คอลัมน์โลกการค้า: ถอดบทเรียน'ภาษียาสูบ-น้ำมัน'เพื่อหาคำตอบ'ขึ้นภาษีอย่างไร ไม่ให้ป่วน'

ข่าวเศรษฐกิจ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

กระบองเพชร กรณีการขึ้นภาษียาเส้น ยังป่วนไม่เลิกเพราะหลังจากที่รัฐบาลขึ้นภาษีไปเมื่อเดือน พ.ค.2562 จนธุรกิจยาเส้นและชาวไร่ยาสูบ ต้องประท้วงผ่านนักการเมืองและรัฐบาล โดยยิงตรงเข้าหานายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งถือว่าศูนย์กลางธุรกิจยาเส้น-ยาสูบของประเทศ จนล่าสุดคณะรัฐมนตรีถึงกลับต้องถอย สั่งลดภาษียาเส้นให้บางส่วน แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของเกษตรกรที่ถูกตัดโควตารับซื้อใบยาไปครึ่งหนึ่ง ทำให้พวกเขาต้องออกโรงประท้วงอีก.

ขณะเดียวกันก็มีเกษตรกรชาวไร่ยาสูบอีกกลุ่มหนึ่งที่สังกัดการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ที่ยังเดินหน้าเรียกร้องให้นายสันติ ซึ่งกำกับดูแล ยสท. สั่งการให้กรมสรรพสามิตเลื่อนการภาษีบุหรี่เท่าตัวเป็น 40% ในวันที่ 1 ต.ค. 2563 ออกไปและให้มีการขึ้นภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไปในสัดส่วนที่เหมาะสมแทน เพราะการขึ้นภาษีครั้งที่ผ่านมาเมื่อปี 2560 ที่ขึ้นไปกว่า 70% ทำให้ ยสท. ยอดขายลดฮวบ กำไรวูบ ชาวไร่ยาสูบในสังกัดก็พลอยถูกตัดโควตารับซื้อใบยาลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกันแล้ว ขณะที่ยังไม่มีวี่แววว่ารัฐจะเข้ามาช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุด ภาษีสรรพสามิตน้ำมันก็ดูเหมือนกำลังสร้างปัญหาภาระต้นทุนให้กับสายการบินในประเทศ ที่มีข่าวล่าสุดว่าได้เสนอต่อกระทรวงคมนาคม ให้รัฐบาลพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น (Jet Fuel) ที่ใช้สำหรับอากาศยานที่บินภายในประเทศ จากปัญหาที่กรมสรรพสามิตประกาศขึ้นภาษีดังกล่าวไปกว่า 2000% เมื่อเดือน ม.ค. 2560 จนทำให้ ผู้ประกอบการสายการบินในประเทศกำไรหด เพราะด้วยสภาวะการแข่งขันราคาที่ดุเดือด ทำให้ไม่สามารถผลักภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้โดยสารได้ทั้งหมด แต่ฝั่งกรมสรรพสามิตให้เหตุผลว่าที่ต้องขึ้นภาษีดังกล่าวเพราะไม่ได้ขึ้นภาษีมา 20 ปีแล้ว

จาก 2 ตัวอย่างข้างต้นนี้ จึงทำให้เกิดคำถามว่าแล้วเหตุใดถึงไม่ค่อยๆ ปรับขึ้นภาษีให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจเป็นระยะๆ ทำไมถึงได้ปล่อยไม่ให้ขึ้นภาษี มาได้เป็นสิบๆ ปี แล้วถึงมาขึ้นแบบพรวดพราดจะทำให้เอกชนและประชาชนเดือดร้อน ถ้วนหน้ากันหลายภาคส่วนเช่นนี้

ข้อเสียของการขึ้นภาษีแรงๆ แบบพรวดพราด นอกจากจะกระทบเอกชนและชาวไร่ยาสูบแล้ว ยังทำให้เกิดการ "ช็อก" ในอุปสงค์การบริโภคแล้วและเพิ่มแรงจูงใจให้กับตลาดสินค้าหนีภาษีที่เข้ามา ทดแทนสินค้าที่เสียภาษีซึ่งมีราคาแพงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยขบวนการลักลอบสินค้าหนีภาษี ซึ่งรวมถึงบุหรี่เถื่อน เหล้าเถื่อน น้ำมันเถื่อนนั้น ทำกันเป็นกองทัพมดตลอดแนวชายแดนทุกภูมิภาคเช่นกรณีการขึ้นภาษีบุหรี่แรงๆ เป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนก.ย. 2560 ทำให้มีการทะลักเข้ามาของบุหรี่หนีภาษีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หากลงพื้นที่จะรู้ว่า มีการฝากหิ้วจากชายแดนกันเป็นกองทัพมด จับเท่าไหร่ก็ไม่หมด ส่งผลให้นโยบายภาษีบุหรี่ไม่สามารถลดคนสูบได้ดังฝัน เพราะยอดขายบุหรี่ถูกกฎหมายที่ลดลงเพียงเป็นผลมาจากการที่คนหันไปสูบบุหรี่เถื่อนเท่านั้น แถมยังส่งผลให้รายได้ภาษียาสูบยังเริ่มหดตัวลงเรื่อยๆ

ดังนั้นแนวทางการขึ้นภาษียาสูบที่เหมาะสม ก็น่าจะค่อยๆ ขึ้น ให้เหมาะสมกับการเติบโตของกำลังซื้อและเศรษฐกิจโดยรวม ไม่สุดโต่งจนเกินพอดี จะได้ไม่สร้างความเดือดร้อนจนเกิดความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจในระดับจุลภาคและระดับมหภาค ดังกรณีของการขึ้นภาษียาเส้นและภาษีบุหรี่ ที่กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิต น่าจะลองปรับเปลี่ยนวิธีการขึ้นภาษีบาปมาลองใช้การปรับขึ้นภาษีแบบค่อยเป็นค่อยไปมาใช้ แทนการขึ้นภาษีก้าวกระโดด แล้วต้องมาตามแก้ปัญหาเป็นวัวพันหลัก เดี๋ยวเลื่อนเดี๋ยวลด จนปั่นป่วนกันไปหมดทั้งภาคเอกชนและเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ การขึ้นภาษีแบบค่อยเป็นค่อยไปน่าจะช่วยให้เกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผู้ประกอบการปรับตัวได้ ใน ขณะที่รัฐก็ได้รายได้ภาษีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสามารถควบคุมการบริโภคยาสูบได้จริง เรียกว่า win win กันทุกฝ่าย หากกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตยอมแก้ไขเร็ว ทุกฝ่ายก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้เร็วขึ้นด้วย....

สุดท้ายนี้ต้องรอติดตามผลงานของ คุณสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง...ว่าจะออกมาเป็นอย่างไรต่อไปหลังจากที่ได้ไปตกปากรับคำกับชาวไร่ยาสูบมาแล้วว่าจะเข้าดูแลปัญหาให้พวกเขา.....


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ