คอลัมน์The Sack Race...ศึกศิษย์เซอร์!!!

ข่าวกีฬา 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บี แหลมสิงห์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายใน วันอาทิตย์ที่ไทน์ไซด์ เซนต์ เจมส์ พาร์ค ถือเป็นเกมที่ทุกคนไม่ควรพลาด "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยทั้งสองทีมคือทีมดัง คือทีมใหญ่ และมีแฟนบอล มากมาย แต่อยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไม่ต่างกัน และความกดดันถาโถม สตีฟ บรู๊ซ เพิ่งเข้ามาถือบังเหียนนิวคาสเซิ่ล ท่ามกลางการต่อต้าน และกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าไม่เหมาะไม่ควรที่จะมารับงานนี้ตั้งแต่แรก อีกฟากฝั่งคือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หลังจากคุมทัพแบบชั่วคราวทำงานได้เหมือนกับอยู่มานาน ใช้จิตวิญญาณในการปลุกผี แต่พอได้สัญญาฉบับถาวร กลับกลายเป็นคนละทีมไปซะฉิบ บรรยายใต้ภาพ สตีฟ บรู๊ซ ฉลองวันเกิดกับ เซอร์เฟอร์กี้ สมัยเป็นนักเตะแมนยูฯ เพราะทั้งคู่เกิดวันเดียวกันโอเล่ โซลชา เด็กในคาถายุคกลางของ เซอร์เฟอร์กี้

ทั้ง บรู๊ซ และโซลชา คืออดีต ดาวเตะคนดังพร้อมกับขึ้นชั้นเป็น "ตำนาน" ของสโมสรแมนฯยูไนเต็ด สมัยที่พวกเขาเป็นนักเตะ เมื่อมาถึงวันนี้ต้องห้ำหั่นกัน และหากใครเพลี่ยงพล้ำมีโอกาสอย่างมากที่จะตกงาน

ที่สำคัญทั้งสองคนคือดาวดังต่างยุคของแมนฯยูไนเต็ด แต่เป็นเด็กในคาถาของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด...............

เป็นสองคนที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จให้กับทีมยุคท่านเซอร์ และน่าสนใจ มากๆ ก็คือว่า ทั้งสองคนไม่ได้เป็น เป้าหมายแรกๆ ของทีมเลย

เฟอร์กี้ อยากได้ เทอร์รี่ บุทเชอร์ กองหลังมนุษย์ไม้ทีมชาติอังกฤษ ของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส แต่ในระหว่างการเจรจากันนั้น บุทเชอร์ โชคร้ายขาหักในเกมลีกสกอต ทำให้ดีล 1 ล้านปอนด์ ที่คุยกันไว้ต้องยุติลง จึงไปดึง สตีฟ บรูซ มาแทน

เฟอร์กี้ อยากได้ อลัน เชียเรอร์ แต่ว่า "ฮอตช็อต" บอกว่า ย้ายไปที่ไหนก็ได้ยกเว้นที่ แมนฯยูไนเต็ด เขาเลือกกลับไปเล่นที่จอร์ดี้ กับ นิวคาสเซิ่ล บ้านเกิด ทำให้ โซลชา ถูกเลือกมาอยู่ที่ แมนเชสเตอร์

..........ย้อนกลับไปเมื่อกลางเดือนธันวาคม 1987 สตีฟ บรู๊ซ กำลังจะอายุครบ 27 ปีในวันสิ้นปี เขาได้รับข้อเสนอสุดงามอันไม่สามารถปฏิเสธได้จาก แมนฯยูไนเต็ด

บรู๊ซ ตัดสินใจทิ้งปลอกแขนกัปตันทีมนอริช ซิตี้ แล้วมาซบถิ่นผีด้วยค่าตัว 825,000 ปอนด์ มาอยู่ในการดูแลของ มร.เฟอร์กูสัน ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แบบเต็มซีซั่น น่าแปลกก็คือ ทั้ง เฟอร์กี้ และบรู๊ซซี่ เกิดวันเดียวกันคือ 31 ธันวาคม แต่คนละปี

บรู๊ซ อาจจะดูโฉ่งฉ่าง แต่สุดท้าย

แล้วการมาของ แกรี่ พัลลิสเตอร์ เด็กหนุ่มจากมิดเดิ้ลสโบรช์ ทำให้คู่นี้กลายเป็น คู่แกร่ง และช่วยให้ทีมได้แชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1990 เซฟชีวิตการทำงานของ เฟอร์กูสัน จากนั้นได้แชมป์คัพ วินเนอร์สคัพ ปีถัดมา กระทั่งมาได้แชมป์พรีเมียร์ลีกทีมแรกเมื่อซีซั่น 1992-93

หลายคนจดจำภาพ บรู๊ซ วิ่งกางปีกแหกปากดีใจ เมื่อเขาเป็นฮีโร่ขึ้นมาพังสองประตูในเกมชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 2-1 ทั้งสองประตูได้ในช่วง 4 นาทีสุดท้าย และกลายเป็นคำว่า "เฟอร์กี้ ไทม์" ในยุคแรก

บรู๊ซ เป็นกัปตันทีมในสนาม ได้ขึ้นชูถ้วยพรีเมียร์ลีกที่แฟนบอลรอคอยมา 26 ปี เคียงข้างกับ ไบรอัน ร็อบสัน กัปตันทีมมาร์เวลล์ ที่ตอนนั้นสภาพร่างกายไม่ดีได้เป็นเพียงสำรอง

การเข้ามาของ บรู๊ซ คือการเติมเต็ม ครั้งสำคัญของ เฟอร์กูสัน ในการสร้างทีมยุคแรกของเขา หลังจากจำเป็นต้องขาย พอล แม็คกรัธ ออกไปจากทีม เพราะแกเป็น "ขี้เมาใจดี" พารุ่นน้องออกไปดริ๊งค์จนผลการแข่งขันในสนามย่ำแย่

ภาพจำของ บรู๊ซ คือการเป็นผู้นำในยุคเริ่มต้นความสำเร็จของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ขณะที่ โอเล่ โซลชา หนุ่มน้อยจากนอร์เวย์ วัย 23 ปี เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอล ด้วยการเป็น 3 ประสาน "The Three S's" ในการเล่นให้กับ โมลด์ ในบ้านเกิด

โซลชา เล่นกับ อริลด์ สตาฟรัม และโอเล่ บียอร์น ซุนด์ก็อต พร้อมกับระเบิดประตูไปถึง 41 ลูก จาก 54 เกม สุดท้ายได้ย้ายมาอยู่กับแมนฯยูไนเต็ด ด้วยราคา 1.5 ล้านปอนด์

ก่อนจะมาเป็นบุคคลสำคัญ และได้รับการยกย่องว่าเป็น "ตัวสำรองที่ดีที่สุด" หรือ "ซูเปอร์ซับ" ของสโมสร เมื่อมักจะทำประตูสำคัญๆ ได้เสมอ

โดยเฉพาะซีซั่น 1998-99 เขาคือบุคคลคนสำคัญที่ช่วยให้ทีมก้าวไปเป็น 3 แชมป์แห่งตำนาน นั่นคือ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

โซลชา ยิงประตูชัยในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก ขณะเดียวกัน เขาลง ตัวจริงในนัดชิงเอฟเอ คัพ และปราบ นิวคาสเซิ่ล ที่มี เชียเรอร์ ค้ำหอก 2-0

ผลงานในปีนั้นส่งผลให้ เฟอร์กี้ ได้รับการประดับยศเป็น "อัศวินลูกหนัง" ติดตัวเขาไปชั่วชีวิต นั่นคือผลงานที่ดีที่สุดในการคุมทีม ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้แบบนี้

หากวัดกันแล้วก็คือ ยุคกลางพอดีกับความสำเร็จคราวนั้นของท่านเซอร์

................มาถึงวันนี้ หลังจากการวางมือเมื่อปี 2013 แมนฯยูไนเต็ด ยังมีถ้วยหลั่งไหลเข้าสโมสรมาอีก 3 รายการ นั่นคือ เอฟเอ คัพ, ลีกคัพ และยูโรป้า ลีก แต่ไม่เพียงพอ เมื่อทีมใช้กุนซือไปหลายคนทั้ง เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่ และปัจจุบันคือ โซลชา ฟอร์มการเล่นที่น่าเกรงขามหายไป และตอนนี้พวกเขามีปัญหาทั้งระบบการบริหารจัดการจากด้านบน, ระบบทีม, นักเตะ และสำคัญก็คือ ตัว ผู้จัดการทีมผลงานถือว่าย่ำแย่ แบบคงไม่ต้องเขียนอธิบายอะไรมากนัก เตะ 7 เกมลีก ชนะแค่ 2 แถมฟอร์มการเล่น 3 นัดหลังสุดไม่ชนะใคร ว่ากันว่า โซลชา อาจจะต้องตกงานหากพวกเขาแพ้เกมนี้ที่รังสาลิกา

สถานการณ์ของเจ้าถิ่นก็ไม่ได้ต่างอะไร มีความเหมือนที่แตกต่างกันนิดหน่อยเท่านั้น เพราะแฟนบอลทูน อาร์มี่ ก็ประท้วงขับไล่บอร์ดบริหารเหมือนที่แมนฯยูไนเต็ด ทำ เพราะทำงานไม่โปร่งใส และเหมือนกับมาสูบเงิน ไม่คิดจะบริหารทีมอย่างจริงจัง

ฟอร์มการเล่นก็ย่ำแย่ และ บรู๊ซ ตกเป็นเป้านิ่งแบบไม่ต้องสงสัย ย้ำกัน อีกทีว่า แฟนบอลไม่ได้ให้การยอมรับตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว

พวกเขายังไม่ชนะใครในบ้าน มีบุกไป พลิกล็อกชนะ สเปอร์ส แบบผีหลอก 1-0 แต่ให้หลังจากนั้น 4 เกมไม่มีอะไรดีขึ้น แถมเกมล่าสุดโดน เลสเตอร์ ถลุง 5-0 ในนัดที่ผิดพลาดกันเองทั้งใบแดง, แนวรับ และอับโชค

บรู๊ซ พยายามลดความกดดันตั้งแต่เข้ามาทำงาน เขาบอกว่านี่คืองานในฝัน เพราะเขาเป็นคนจอร์ดี้ และคุณพ่อ เป็นแฟนบอลของนิวคาสเซิ่ล

แต่เหตุผลนี้เริ่มไม่เพียงพอ แฟนบอลขุดเอาการที่เขาเคยไปทำงานให้กับ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเป็นคู่แข่งของ นิวคาสเซิ่ล โดยตรง รวมถึงเป็นคนยังไงกันแน่ เมื่อเคยคุมทีมมาแล้วทั้ง แอสตัน วิลล่า กับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ทั้งที่สองทีมนี้จะกันแทบจะบีบคอกันให้ตายกันไปข้างเรื่องความสัตย์ซื่อมือสะอาดคือสิ่งสำคัญมาก และภาพของ บรู๊ซ ก็ต้องจำนนด้วยหลักฐานตอนนี้ นิวคาสเซิ่ล กองไปอยู่รองบ๊วย ขณะที่ แมนฯยูไนเต็ด อยู่กลางตาราง ซึ่งเป็นที่ที่ไม่สมควรที่สองทีมนี้จะอยู่ หากสกอร์ออกมาในเกมนี้ เราอาจจะเห็นไม่คนใดคนหนึ่งไม่ได้อยู่ต่อก็ได้

เพราะหลังจากนี้เกือบ 2 สัปดาห์จะมีการพักแข้งสโมสร เพื่อไปเตะทีมชาติ "ฟีฟ่าเดย์" เป็นช่วงเวลาอันตรายสำหรับงานกุนซือที่มักจะตกงานในช่วงนี้บ่อยครั้ง

วัตฟอร์ด เคยทำมาแล้วเมื่อฟีฟ่า เดย์ ช่วงแรกของซีซั่น ดังนั้น เกมที่ไทน์ไซด์ น่าจับตามองอย่างยิ่ง และผลที่ตามมาคือสิ่งสำคัญ

..วันเวลาเดินตามเข็ม เพราะโลกหมุนไปเรื่อยๆ จากเดิมคู่นี้มีแมทช์แห่งความทรงจำกันในการไล่ล่าแชมป์เมื่อปลายทศวรรษที่ 90

มาถึงปัจจุบันอยู่ๆ กลายเป็นเกมที่จะต้องเดิมพันตำแหน่งผู้จัดการทีม


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ