สนามช้างฯ ปลื้ม 'พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์' ประกาศจัดงาน ปี 2020 สุดยิ่งใหญ่!!

ข่าวยานยนต์ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการเป็นเจ้าภาพ "โมโตจีพี" ครั้งที่ 2 ในเมืองไทย รายการ "พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019" ผู้เข้าชมทะลุ 2.26 แสนคน ชูความสำเร็จของคนไทยสู่สายตาแฟนความเร็วทั่วโลก "เนวิน" ลั่นปีหน้าจัดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมดึงเม็ดเงินมหาศาลหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของไทย จากการประเมินเบื้องต้นของ "กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันศึกโมโตจีพี สนามที่ 15 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งหมด 3 วัน ระหว่าง 4-6 ตุลาคม 2019 มีจำนวน 226,655 คน เพิ่มขึ้น 4,120 คน จากปีที่แล้ว หรือคิดเป็นร้อยละ 1.85

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษา สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในแง่ของการจัดการแข่งขันสำหรับผม ปีที่แล้ว เป็นปีที่พิสูจน์ว่า ประเทศไทย คนไทยสามารถเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันโมโตจีพี ซึ่งถือว่าเป็น เวิลด์ อีเวนต์ ได้ ส่วนในปีนี้มันไม่ใช่แค่เราทำได้ แต่เราทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งสำหรับผมเองตั้งเป้าเอาไว้ว่าปีหน้า จะไม่ทำให้มันเป็นแค่การจัดการแข่งขัน โมโตจีพีที่มันสำเร็จ แต่ผมอยากจะทำให้มันเป็นโมโตจีพี ที่คนมีความสุข มันหมายความว่า จะไม่มีสนามไหนที่มีการแข่งขันที่มีความสุข สำหรับแฟนโมโตจีพี มากเท่ากับที่สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ ประเทศไทย นั่นคือ เป้าหมายที่เรากำหนดไว้

"ตัวเลขของผู้คนของปีที่แล้วกับปีนี้ โตขึ้นราว 4,000-5,000 คน แต่ว่าสิ่งที่ผมดีใจมากก็คือตัวเลขการท่องเที่ยว แฟนโมโตจีพีต่างชาติโตขึ้นกว่า 50% ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการท่องเที่ยว การ จ้างงาน รายได้ และเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยปีที่แล้วมีต่างชาติมาราวๆ 30,000 คน แต่ปีนี้มาเยอะถึง 60,000 คน"

โดยสัดส่วนของผู้ชมชาวต่างประเทศ จากทั้งหมด 41 ประเทศ ที่เดินทางมายังสนามช้างฯ คิดเป็นร้อยละ 26.3 หรือ เท่ากับ 59,525 คน และมีสัดส่วนคนไทยคิดเป็นร้อยละ 73.7 หรือเท่ากับ 167,130 คน ซึ่งสัดส่วนของชาวต่างชาติถือว่าสูงขึ้นจากร้อยละ 17.5 ในปี 2561 เป็นร้อยละ 26.3 ในปี 2562 และมีการขยายตัวขึ้นของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้อยละ 52.8

"นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าการ ที่รัฐบาล เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขัน มันมีผลต่อการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากคนต่างชาติ และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงรายได้ของประชาชนได้ เชื่อว่าเหตุนี้ จะเป็นสิ่งที่รัฐบาลนำไปประกอบการตัดสินใจ สำหรับการต่อสัญญากับทางดอร์น่า เพื่อนำโมโตจีพีมาแข่งที่ประเทศไทยต่อไป"

นอกจากนี้ นายเนวิน ยังกล่าวถึงการแข่งขัน โมโตจีพี ในปีหน้าของเมืองไทย ซึ่งจะถูกโยกมาเป็นสนามที่ 2 ของปี ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งถือเป็นช่วงที่มี อากาศร้อนที่สุดของประเทศไทยว่า "ในปีหน้าเรากำลังคิดกันอยู่ว่าอาจเปลี่ยนไปจัดการแข่งขันตอนกลางคืน หรือไนท์เรซ เราต้อง ประเมินกันก่อนแต่เราคิดถึงเรื่องนั้นอยู่แล้ว คนดูจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอนเพราะว่า การจัดไนท์เรซ มันมีผลดีหลายอย่าง ไม่ว่า จะเป็นอากาศที่เย็นสบาย ไม่ต้องทนแดดร้อน อาจจะเริ่มควอลิฟายตั้งแต่ 5 โมงเย็น ซึ่งในเรื่องของเวลาไม่ใช่ปัญหา มันเป็น ไอเดียที่ดีมากๆ เพราะไนท์เรซจะทำให้ยอดคนดู หรือวิวเวอร์ สูงขึ้นกว่าปกติแน่นอน"

โดยล่าสุด ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของการแข่งขันในปีนี้ถือว่า ยอดเยี่ยมมากๆ เราได้เห็นแฟนชาวไทยเข้าชม เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจ และตัวเลขต่างๆ จะสูงขึ้นกว่า ปีที่ผ่านมา หากเทียบในช่วงเดียวกันของการแข่งขัน ส่วนเรื่องการต่อสัญญากับ ดอร์น่า สปอร์ต เพื่อให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโตจีพี ออกไปจากสัญญาฉบับเดิม 5 ปีนั้น ตอนนี้มีความชัดเจนอย่างมาก ซึ่งเขาจะให้สิทธิ์เฉพาะลูกค้าเก่าเท่านั้น

"ค่าลิขสิทธิ์ของ โมโตจีพี จะมีการเพิ่มขึ้นจากเดิมในทุกๆ ปี แต่เราซึ่งเป็นลูกค้าเก่าก็จะได้ราคาที่คุ้มค่ากว่าลูกค้าใหม่ และผลประโยชน์ที่ประเทศไทย ได้รับ ก็มากมายมหาศาลจริงๆ"

ทั้งนี้ นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน ที่ปรึกษาสนามช้างฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมขอขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยทุกคน และที่สำคัญก็คือขอบคุณพี่น้องชาวบุรีรัมย์ ที่พยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด คนเล็กๆ แต่หัวใจใหญ่ของพวกเรา อย่างคนที่ขับรถอีแต๋น คนที่ขับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ถีบสามล้อ ดูแลช้าง คนที่เป็นอาสาสมัครเก็บขยะ แยกขยะ รวมไปจนถึงทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ทำให้เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีได้ ทำให้เราสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้ และหวังว่า เขาจะกลับมาบ้านเราอีก ขอบคุณทุกคนจริงๆ ขอบคุณคนเล็กแต่หัวใจใหญ่ทุกคนจริงๆ"


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ