ชงครม.2โครงการช่วยเกษตรกรเหยื่อท่วม

ข่าวทั่วไป 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมงเปิดเผยว่า ผลสำรวจความเสียหายด้านการประมงที่เกิดจากอุทกภัยพายุโพดุลและพายุคาจิกิ ล่าสุด พบเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับความเสียหาย 21 จังหวัด ประกอบด้วย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิจิตร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม อุดรธานี อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สกลนคร ตราด สระแก้ว กาญจนบุรี และกระบี่รวม 21,529 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงเสียหาย แบ่งเป็นบ่อดิน 21,900.82 ไร่ กระชัง/บ่อซีเมนต์ 20,491.75 ตารางเมตร โดยเบื้องต้นกรมประมงวางแนวทางเร่งช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 มีอัตราการช่วยเหลือ ดังนี้ (1)กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล ปูทะเล หอยทะเล ไร่ละ 10,920 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่ (2) ปลา หรือ สัตว์น้ำอื่น ไร่ละ 4,225 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่ และ (3) กระชัง บ่อซีเมนต์ ตารางเมตรละ 315 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร ล่าสุด กรมเตรียมเสนอโครงการพัฒนาส่งเสริมการประกอบอาชีพทางเลือกด้านการประมง เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบอุทกภัยเนื่องจากพายุ "โพดุล" และ "คาจิกิ" 2 โครงการ ได้แก่ (1)โครงการพัฒนาเสริมทางเลือกอาชีพด้านประมง : การเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในบ่อดินงบประมาณ 260 ล้านบาท เป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกรให้ทำได้ทันทีหลังน้ำลด โดยตั้งเป้าเป็นเกษตรกรที่ประสบเหตุตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา และได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งนี้ กรมจะเข้าไปสนับสนุนปัจจัยการผลิต อาทิ ลูกพันธุ์ปลานิลแปลงเพศ อาหารสัตว์น้ำ ฯลฯ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยให้เกษตรกรฟื้นฟูอาชีพได้รวดเร็ว

(2)โครงการสร้างรายได้จากอาชีพประมงในแหล่งน้ำชุมชน งบประมาณ 506.9080 ล้านบาท จากงบกลาง และงบรายจ่ายของกรมประมง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ซึ่งจะเป็นการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ ปล่อยกุ้งก้ามกรามลงในแหล่งน้ำชุมชน ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ปี 2562 เพื่อสร้างอาชีพและสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการแหล่งน้ำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ