คอลัมน์คุยกัน 7วัน หน: สาวๆ ใจหายForever 21 ล้มละลาย!?!

ข่าวบันเทิง 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

@koopnot01

มีข่าวเรื่องธุรกิจล้มละลายมาเล่าสู่กันฟังต่ออีกสัปดาห์ แต่คราวนี้เป็นข่าวที่สาวๆ ได้ยินแล้วคงใจหายไม่น้อย เมื่อ ฟอร์เอเวอร์ ทเวนตี้วัน (Forever 21) ร้านขายเสื้อผ้าของสหรัฐที่ขึ้นชื่อเรื่องตามกระแสแฟชั่นและราคาไม่แพง ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ในฐานะล้มละลายตามมาตรา 11 แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

Forever 21 แจ้งว่า จะยื่นขอปิดสาขามากถึง 178 สาขาจากที่มีอยู่ทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 800 สาขา ส่วนประกาศที่แจ้งให้ลูกค้าทราบระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า จะปิดสาขาใดในสหรัฐบ้าง ขึ้นกับ ผลการเจรจากับผู้ให้เช่าที่ดิน แต่คาดว่าร้านจำนวนมากจะยังเปิดให้ บริการได้ตามปกติต่อไป และไม่คิดว่า จะมีการถอนตัวออกจากตลาดใหญ่ๆ ในสหรัฐ รวมถึงในเม็กซิโกและละติน อเมริกา

ด้านรองประธานบริหารระบุในแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ว่า การยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์เป็นก้าวที่สำคัญและจำเป็นในการปกป้องอนาคตของบริษัทเพื่อให้สามารถปรับโครงสร้างธุรกิจและสถานะของบริษัท ไม่ได้หมายความว่า Forever 21 จะโบกมืออำลาพับแบรนด์ ลาจากไปโลกแฟชั่นแต่อย่างใด แต่นี่คือการต่อลมหายใจของแบรนด์ โดยอาศัยเงินจากบริษัท เจพีมอร์แกนเชส บริษัทที่ให้บริการทางการเงินและการลงทุน เป็นมูลค่าถึง 275 ล้านดอลลาร์ (ราว 8,400 ล้านบาท) และจากบริษัท ทีพีจี ซิกส์ สตรีท พาร์ทเนอร์ บริษัทการเงินและการลงทุนระดับโลกอีกกว่า 75 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,200 ล้านบาท) เพื่อช่วยให้บริษัทดำเนินกิจการไปอย่างเป็นปกติในขณะที่ทำการปรับโครงสร้างใหม่

บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจค้าปลีกชี้ว่า ร้านค้าปลีกที่พึ่งพาการกู้ยืมเพื่อขยายกิจการมักเสี่ยงต่อการชะลอตัว ด้านคอร์ไซต์รีเสิร์ช บริษัทข้อมูลด้านค้าปลีกและเทคโนโลยีเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ร้านค้าปลีกในสหรัฐประกาศปิดสาขารวมกันแล้วกว่า 8,200 สาขา มากกว่าปีที่แล้วทั้งปี ที่ปิดไปทั้งหมด 5,589 สาขา คาดว่าจะแตะ 12,000 สาขาภายในสิ้นปีนี้

Forever 21 ตั้งขึ้นในปี 2527 โดยชาง ดู วอน และ ชาง จิน ซุก สามีภรรยาผู้เข้าเมืองชาวเกาหลีใต้ เริ่มจากร้านเล็กๆ ในนครลอสแองเจลิส ก่อนขยายกิจการอย่างรวดเร็วไปตามห้างสรรพสินค้าชานเมือง เน้นกลุ่มลูกค้าสตรีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ จำหน่ายสินค้าตามกระแสแฟชั่น ราคาไม่แพง นิตยสารฟอร์บส์เผยว่า สามีภรรยาคู่นี้มีทรัพย์สินสุทธิ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 45,833 ล้านบาท) ขณะที่ตัวบริษัทเอง มียอดจำหน่ายปีละ 3,400 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103,899 ล้านบาท) และมีพนักงาน 30,000 คน

อย่างไรก็ดี ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Forever 21 เริ่มเผชิญกับปัญหาและความท้าทายหลายอย่าง เริ่มจากการ ต้องแข่งขันกับแบรนด์คู่แข่งอื่นๆ ที่มี ตลาดและกลุ่มลูกค้าตรงกัน อย่าง Sara, H&M และพริมาร์ก ขณะที่ ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อย่างสิ้นเชิง นอกจากลูกค้าส่วนใหญ่ จะหันมานิยมสั่งซื้อเสื้อผ้าทางออนไลน์ ไม่ต้องไปถึงร้านสาขาอีกต่อไปแล้ว นิยามของการแต่งตัวสำหรับเด็ก Gen Z ซึ่งก้าวขึ้นมา เป็นกำลังซื้อสำคัญแทนคนรุ่นก่อนก็เปลี่ยนไปด้วย พวกเขาไม่ได้มองหาสินค้าฟาสต์แฟชั่นที่ฉาบฉวย แต่ต้องการเป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้ ต้องการแต่งตัวเหมือนใคร ทำให้จุดเด่น ของ Forever 21 ที่เคยช่วยแจ้ง เกิดให้กับแบรนด์ในช่วงก่อตั้ง กลายเป็นจุดด้อยของแบรนด์ไปในทันที

คงต้องมาติดตามกันต่อไปว่า หลังจากนี้ จะมีแบรนด์ไหนติดโผมาสะเทือนใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าอีก ซึ่งคงต้องมีแน่ๆ เพราะขึ้นชื่อว่าธุรกิจ แค่อยู่นิ่งๆ ก้าวในสปีดเท่าเดิม ก็ทำให้ กลายเป็นผู้แพ้ได้เหมือนกัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ