คอลัมน์จับกระแสพลังงาน

ข่าวเศรษฐกิจ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

กระบองเพชร

บมจ.ไทยออยล์ คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบรอบสัปดาห์นี้ (7- 11 ต.ค. 2562)...โดยระบุว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้ม ถูกกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังซาอุดีอาระเบียสามารถกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบได้ในระดับที่สูงขึ้น หลังโรงงานแปรรูปน้ำมันดิบและแหล่งผลิตน้ำมันดิบถูกโจมตีเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ประกอบกับปริมาณน้ำมันดิบ คงคลังในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้สำหรับโรงกลั่นลดลงในช่วงปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาล นอกจากนี้ ความ ต้องการใช้น้ำมันยังคงถูกกดดันจากสภาพเศรษฐกิจ ของสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในช่วงวันที่ 10 - 11 ต.ค. นี้ซึ่งสหรัฐฯ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจะสามารถทำข้อตกลงการค้ากับจีนเร็วกว่าที่คาดไว้..คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 50-56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล.ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 56 - 61 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.).... ชี้หลายครั้ง...ปมข้อครหา...

การซื้อน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ตามแนวทางดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ 200,000 ตัน....แต่ไม่รู้ชี้แจงยังไงยังไม่สิ้นข้อสงสัย...ล่าสุดก็ออกมาย้ำอีกว่า...." ภายใต้การกำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคาต้องเป็นโรงสกัดน้ำมันปาล์มที่มีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบไม่น้อยกว่า 50% ของปริมาณน้ำมันปาล์มดิบที่เสนอขาย นอกจากนั้น กรมการค้าภายในจะเป็นผู้ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบทั้งก่อนเข้าร่วมเสนอขายและหลังการส่งมอบน้ำมันปาล์มดิบ ตลอดจนเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อที่เหมาะสมให้ กฟผ. ใช้เป็นราคารับซื้ออีกด้วย โดย กฟผ. ไม่มีการล็อกสเปก เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนที่มีสต๊อกเก่าแต่ย่างได"....!! สังคมพิจารณาเอาเองแล้วกันว่านะครับว่า...แล้วมันตอบคำถามหรือไม่ว่า...ไม่ได้เอื้อประโยชน์นายทุนใหญ่ในวงการน้ำมันปาล์ม...หรือเงินเหล่านี้ตกถึงมือชาวสวนปาล์มไหม...ดูง่ายราคาปาล์มขยับหรือเปล่า...แล้วทำไมกระทรวงพาณิชย์ยังต้องจ่ายชดเชยให้ชาวสวนในอัตราที่อยู่ในช่วงราคาปาลืมตกต่ำ...ถ้าโครงการนี้มันดันราคาปาล์ม ได้จริง...

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)....คาดว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.)... จะเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนใหม่ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศพ.ศ.2561-2580 (PDP 2018) รวม 400 เมกะวัตต์ (MW)..ในช่วงปลายปี 2562 หรือต้นปี 2563 เพราะจะต้องทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปี 2565 ...โดยการดำเนินการต้องรอการพิจารณาจากกระทรวงมหาดไทยมาประกอบ คาดว่า อัตราสนับสนุน FIT จะเท่ากับ ประกาศเมื่อปี'59 ที่ 2.61-5.60 บาท/หน่วย....ปัจจุบันกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างทบทวนแผน PDP2018...ซึ่งคาดว่าจะเป็นการปรับรายละเอียดภายใน โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าชุมชุม 1,000 เมกะวัตต์...ตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างรายได้ต่อชุมชน....ขณะที่โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์....จะมีการประกาศตามแผนทยอยเปิดรับซื้อโซลาร์รูฟท็อป 100 เมกะวัตต์/ปี... ส่วนที่เหลืออีก 9,000 เมกะวัตต์ จะมีการปรับแผนรับซื้อตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป....โดยเป้าหมายสำคัญจะเป็นการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองเป็นหลัก แล้วมีเหลือจึงเข้าระบบ และตามแผนพีดีพี....ปลายแผนจะมีสัดส่วนพลังงานทดแทน 20% ซึ่งเป็นระบบ ON GRID แต่หากคำนวณรวมกับ OFF GRID แล้วจะมีสัดส่วน 30% เพราะเทคโนโลยีใหม่ต้นทุนถูกลงจะทำให้มีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น....

แว่วว่า...วันที่ 10 ตุลาคมนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี....จะเดินทางไปตรวจเยี่ยม บมจ.ปตท. ...ประเด็นสำคัญที่จะคุยกันคือ....เร่งรัดการลงทุนเพื่อให้เกิดการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ....และทวงถามถึงนโยบายที่เคยสั่งการไว้ คือ เรื่องปุ๋ยสั่งตัด เพื่อลดต้นทุนเกษตรกร....!! เรื่องปุ๋ยสั่งตัด...คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. ....กล่าวว่า ขณะนี้กำลังร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินศึกษาและทดลองผลิตปุ๋ยสั่งตัด 3 พื้นที่ ....ซึ่งต้องยอมรับว่า ภาคเกษตรกรรมของไทยใหญ่มากมีหลาย รูปแบบหลากหลายพื้นที่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งดิน น้ำ ภูมิอากาศ ชนิดพืชที่ปลูกในแต่ละ พื้นที่แตกต่างกัน จะดำเนินการอย่างไรต้องดูรูปแบบให้รอบคอบ ที่สำคัญ คือ ผลิตแล้ววางจำหน่ายที่ปั๊ม ปตท.แล้วจะนำไปใช้ให้ เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไปอย่างไร....!! ตอบแบบนี้...เหมือนออกตัวไว้ล่วงหน้าว่า...งานที่สั่งไว้อาจจะทำได้ไม่เร็วนัก...หรือเปล่าครับท่านซีอีโอ...


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ