กรมชลฯวางแผนแก้ท่วมแล้งลุ่มชี-มูลล่าง สำรวจแก้มลิง-ขุดคลองผันน้ำลุย6โครงการ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 9 ตุลาคม 2562 00:00:24 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำชี- น้ำมูลตอนล่าง ครอบคลุมจ.ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษและอุบลราชธานีอย่างยั่งยืนนั้น ระยะสั้นสั่งให้เร่งสำรวจ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเดิม รวมทั้งแก้มลิง ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อปรับปรุง ขุดลอกตะกอน เพิ่มปริมาณการกักเก็บให้เต็มศักยภาพ รวมทั้งสำรวจพื้นที่จัดสร้างแก้มลิงใหม่ที่เหมาะสม ถ้าเป็นพื้นที่สาธารณะก็ขอเข้าใช้ประโยชน์ทันที แต่ถ้าเป็นที่เอกชนอาจต้องจัดหางบประมาณจัดซื้อหรือเจรจาขอใช้เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูน้ำหลาก คล้ายๆรูปแบบ "บางระกำโมเดล" ซึ่งนอกจากจะตัดยอดน้ำช่วงฤดูน้ำหลาก หรือช่วงที่พายุเข้าได้แล้วยังกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อีกด้วยสำหรับระยะยาว จะศึกษาการสร้างคลองผันจากแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ลงสู่แม่น้ำโขงโดยตรง เพื่อตัดยอดน้ำไม่ให้ไหล ผ่าน อ.เมือง และอ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี รวมทั้งยังแก้ปัญหาการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงที่มีอุปสรรคสำคัญคือ แก่งสะพือและแก่งตะนะ กีดขวางการระบายน้ำได้อีกด้วย ซึ่งจะเริ่มศึกษาในปี 2563

อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมจ.อุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงในปีนี้ ปริมาณน้ำส่วนใหญ่มาจากลุ่มน้ำยัง สาขาของแม่น้ำชี ซึ่งยังไม่มีเครื่องมือบริหารจัดการน้ำแบบถาวร มีเพียงฝายบ้านท่าลาดที่ อ.เสลภูมิ ที่ใช้ทดน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร ดังนั้น กรมชลประทานจึงวางแผนระยะเร่งด่วนภายในปี 2563 จัดหาและขุดลอกแก้มลิงประมาณ 14 โครงการ ซึ่งจะตัดยอดน้ำและเก็บน้ำได้เพิ่มอีก 7.12 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 5,600 ไร่ พร้อมทั้งศึกษาสำรวจออกแบบโครงการผันน้ำ ลำน้ำยัง- ห้วยวังหลวง-บึงเกลือ-กุดปลาคูณ ที่อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อผันน้ำไปเก็บไว้ตามลำน้ำสาขา นอกจากนี้ ยังดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยัง และลำน้ำชีตอนล่าง จ.ร้อยเอ็ด และ จ.ยโสธร เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ลำน้ำยังไปจนถึงลำน้ำชีตอนล่างที่ จ.อุบลราชธานี ส่วนแผนงานระยะยาวที่ศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำไว้ในลุ่มน้ำยัง 6 โครงการ เมื่อก่อสร้างเสร็จกักเก็บน้ำได้ 22.27 ล้านลบ.ม. ใช้งบประมาณ 2,400 ล้านบาท มีพื้นที่รับประโยชน์ 29,000 ไร่

"หากสามารถหาพื้นที่เก็บน้ำได้ร้อยละ 10 ของน้ำท่าในลุ่มน้ำยัง จะช่วยบรรเทาปัญหามวลน้ำจำนวนมากไหล บ่าท่วมจ.ร้อยเอ็ด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังกักมวลน้ำบางส่วนไม่ให้ไหลสมทบกับน้ำชี เพื่อบรรเทาปัญหา น้ำท่วม จ.อุบลราชธานีได้ด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยการันตีน้ำต้นทุนที่จะใช้ช่วงฤดูแล้งให้ราษฎรในจ.กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ที่แม่น้ำยังไหลผ่าน มีน้ำกินน้ำใช้พอเพียงตลอดปี" อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง