คอลัมน์รู้อะไรไม่สู้...รู้เรื่องเงิน: 'เลือก' อย่างไร ชีวิตก็อย่างนั้น

ข่าวทั่วไป 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์ E-mail : moneycoach4thai@gmail.com หนึ่งในภาพยนตร์ที่ผมชอบ และมักเก็บแง่คิดในเรื่องมาคอยสอนใจตัวเองอยู่เสมอ ก็คือ ภาพยนตร์เรื่อง The Butterfly Effects (ขออนุญาตไม่อ้างอิงชื่อไทย เพราะไม่ชอบ 555) ซึ่งออกฉายในปี 2004 แสดงนำโดย Ashton Kutcher ในเรื่องเป็นเรื่องราวชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งที่มีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถนึกย้อนสิ่งที่เกิดขึ้นอดีตแล้วกลับไปแก้ไข และเปลี่ยนแปลงเรื่องราวต่างๆ ได้ ที่มันออกจะโกลาหล และทำให้เรื่องราวดำเนินไปอย่าง น่าสนุกก็คือ ทุกครั้งที่เขาย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงเรื่องใดๆ ที่เขาไม่ชอบ สิ่งที่ตามมาก็คือ ชีวิตในรูปแบบใหม่ พร้อมด้วยปัญหาแบบใหม่ที่เขาไม่พึงพอใจอยู่เสมอ หรือ เมื่อเปลี่ยนทางเลือก นั่นก็หมายถึง การเปลี่ยนผลลัพธ์ตามไปด้วย และในหลายครั้งมันเป็นการเปลี่ยนแปลง อย่างใหญ่หลวงเกินจะคาดเดา

YOU ARE THE RESULT OF YOUR CHOICE.เลือกยังไง ... ชีวิตก็จะเป็นอย่างนั้น แนวคิดเรียบง่ายจากหนังเรื่องนี้สามารถเอามาประยุกต์ใช้กับชีวิต ความสำเร็จ และ โลกการเงินได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน

และที่สำคัญ ชีวิตคนเรานั้นว่าจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างได้ สำเร็จหรือเป็นไปในแบบที่ตั้งใจ มันไม่ได้อาศัยการตัดสินใจ แค่ครั้งเดียว แต่มันต้องตัดสินใจหลายๆ ครั้ง

เด็กคนหนึ่งที่เป็นเด็กดีอยู่กับร่องกับรอยในสมัยประถม (เลือกทางที่ถูกสมัยเยาว์วัย) แต่พอโตขึ้นมา เผลอตัดสินใจ เข้าร่วมกลุ่มร่วมแก๊งกับเพื่อนที่เล่นการพนัน (เปลี่ยนมาเลือกทาง ที่ผิดเมื่อตอนโตขึ้น) ก็อาจพาชีวิตลงห้วยลงเหวได้

ที่แย่หน่อยก็คือ โลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงสีขาวกับดำ เพราะถ้าเป็นเรื่องผิดถูก หรือศีลธรรมนั้น เรารู้ว่าเราควรเลือก หรือตัดสินใจ อย่างไร (แม้บางครั้งจะยังตัดสินใจผิดทั้งๆ ที่รู้ 555)

แต่กับ "ความสำเร็จ" นั้น ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ หรอกว่า เมื่อเจอทางเลือก เราต้องตัดสินใจอย่างไร จึงจะประสบความสำเร็จ

ยิ่งต้องตัดสินใจหลายๆ ครั้ง ชีวิตถึงจะก่อรูปก่อร่างไปในเส้นทางที่จะสำเร็จได้แล้ว ยิ่งไปกันใหญ่

เช่น เลือกทำงานประจำต่อไป หรือออกมาทำธุรกิจส่วนตัวดี หรือถ้าจะออกเมื่อไหร่ดี (จุดแบบนี้ตัดสินใจยากมาก) หรือตั้งใจจะออกแน่ๆ แต่ไม่รู้จะเลือกทำอะไรดี (พวกมีทางเลือกเยอะ ยิ่งปวดหัว 555)

หรือออกมาแล้ว ลุยมาแล้ว ท่าทางไม่ค่อยดี โอกาสไม่รอด มีสูง จะทำยังไงดี กู้เงินมาตู๊สู้ต่อดีมั้ย หรือจะยอมขาดทุนแล้วจบ ทุกอย่างไป

หรือยังรักชีวิตงานประจำอยู่นั่นแหละ แต่ก็เบื่อกับที่ปัจจุบัน จะย้ายดีมั้ย ย้ายเมื่อไหร่ดี

สุดท้าย ... ไม่มีใครรู้หรอกว่า ตัดสินใจแล้วจะเป็นอย่างไร จะเจออะไรบ้าง

หลักคิดง่ายๆ ของผม ที่ผมเลือกใช้เสมอเวลาตัดสินใจเลือก ก็คือ ทางเลือกใหม่มันน่าจะดีกว่าทางเดิมหรือเปล่า หรือถ้ามองไม่ออกจริงๆ ก็จะกลับมาดูสิ่งที่เป็นอยู่ว่า "Happy ดีอยู่กับที่เป็น หรือเปล่า?"

ถ้าไม่ ... และคิดว่าไม่มีอะไรแย่กว่าที่เป็นอยู่แล้ว หรือถ้าทางใหม่มีโอกาสทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ แม้ไม่ถึงจุดสูงสุดตามที่หวัง แต่ก็ไม่เลวร้ายกว่าที่เป็น ผมว่าก็ "น่าเสี่ยง" นะ ("น่าเสี่ยง" ไม่เหมือนกับ "เสี่ยง" ตรงการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนในระดับหนึ่ง)

แล้วถ้าคิดแล้ว ไตร่ตรองดีแล้ว แต่สุดท้ายพอเลือกไปจริงๆ มันดันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้หละ จะทำยังไง? ...

อีกบทเรียนหนึ่งที่ผมอนุมานเอาเองว่าได้รับจากหนังเรื่องนี้ ก็คือ

"สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีและงดงามในตัวมันเองเสมอ"หรือเมื่อตัดสินใจไปแล้ว ก็จงเดินบนทางที่เลือกให้ถึงที่สุด เมื่อเลือกแล้ว ตัดสินใจเดินไปแล้ว ก็จงเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่บนทางที่เลือกให้ได้ ให้ดี และให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะสุดท้าย ... ถ้าทุกอย่างสวนทางกับทางที่คิดไว้ก่อนเลือก คุณก็แค่เลือกใหม่อีกครั้งก็เท่านั้น

และเชื่อเถอะว่า ยิ่งคุณเลือกและตัดสินใจบ่อยครั้งเท่าไหร่ บทเรียนและประสบการณ์จะค่อยๆสอน และเกลาให้การตัดสินใจของคุณในครั้งต่อๆ ไปแหลมคมขึ้นเอง

ชีวิต คือ การผจญภัยรูปแบบหนึ่ง และการตัดสินใจเลือก คือ ตัวกำหนดเรื่องราว ว่าการผจญภัยแห่งชีวิตของคุณมันจะ น่าสนุกและน่าติดตามแค่ไหน ทั้งหมดคุณกำหนดได้เอง

สิ่งสุดท้ายสิ่งสำคัญที่อยากจะบอกก็คือ ... "ถ้าคุณไม่เลือก ไม่ตัดสินใจ โลกจะเลือกและรับหน้าที่ตัดสินใจกำหนดชีวิตให้กับ คุณเอง" ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น รับรองได้เลยว่า ... มันเป็นชีวิตที่ห่วยและไม่สนุกเลยครับ

#TheMoneyCoachTH


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ