'ชายแดนใต้'ปลายด้ามขวานในวิกฤติยังมีความคิดสร้างสรรค์

ข่าวทั่วไป 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่ดำเนินมากว่าทศวรรษจนคนภายนอกหวาดกลัวที่จะเดินทางไปเยือน รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว "จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส)"เป็นอีกกลุ่มพื้นที่หนึ่งที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพ เนื่องด้วยศักยภาพและอัตลักษณ์ของพื้นที่ที่มีความเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นในด้านศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว วิถีชีวิตของผู้คนที่ยึดโยงกับความเป็นมุสลิมและฮาลาล รวมทั้งในด้านเกษตรกรรมและการค้าขาย ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ ภาคใต้ชายแดนนั้นไม่แพ้กับภูมิภาคอื่น เลยทีเดียว

เพื่อพิสูจน์ว่านวัตกรรมได้ก้าวเข้ามาเป็นอีกส่วนสำคัญของพื้นที่ชายแดนใต้ "NIA" สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ขอแนะนำ 3 ผู้ประกอบการ ต้นแบบ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความคิด สร้างสรรค์และการต่อยอดที่ไม่หยุดยั้ง มุ่งมั่นที่จะสรรหาโอกาสจากวิกฤติที่เกิดขึ้นรอบตัว นอกจากนี้ ยังมีหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจอย่างการใช้นวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดความก้าวหน้า แตกต่าง และไม่เหมือนใคร ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ทำให้พวกเขาได้ก้าวสู่วงการธุรกิจนวัตกรรมและการเป็นสตาร์ทอัพที่สมบูรณ์แบบอีกด้วย

พิสุทธิ์ ฆังคะมะโน ผู้นำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารฟาร์มไก่ เล่าว่า อาชีพของคนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์กันเป็นจำนวนมาก ปัญหาสำคัญที่พบก็คือคุณภาพของผลผลิตที่ยังไม่ดีหรือยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น ที่ฟาร์มไก่ไข่ของตนเอง ประสบปัญหา ในการควบคุมคุณภาพของไข่ที่ยังขาดความสด และยังติดกับการแก้ปัญหาเดิมๆ คือการลงทุนด้านอาหารสัตว์ ด้วยความเชื่อที่ว่าอาหารคือตัวแปรเดียวที่สำคัญที่สุดที่สามารถทำให้ไข่ไก่มีคุณภาพ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว "การทำฟาร์มไก่ไข่นั้นมีตัวแปรมากมายที่สำคัญที่ต้องควบคุม" ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่ พอเหมาะ ความเข้มของแสง ความชื้น ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของไก่ และทำให้ไข่ไก่มีคุณภาพ ทั้งยังช่วยส่งต่อผลผลิตให้คนในพื้นที่ภาคใต้ได้บริโภคของดีๆ อีกด้วย จึงนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ อาทิ ติดตั้งเซ็นเซอร์วัดระดับความชื้น อุณหภูมิ ความเข้มของแสง และปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของไก่ อีกทั้งรับ-ส่งข้อมูลจากโรงเรือนเลี้ยงไก่ เชื่อมกับศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลที่มีทีมสัตวแพทย์เป็นที่ปรึกษา

และยังมีทีมเฝ้าติดตามระบบที่จะคอยตรวจสอบเฝ้าระวังสถานะการทำงานของอุปกรณ์ในโรงเรือนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยยังสามารถใช้ แอพพลิเคชั่นในมือถือสั่งการควบคุมระดับ ความชื้น อุณหภูมิและปัจจัยต่างๆ ในโรงเรือนได้ ช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถตัดสินใจในการลงทุนและช่วยป้องกันเหตุที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ไฟไหม้ ไฟดับ อุปกรณ์ภายในโรงเรือนเสีย ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ถูกต้องและแม่นยำที่เกษตรกรรมยุคใหม่ควรมี

"สิ่งที่เกษตรกรยุคใหม่ต้องมีคือการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะหากยึดติดอยู่กับวิถีเดิมๆ ก็จะทำให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิมและไม่ต่างอะไรจากคู่แข่ง รวมทั้งต้องรู้จักแสวงหาโอกาสจากหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมหรือสนับสนุนมาช่วยเติมเต็มจินตนาการหรือแนวความคิด ร่วมมือกันต่อยอดให้เป็นจริงได้ เกษตรกร ยุคใหม่ต้องรู้จักศึกษาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในทุกวัน พร้อมนำมา วิเคราะห์ว่าสิ่งไหน วิธีการอะไรที่จะทำให้หลุดพ้นจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่" พิสุทธิ์ กล่าว

ขณะที่ ปริยากร ธรรมพุทธสิริ กรรมการผู้จัดการ หจก.รักษ์บ้านเรา ผู้นำ "เส้นใยสัปปะรด" มาแปรรูปเป็นผ้าที่สวยงาม กล่าวว่า เส้นใยผ้าจากสับปะรดถือเป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติดีมาก มีความแข็งแรงทนทาน ไม่ขาดง่าย ไม่จำเป็นต้องรีด สามารถต่อต้านแบคทีเรีย และดูดซึมสีได้ดี สำหรับการนำสับปะรดมาถักทอเป็นเส้นใยเสื้อผ้านั้นจะใช้พันธุ์สับปะรดปัตตาเวียซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว โดยใช้เศษเหลือทิ้งในส่วนของใบที่มีมากมายหลายพันกิโลกรัมต่อไร่ซึ่งที่ผ่านมา ของเสียเหล่านี้เป็นภาระต่อเกษตรกร ผู้ปลูก มารีดให้เป็นเส้นใย

"คำว่านวัตกรรม จริงๆ แล้วอยากให้เปลี่ยนมุมมองว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่มีความซับซ้อน หรือเป็นเรื่องที่ยาก ต้องใฝ่หาความรู้หรือเทคโนโลยี ขั้นสูงเข้ามาใช้ในการประกอบธุรกิจ"หากแต่เป็นสิ่งใหม่ที่ยังไม่มีใครทำหรือมีคนทำน้อย แต่สิ่งนั้นทำแล้วจะต้องก่อให้เกิด ความแตกต่าง เกิดมูลค่า ทำไปได้ในระยะยาว ยกตัวอย่างเส้นใยผ้าจากสับปะรดเป็น สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ของดังกล่าว แม้จะเกิดจากสิ่งของเหลือทิ้งก็สามารถ นำมาเป็นของใหม่

และเมื่อทำสำเร็จแล้วสินค้าก็เป็นที่ต้องการและเป็นทางเลือกใหม่ในตลาดได้ นอกจากนี้ ยังอยากให้มองว่า "ภูมิปัญญาชาวบ้านก็เป็นศาสตร์หรือนวัตกรรมประเภทหนึ่งที่หากนำมาปรุงแต่งกับองค์ความรู้ใหม่ๆ ก็จะทำให้เกิดวิธีการใหม่ๆที่ดีหรือมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม" ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอาวุธสำคัญที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ควรนำมาปรับใช้ เพื่อสร้างทางรอดและความยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต

"การแปรรูปได้ช่วยสร้างตลาดใหม่ของผลิตภัณฑ์สิ่งทอให้สามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์จากเส้นใยอื่นๆ ทั้งยังแตกหน่อเป็นสินค้าได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า ชุดสำเร็จรูป สร้างมูลค่าได้ในตลาดผู้ที่ชื่นชอบสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่และคนในเรือนจำ เนื่องจากมีการนำเส้นใยดังกล่าวให้คนในเรือนจำได้ทำเป็นกิจกรรมและฝึกวิชาชีพ และยังช่วยลดสิ่งของเหลือทิ้งที่อาจยากต่อการกำจัด และตอบกระแสเศรษฐกิจสีเขียวได้เป็นอย่างดี"ปริยากร กล่าวด้าน สุวัฒนา ลิ้มยุ่นทรง ผู้ประกอบการจากร้านเตมเป จ.ปัตตานีเล่าว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้นโดยเตมเปเป็นหนึ่งในอาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ มีต้นกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้ จากการหมักถั่วเหลืองด้วยเชื้อรา Rhizopus oligosporus เป็นแหล่งของสารอาหารประเภทโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ โดยผู้บริโภคนิยมนำเตมเปสดไปประกอบเป็นอาหารชนิดต่างๆ

"แม้ว่าเตมเปจะอยู่ในกลุ่มอาหารเพื่อสุภาพที่มีมูลค่าการตลาดสูง แต่ก็ยังคงพบปัญหาในการขยายฐานลูกค้าที่เป็นไปได้อย่างจำกัด" เนื่องจากมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ ผู้บริโภคมังสวิรัติ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์เตมเปชนิดสด ที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น มีกลิ่นและรสชาติที่คนไทยไม่คุ้นเคย ประกอบกับเป็นอาหารที่จำเป็นต้องนำไปปรุงต่อโดยการผัดหรือทอดก่อนรับประทาน

ร้านเตมเป ปัตตานี จึงแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการแปรรูปเตมเปให้เป็นขนมอบกรอบ (Tempe snack) โดยอาศัยกระบวนการเอ็กซ์ทรูชัน (extrusion) โดยมีนักวิจัยจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้พัฒนาวิธีการแปรรูป เพื่อแก้ไขปัญหากลิ่นยีสต์ในเนื้อถั่วเตมเป และปรับปรุงเนื้อสัมผัสโดยการพัฒนาสูตรส่วนผสมต่างๆ โดยมีเตมเปเป็นส่วนผสมหลัก ปรุงรสชาติให้ถูกปากคนไทย

"มีการผสมข้าวสังหยดเพื่อเพิ่มอัตลักษณ์ให้แก่ผลิตภัณฑ์ และทำให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น ทำให้ทางร้านสามารถขนส่งสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั่วประเทศ และสามารถขยายตลาดไปสู่บุคคลทั่วไปเพิ่มเติมจากผู้รับประทานมังสวิรัติ รวมถึงขยายช่องทางการ จำหน่ายในท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่ง เร็วๆ นี้จะมีการขยายสาขาอีกกว่า 10 สาขา ในกรุงเทพมหานคร"สุวัฒนา ระบุจากตัวอย่างทั้ง 3 ข้างต้น วิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า NIA มียุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ให้เติบโตในด้านเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตด้วยการผลักดันองค์ความรู้ เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ การสนับสนุนเงินทุน และเทคนิคใหม่ๆไปสู่ผู้ประกอบการและประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งในช่วง ที่ผ่านมาถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จทั้งผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไปให้การตื่นตัวและตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี

โดยประเภทของกลุ่มธุรกิจหรือ รูปแบบนวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ 1.Halal Innovation หรือนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล (อาหารที่สามารถรับประทาน ได้ตามหลักศาสนาอิสลาม) 2.Culture & Tourism Innovation ที่นำความ โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมมาผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการด้านดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและดึงดูดใจมากขึ้น

3.Market Place and E- Commerce ซึ่งเป็นการสร้างช่องทาง การค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะที่ผ่านสื่อออนไลน์หรือ และ 4.Smart Farming หรือเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งตอบโจทย์กับอาชีพที่ประชากรภาคใต้ส่วนใหญ่ดำเนินมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการส่งเสริมนวัตกรรมในพื้นที่ต่างๆ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญใน 3 ด้าน คือ "เข้าถึง" ด้วยการเข้าไปคลุกคลีกับ ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ได้รายละเอียดของข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อนำมากำหนดโจทย์และเป้าหมายในการพัฒนา

"เข้าใจ" รับรู้ความต้องการที่ถ่องแท้ของผู้ประกอบการหรือสังคมว่า ในภาคส่วนนั้นยังขาดอะไร ต้องเติมเต็ม สิ่งไหน เพื่อทำให้สิ่งเหล่านั้นมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น และ "เข้าให้โอกาส" หยิบยื่นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการหรือสังคมควรจะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ การฝึกพัฒนาทักษะ การอัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งสำหรับพื้นที่ชายแดนภาคใต่ยังขาดสิ่งเหล่านี้อีกมาก

สวนทางกับความมุ่งมั่นตั้งใจและความมีอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ที่มีอย่างเต็มเปี่ยม!!!


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ