คอลัมน์ภูมิบ้าน ภูมิเมือง: 'ตักบาตรเทโว'ภูมิมหาสังฆทานของโลกแห่งเดียว

ข่าวทั่วไป 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โดย : พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ Paladisai@siamrecorder.com บรรยายใต้ภาพ พระอัฐฎารส วัดสะพานหิน โต๊ะบูชาประกอบงาช้าง พระปางแก่นจันทน์ ตักบาตรเทโว วัดสะพานหิน ตักบาตรเทโววัดสังกัสรัตนคีรี ปางปาฏิหาริย์ ปางเปิดโลก-สุโขทัย ปางเสด็จดาวดึงส์ พระแก่นจันทน์ ภาพลายรดน้ำโปรดพุทธมารดา ภาพวาด ครูเหม เวชกร ภาพโปรดเทพบุตรพุทธมารดา มณฑปสิริมายากุฎาคาร ภาพเปิดโลก มณฑปของวัดสังกัสรัตนคีรี ภาพเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตักบาตรเทโว วัดตะพานหิน วัดตะพานหินเมืองสุโขทัย วัดสังกัสรัตนคีรี เขาหน้าเมืองสังกัสนครในอินเดีย

วันที่ ๑๓ ตุลาคม วันนี้เป็นวันออกพรรษา ที่ทุกคน รู้จักวันนี้ดี ด้วยมีประเพณีตักบาตรเทโว จัดกันทุกวัดสำคัญ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะวัดที่มีพระพุทธบาทอยู่บนเขา และมณฑปด้วยแล้ว ได้ถือเป็นงานสำคัญที่ทำต่อเนื่องทุกปี ส่วนงานบุญนี้ให้สาระและพิธีการงานกันอย่างไรขึ้นอยู่ว่าวัดจะสืบทอดหรือเถิดเทิงกันอย่างไร ไม่เหมือนกัน ด้วยความต่างนี้จึงมีชื่องานเรียกต่างกัน เช่น ตักบาตร เขาวงกต ตักบาตรดาวดึงส์ ตักบาตรดอกไม้ ตักบาตรน้ำผึ้ง ประเพณีโยนบัว และตักบาตรเทโว บางแห่งอุตริ ต่อท้ายงานเป็นตักบาตรเทโวโรหะนะเข้าไปอีก อ้างว่าอยู่ในพระสูตรเรื่องโรหะนะ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ปรากฏอยู่ในคัมภีร์หลายแห่ง แก่นเรื่องของงานตักบาตรเทโวนั้นคือ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว เทพบุตรพระมารดาได้บรรลุธรรมเป็น พระโสดาบัน พระพุทธองค์ตั้งพระทัยจะลงที่ประตู เมืองสังกัสนคร ท้าวโกสีย์สักกเทวราช (พระอินทร์) ได้เนรมิตบันไดทอง-บันไดแก้ว-บันไดเงินทอดลงมายังเมืองสังกัสนคร ที่มีเหล่าพระพุทธสาวก กษัตริย์ ๗ แคว้น และพุทธบริษัทมารอเฝ้ารับเสด็จอยู่จำนวนมาก ทำให้เกิดการถวายมหาสังฆทานแก่พระพุทธสาวกขึ้นครั้งแรกในโลก ครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงเปิดโลกทั้งสามโลกคือ สวรรค์ โลก และนรก ทำให้หมู่เทวดา เหล่ามนุษย์ และสัตว์นรก นั้นสามารถเห็นธรรมถึงกันเป็นอัศจรรย์ จากนั้น จึงมีขบวนของพระอินทร์ พระพรหม พระวิษณุกรรม และเทพยดาตามส่งจนถึงโลกมนุษย์ที่เมืองสังกัสนครนั้น ต่อมาจึงแตกเรื่องไปเป็นตักบาตรด้วยข้าวปั้น ข้าวเหนียว ข้าวต้มลูกโยน ข้าวต้มมัด ข้าวสาร ดอกไม้ น้ำผึ้ง ไปตามพื้นที่ และแทรกภูมิปัญญาชาวนาไว้กันงานนี้เช่นทำเสื่อไม้ไผ่หรือสังเวียนเขาวงกตใช้ในการเก็บข้าวและธงกระดาษเพื่อปักรับขวัญข้าว ข้าวกระยาสารท เป็นต้น

ตามคัมภีร์อรรถกถา ซึ่งเป็นคัมภีร์ชั้นหลังพระไตรปิฎกนั้นกล่าวว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จจำพรรษาณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์แห่งนครสาวัตถี ทรงรำลึกถึงพระพุทธองค์มาก ด้วยความ เคารพรักและศรัทธาจึงสั่งให้ช่างหลวงแกะพระพุทธรูปลักษณะคล้ายองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยไม้แก่นจันทน์หอมอย่างดี ประดิษฐานไว้ในพระราชนิเวศน์เพื่อสักการบูชา พระไม้แก่นจันทน์องค์นี้ถือว่าเป็นพระพุทธรูป องค์แรกในพระพุทธศาสนา เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาและได้มาโปรดธรรมพระเจ้าปเสนทิโกศล พระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์องค์นั้นได้แสดงปาฏิหาริย์ลอยจากพระแท่น เพื่อให้องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประทับ ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เอวํ นิสีทถ ขอพระองค์จงประทับนั่งอยู่อย่างนั้นแล" พระพุทธรูปแก่นจันทน์จึงประทับนั่ง ไม่ลอยไปที่อื่น และพระพุทธองค์ ทรงตรัสถึงอานิสงส์การสร้างรูปเปรียบของพระองค์ให้พระเจ้าปเสนทิโกศลสดับ ไว้ด้วย

ตั้งแต่นั้นมาจึงได้มีการสร้างพระพุทธรูปอันเนื่องจากเหตุการณ์นี้ขึ้นหลายปางคือ ปางโปรดพุทธมารดา ปางเปิดโลก ปางยมกปาฏิหาริย์ ปางเสด็จดาวดึงส์ ปางพระแก่นจันทน์ทั้งประทับนั่ง และประทับยืน พระพุทธรูปที่พบเก่าสุดมีตั้งแต่ยุคทวารวดี ในสมัยสุโขทัยนั้น มีการสร้าง พระอัฏฐารส วัดตะพานหินเป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย สูง ๑๘ ศอก ซึ่งเชื่อว่า พระอัฏฐารสนี้ คือ พระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ที่ในศิลาจารึก หลักที่ ๑ กล่าวถึงเมืองสุโขทัยสมัย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ว่า ".ในกลาง อรัญญิก มีพิหารอันณึ่งมนใหญ่ สูงงามแก่กม มีพระอัฏฐารสอันณึ่งลุกยืน." ครั้งนั้นพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงช้างเผือกชื่อ รูจาคีรี ขึ้นไปนบพระทุกวันข้างขึ้น ๑๕ ค่ำ และข้างแรม ๑๕ ค่ำ และนอกเหนือไปจากวันพระแล้วในวันพระเจ้าเปิดโลก วัดตะพานหินได้เป็นที่โอยศีลโอยทานในงานบุญประเพณีสำคัญ โดยเฉพาะงานตักบาตรเทโว ซึ่งมีบันไดหิน เป็นจุดเชื่อมระหว่างโลกทั้งสามตามพุทธตำนาน สำหรับภูมิสถานแห่งเดียวที่สร้างขึ้นตามพุทธตำนานคือ งานตักบาตร เทโวของจังหวัดอุทัยธานี โดยพระปลัดใจ (ต่อมาเป็นพระครูสุนทรมุนี เจ้าคณะเมือง) สร้างมณฑปขึ้นที่ยอดเขาแก้ว ชื่อ สิริมายากุฎาคาร และบันไดลงจากเขา สำหรับจัดประเพณีตักบาตรเทโวโดยตรง เดิมมีการทำกิจกรรมอันเป็นมหาสังฆทานแก่พระสงฆ์ทุกวัด พร้อมกับตั้งโรงทานสำหรับชาวบ้านทั้งเมือง ถือเป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวหากเดินหน้า จัดงานให้ถูกเรื่องถูกราวตามพุทธตำนานแล้ว เชื่อได้เลยว่าจะเป็นงานสำคัญระดับโลก ที่น่าสนใจแห่งเดียว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ