ออมสินชี้ศก.โต3% มาตรการรัฐประคองกำลังซื้อ

ข่าวเศรษฐกิจ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน ประมาณการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ(จีดีพี)ไทย ปี 2562 จะขยายตัวอยู่ที่ 3.0% ชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามการค้า และค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่าง ต่อเนื่อง เป็นแรงกดดันสำคัญต่อภาค การส่งออก ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2563 คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.3% บรรยายใต้ภาพ ชาติชาย พยุหนาวีชัย

สำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2562 มีปัจจัยสนับสนุนจาก 1.มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยประคองกำลังซื้อภาคครัวเรือน 2.การออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนจากต่างประเทศ (Thailand Plus Package) ส่งผลดีต่อการลงทุนภาคเอกชน 3.การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวได้แม้จำนวนนักท่องเที่ยว จีนจะชะลอตัวแต่ได้รับการชดเชยจากนักท่องเที่ยว โซนเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ 4.ธนาคารกลาง ของประเทศเศรษฐกิจหลักกลับมาดำเนินนโยบาย ผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น และ 5.การมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสร้างความเชื่อมั่นในการเจรจาเขตการค้าต่างๆ ได้

ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ได้แก่ 1.การส่งออกมีแนวโน้มหดตัวลง จากผลกระทบ ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2.ภาคเกษตรได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตและรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรมีแนวโน้มลดลง 3.ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนทางธุรกิจ 4.กระบวนการตรวจรับและเบิกจ่ายที่ล่าช้าในโครงการลงทุนขนาดใหญ่อาจทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และ 5.สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในภูมิภาคต่างๆ ทั้งในตะวันออกกลางกรณีอิหร่านและสหรัฐอเมริกา, ความขัดแย้งในแคว้นแคชเมียร์ระหว่างอินเดีย ปากีสถาน และจีน เป็นต้น ซึ่งหากการเจรจาไม่สำเร็จอาจพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้นได้

ส่วนทางด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีแนวโน้มด้อยลงจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลลดลงจากการเกินดุลการค้าและดุลบริการที่คาดว่าจะเกินดุลน้อยลง ประกอบกับเงินบาทที่ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าสะท้อนจากดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริงที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย

ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินที่มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้นทั้งการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการผ่อนปรนหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) สำหรับการกู้ร่วม เอื้อต่อการขยายตัว ทางเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แรงกดดันจากความเสี่ยงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชัดเจนขึ้น

ก่อนหน้านี้ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำประเทศไทย ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 เหลือ 2.7% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.5% เนื่องจากภาคการส่งออกที่ติดลบในครึ่งแรกของปีที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งคาดว่าการส่งออกปีนี้จะติดลบ 5.3% จากครั้งก่อนคาดว่าจะโตได้ 2.2% รวมถึง ปีนี้ประเทศไทยยังประสบปัญหาผลกระทบจากภัยแล้งที่รุนแรงสุดในรอบหลายปี และการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ ที่ต่ำ พร้อมกันนี้ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ในปี 2563 เหลือโตที่ 2.9% จากเดิมคาดว่าจะโตที่ 3.6% ก่อนจะเพิ่มขึ้นในปี 2564 ที่ 3.0% โดยประเมินว่าประเทศไทยมีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ไม่ดีเท่าที่ควร จากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุด ความล่าช้าในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็ง ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวไทย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ