นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจ เชื่อ'บอร์ด กนง.'เดือนหน้าลดดอกเบี้ย

ข่าวเศรษฐกิจ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้จัดการกองทุน นักลงทุนรายใหญ่ จำนวน 100 คน ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ผู้ตอบ ความคิดเห็นมองว่าเศรษฐกิจไทยไม่สดใส นักลงทุนทำธุรกิจแบบระมัดระวัง เพราะกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน โดยครึ่งหนึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้า และอีกร้อยละ 30 คิดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบในไม่ช้า ทำให้ไม่มั่นใจว่าประเทศไทยจะได้รับผลบวกจากการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศมาไทย

โดยผลสำรวจมองว่าหากสงคราม การค้ามีทางออกคลี่คลายจะเป็นแรงกระตุ้น เศรษฐกิจที่สำคัญในอีก 2-3 ปีข้างหน้า แต่หากไม่มีทางออก ก็ยังไม่เห็นปัจจัย หรือมาตรการอื่นมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ รวมทั้งนโยบายทางการเงิน จะมีบทบาท น้อยลง ซึ่งผลสำรวจร้อยละ 80 เชื่อว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ในการประชุมเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายลงมาต่ำสุดที่ร้อยละ 1.25 จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 1.50 และมีโอกาสที่ กนง.จะลดดอกเบี้ยลงไปอีก

ทั้งนี้ เพราะเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ลงมาก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยคาด จีดีพีปีนี้โต ร้อยละ 3 ซึ่งการลดดอกเบี้ย จะช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท หลังจากเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในเอเชีย ถึงร้อยละ 7 ตั้งแต่ต้นปี 2562 ซึ่งผลสำรวจร้อยละ 60 ภาคธุรกิจได้รับ ผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าเกินพื้นฐาน สูญเสียตลาดส่งออกมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่า เงินบาทจะแข็งค่าต่ออีก 2 เดือน และอาจจะเกิดการปรับฐานตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เงินบาทมีโอกาสอ่อนตัวเล็กน้อย ในช่วงปลายปีนี้ มาอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากนี้ผลสำรวจนักลงทุน คาดหวังนโยบายการคลังมากระตุ้นเศรษฐกิจ และติดตามการพิจารณา งบประมาณปี 2563 ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เพราะหากงบประมาณไม่ผ่านจะกระทบ ทำให้ไม่เกิดการลงทุนใหม่ ดังนั้น คาดหวังให้งบประมาณผ่านสภาฯ และ รัฐบาลเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ

ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ชิม ช้อป ใช้" นั้น ทางธนาคารด้วย ที่จะต้องมีมาตรการกระตุ้นให้เกิดการ บริโภคในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว และการส่งออกหดตัว โดยเห็นว่ารัฐบาล ควรเพิ่มการลงทุนให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ