแน่นขนัดเต็มไปด้วยนิสิต จากคณะต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของจุฬาฯ รวมตัวกันจนเต็ม เก้าอี้ไม่พอนั่ง ก็นั่งกันบนพื้น นั่งกันจนชิดติดขอบเวที ในวันทรงดนตรีนั้น ทุกคนหมายปองจะเข้าไปจับจองที่ในหอประชุมให้ได้ ทุกคนอยากอยู่ในเหตุการณ์ อยากได้เข้าเฝ้าฯ และ อยากได้ยินพระสุรเสียง หลายคนถึงกับยอมขาดเรียนเพื่อจะเข้าไปอยู่ในหอประชุม พี่เองก็รู้สึกว่าโชคดีมากๆ จริงๆ เพราะได้อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ และ ได้ร้องเพลงถวายหน้าพระที่นั่ง เวลาดูภาพเก่าๆ ในวันทรงดนตรีแล้วก็ยิ้มด้วยความปลื้มปีติ จำได้ติดตาว่าหอประชุมจุฬาฯ เนืองแน่นไปทุกตารางนิ้ว แม้กระทั่งบริเวณปีกของหอประชุมก็แน่นมาก สำหรับพี่แล้วถือว่าโชคดีมาก พี่ได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ครั้งแรกก็คือวันทรง ดนตรี ปี 2515 ต่อมาก็วันรับพระราชทานปริญญาบัตร คิดถึงวันเก่าๆ ครั้งใดก็ดีใจทุกครั้ง พูดถึงเรื่องวันทรง ดนตรีนั้น มีบางปีที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯทรงขับร้องเพลง ด้วย พี่เคยได้ยินอาจารย์เก่าของจุฬาฯ และพี่นักดนตรี CU Band รุ่นแรกๆ เช่น พี่สันทัด ตัณฑนันทน์ เล่าให้ฟังว่า วันทรงดนตรีคือวันหนึ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงทรงสำราญพระราชหฤทัยมาก ทรงแย้มพระสรวลตลอดเวลา ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนิสิตอย่างไม่ถือพระองค์ คือทรงเป็นกันเองอย่าง ที่สุด พูดถึงวันทรงดนตรีแล้ว สำหรับพี่ พี่ถือว่าเป็น วันประวัติศาสตร์ของจุฬาฯ และของพี่ พูดแล้วคิดถึง วันเก่าๆ ที่เราได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด

พี่หน่อยช่วยเล่าให้ฟังด้วยครับว่า ในครั้งนั้น เสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรีช่วงกี่โมงครับ ทรงดนตรี กี่ชั่วโมงครับ

พี่จำได้ว่าเสด็จพระราชดำเนินถึงจุฬาฯ เป็น เวลาบ่ายๆ น่าจะบ่ายแก่ๆ ค่ะ บางปีทรงดนตรีถึง 2 ทุ่มเลย เท่าที่พี่ทราบคือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมี พระมหากรุณาธิคุณต่อทั้งจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ คือทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย เช่น ธรรมศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ สำหรับที่จุฬาฯ นั้น ทรงดนตรี ในปีสุดท้ายคือปี 2516 ในปีหลังๆ จากนั้นทรงมี พระราชภารกิจมากมาย จึงไม่ทรงดนตรีที่จุฬาฯ และที่มหาวิทยาลัยอื่น แต่สำหรับพี่แล้ว พี่ถือว่าเป็นบุญของพี่ จริงๆ พูดกี่ครั้งก็ต้องพูดแบบนี้ เพราะเราเป็นสามัญชน แต่เราก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่าน เราได้เห็นถึงน้ำพระทัยที่ทรงเป็นกันเองกับชาวจุฬาฯ พูดแล้วปลื้มมาก แม้วันเวลาจะผ่านไปกว่า 50 ปีแล้ว พี่ก็ยังระลึกถึงตลอดเวลา เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต ไม่มีอะไรทำให้ความทรงจำตรงนี้ ลบเลือนไปได้ เพราะประทับแน่นในหัวใจ และในวิญญาณ ทุกอย่างยังประทับอยู่ในใจตลอดเวลาค่ะ นับเป็น พระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ การที่ทรงดนตรี ที่จุฬาฯ นั้น พี่เห็นว่าทรงต้องการบอกกับปัญญาชนคนรุ่นใหม่ที่จะออกไปเป็นกำลังของบ้านของเมืองว่า พระเจ้าแผ่นดินไทยกับพสกนิกรไทยไม่เคยอยู่ห่างจากกัน สายสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าแผ่นดินกับคนไทยยังอยู่ ใกล้ชิดกันตลอดเวลา พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยอยู่ห่างจากประชาชน ทรงไปอยู่กับชาวบ้านทุกถิ่นทุกที่ พี่มองว่าการที่เสด็จฯจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งในครั้งนั้น ก็ด้วยทรงต้องการจะให้บัณฑิตรับรู้ว่า บัณฑิตมีภารกิจสำคัญในการรับผิดชอบต่อบ้านเมือง อีกสิ่งหนึ่งที่พี่จำได้คือ ในวันทรงดนตรีนั้น เราทุกคนจะร่วมกันบริจาคสมทบทุนถวายมูลนิธิอานันทมหิดล ซึ่ง เป็นมูลนิธิที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นเพื่อพระราชทานทุน การศึกษาให้กับบัณฑิตในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไป อันจะนำประโยชน์ด้านวิทยาการที่ทันสมัยมาปรับใช้กับบ้านเมืองและประเทศของเรา ซึ่งปัจจุบันเมื่อถึงงานวัน ระลึกวันทรงดนตรี ทุกปี ในวันที่ 20 กันยายน ซึ่งจุฬาฯ จัดงานนี้ที่หอประชุมจุฬาฯ ก็ยังมีการสมทบทุนมูลนิธิ อานันทมหิดลเป็นประจำทุกปี

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการ แนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวัน อาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และรับชมรายการย้อนหลัง ได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ